เงินฝากสกุลหยวนในฮ่องกงพุ่งถึง 5.1 แสนล้าน HKMA ย้ำดอลลาร์ฮ่องกงยังไม่ถูกลดความสำคัญ
เงินฝากสกุลหยวนในฮ่องกงพุ่งถึง 5.1 แสนล้าน HKMA ย้ำดอลลาร์ฮ่องกงยังไม่ถูกลดความสำคัญ

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 Hong Kong Monetary Authority (HKMA) เผยว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เงินฝากสกุลเงินหยวนในฮ่องกงพุ่งสูงถึง 5.1แสนล้านหยวน (ประมาณ 6.1024 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง) อย่างไรก็ดี HKMA ย้ำว่าเงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกงยังจะไม่ถูกลดความสำคัญลง

จากการที่ปริมาณเงินฝากด้วยสกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นอย่างมากส่งผลให้นักวิจารณ์บางรายคาดการณ์ว่า เงินหยวนอาจเข้ามาทดแทนดอลลาร์ฮ่องกง อย่างไรก็ดี นาย Norman Chan Tak-lam (陳德霖) ผู้บริหารสูงสุดของ HKMA ได้แย้งว่า ปริมาณเงินฝากสกุลเงินหยวนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าเงินสกุลท้องถิ่น (ดอลลาร์ฮ่องกง) จะถูกลดความสำคัญลงหรือถูกทดแทนด้วยเงินหยวน เงินฝากดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเงินที่ผู้ประกอบการในจีนโอนเข้ามาชำระค่าสินค้านำเข้าและบริการ โดยสองในสามของเงินฝากเป็นของบริษัทร่วมทุนต่างๆ และที่เหลือเป็นของบุคคลธรรมดา ซึ่งไม่ใช่สาเหตุจากการที่บริษัทต่างๆ เปลี่ยนการถือเงินดอลลาร์ฮ่องกงเป็นเงินหยวน

แม้ว่ายอดเงินฝากสกุลเงินหยวนจะพุ่งขึ้นจาก 6 หมื่นล้านหยวนในเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา (2553) เป็น 5.1 แสนล้านหยวนในเดือนเมษายนในปีนี้ (ปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 750) โดยครองส่วนแบ่งในตลาดเงินฝากฮ่องกงประมาณร้อยละ 8 แต่ HKMA เชื่อว่า ดอลลาร์ฮ่องกงยังคงเป็นสกุลเงินหลักในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ทั้งนี้จากผลสำรวจของ HSBC (สำรวจจาก 1,300 บริษัทในจีน) พบว่า สาเหตุที่บริษัทหลายแห่งนิยมใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเนื่องจาก (1) ต้องการลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (2) ต้องการเก็บเงินหยวนไว้เก็งกำไรในอนาคต สำหรับเงินฝากสกุลเงินหยวนของบุคคลธรรมดาที่เกิดจากการแปลงดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้จ่าย ออมทรัพย์ และเพื่อการลงทุนนั้น HKMA มองว่าเป็นพฤติกรรมการบริหารสินทรัพย์โดยทั่วไป ไม่อาจถือเป็นตัวบ่งชี้ว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่นในดอลลาร์ฮ่องกง

นาย Raymond Yeung นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคาร ANZ ให้ความเห็นว่า หากมองจากข้อได้เปรียบของมูลค่าสะสมและวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรมทางการเงิน เงินหยวนมีโอกาสที่จะเข้ามาแทนที่ดอลลาร์ฮ่องกง แต่คงยังไม่ใช่ในอนาคตอันใกล้นี้ อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ที่เงินหยวนกับดอลลาร์ฮ่องกงจะเป็นสองสกุลเงินหลักที่นิยมใช้ในฮ่องกง แต่การที่ความนิยมเงินหยวนเพิ่มมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าดอลลาร์ฮ่องกงจะเลิกผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ

3 มิถุนายน 2554
แหล่งข้อมูล: SCMP(31/05/2011)
โดย: ศศิภา ฉั่น

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ