
รัฐบาลฮ่องกงจะเสนอกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ (ฉบับปรับปรุง) ค.ศ. 2011 ต่อสภานิติบัญญัติในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวจะเน้นการคุ้มครองลิขสิทธิ์ของผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ในยุคดิจิตอลเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
กรมทรัพย์สินทางปัญญาของฮ่องกงรายงานว่า เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์มักจะเดินตามหลังเทคโนโลยีอยู่เสมอ รัฐบาลฮ่องกงจึงต้องการให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มี “ความเป็นกลางทางเทคโนโลยี” (technology-neutral) เพื่อให้กฎหมายสามารถใช้บังคับได้อย่างกว้างขวางและเป็นที่ยอมรับ โดยกฎหมายจะกำหนดความผิดสำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์โดยการส่งข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (electronic transmission) ทุกประเภท
ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับปรับปรุงนี้ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่เขียนข้อความผ่านสื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนอาจเข้าข่ายกระทำผิดทางแพ่ง และหากการล่วงละเมิดนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์เสียหายอย่างร้ายแรงก็อาจจะถือเป็นความผิดทางอาญา อย่างไรก็ดี นาย Peter Cheung Ka-fai ผู้อำนวยการกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนกฎหมายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยกิจกรรมที่กระทำกันเป็นปกติทางอินเตอร์เน็ต อาทิ การแบ่งปันลิ้งค์วิดีโอไม่ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แม้วิดีโอนั้นจะละเมิดลิขสิทธิ์ก็ตาม โดยกฎหมายจะเอาผิดกับผู้ที่อัพโหลดข้อมูลเท่านั้น นอกจากนี้ เว็บไซต์ที่ให้บริการรับฝากข้อมูล (online service provider) เช่น YouTube จะไม่ต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นในขอบข่ายการบริการของตน ถ้าหากผู้ให้บริการแจ้งการละเมิดนั้นต่อผู้ละเมิดลิขสิทธิ์และลบเนื้อหาเหล่านั้นออกไปจากเว็บไซต์ของตนเมื่อได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของลิขสิทธิ์
นาย Gregory So Kam-leung ตำแหน่ง Acting Secretary for Commerce and Economic Development ของฮ่องกง กล่าวว่า รัฐบาลมีพันธะที่จะรักษาไว้ซึ่งระบบคุ้มครองลิขสิทธิ์เพื่อให้อุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ดำเนินไปได้อย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้รัดกุมยิ่งขึ้นยังจะช่วยเร่งการพัฒนาให้ฮ่องกงสามารถเติบโตเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านอินเตอร์เน็ตในภูมิภาคได้อีกด้วย
ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ (ฉบับปรับปรุง) นี้ ผู้กระทำผิดกฎหมายอาจต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดถึง 4 ปี และถูกปรับเป็นเงิน 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง BIC เห็นว่าปัญหาการล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็เป็นปัญหาใหญ่ในประเทศไทยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กฎหมายอาจยังไม่สามารถพัฒนาเพื่อคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงานได้ ดังนั้น การออกกฎหมายให้มีความเป็นกลาง มีความยืดหยุ่นและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้ย่อมเป็นทางเลือกที่ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจึงควรพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎหมายลิขสิทธิ์ของฮ่องกงเพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศไทยต่อไป
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=479&ELEMENT_ID=7740
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
