
สำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : ทางการกว่างซีสนองนโยบายส่วนกลางด้านการเสริมสร้างความปลอดภัยการผลิตเหมืองถ่านหิน พร้อมตรวจสอบและสั่งปิดเหมืองที่ไม่ได้มาตรฐานทั่วมณฑล
เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลกลางได้ประกาศ “ข้อคิดเห็นว่าด้วยการเสริมสร้างความปลอดภัยด้านการผลิตในเหมืองแร่ถ่านหิน” เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับรัฐบาลมณฑลและรัฐบาลท้องถิ่น
นายหยาง ฟู่ (Yang Fu, 杨富) รองอธิบดีกรมตรวจสอบความปลอดภัยเหมืองถ่านหินแห่งชาติจีน (State Administration of Coal Mine Safety, 国家煤矿安全监察局) ให้ข้อมูลว่า ข้อคิดเห็นฯ มีจุดประสงค์หลักเพื่อจัดการกับเหมืองถ่านหินขนาดเล็กที่ไร้มาตรฐานและขาดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย
ขอบข่ายของเหมืองถ่านหินที่ต้อง “ปิด” กิจการ ได้แก่ เหมืองถ่านหินที่มีกำลังการผลิตต่่ำกว่าปีละ 90,000 ตันต่อปีที่ขาดเงื่อนไขคุณสมบัติด้านความปลอดภัยในการผลิต เหมืองถ่านหินที่มีกำลังการผลิตต่่ำกว่า 90,000 ตันต่อปีที่มีความเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากถ่านหินและแก๊ส เหมืองแร่ที่มีกำลังการผลิตต่่ำกว่า 90,000 ตันต่อปีที่เคยเกิดอุบัติเหตุขั้นรุนแรง
พร้อมกันนี้ รัฐบาลกลางได้สั่งเพิ่มระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบอนุมัติโครงการก่อสร้างเหมืองถ่านหินและการตรวจสอบอนุมัติขยายกำลังการผลิต อาทิ
การ “หยุด” ตรวจสอบอนุมัติโครงการเหมืองถ่านหินโครงการใหม่ที่มีกำลังการผลิตต่ำกว่าปีละ 3 แสนตัน รวมถึงโครงการใหม่ที่มีกำลังการผลิตต่ำกว่าปีละ 9 แสนตันที่มีความเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากถ่านหินและแก๊ส
การ “ห้าม” ขยายกำลังการผลิตสำหรับโครงการเหมืองถ่านหินที่มีความเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุจากถ่านหินและแก๊ส และการระเบิดในหิน (Rock bursts) ไม่ว่ากรณีใด ๆ
ก่อนสิ้นปี 2558 จะดำเนินการตรวจสอบอนุมัติกำลังการผลิตของเหมืองแร่ข้างต้น และพิจารณา “ลด” กำลังการผลิตสำหรับเหมืองถ่านหินขาดหลักประกันด้านความปลอดภัยในการผลิต
นอกจากนี้ ข้อคิดเห็นฯ ยังกำหนดให้มีการตรวจสอบปรับปรุงเหมืองถ่านหินที่ใช้แก๊สและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ การส่งเสริมระบบบริหารจัดการด้านแรงงานและเทคโนโลยี การเสริมสร้างความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารเหมือง การยกระดับประสิทธิภาพการตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยและแผนปฏิบัติกรณีฉุกเฉินของเหมืองถ่านหิน
BIC เห็นว่า รายงานข้างต้นนับเป็นกรณีศึกษาสำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังสนใจเข้ามาลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งนักลงทุนนอกจากจะต้องศึกษาพิจารณาความเหมาะสมของธุรกิจว่ามีความสอดคล้องตามแนวนโยบายของทางการจีนหรือไม่แล้ว ยังจำเป็นจะประเมินความพร้อมของตนเองว่าพร้อมรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ(ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง)ได้มากน้อยเพียงใด เพราะคำสั่งภาครัฐมีอำนาจเด็ดขาดสูงสุด
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=460&ELEMENT_ID=13503
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
