“กิน อยู่” (ยังคงเป็น) เรื่องใหญ่ในนครกว่างโจว
“กิน อยู่” (ยังคงเป็น) เรื่องใหญ่ในนครกว่างโจว

ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในนครกว่างโจวครั้งล่าสุดยังคงยืนยันได้ว่า เรื่อง “กิน” เป็นเรื่อง “ใหญ่” สำหรับชาวเมืองแห่งดอกไม้ (City of Flower) ไม่ว่ายุคสมัยใด โดยเฉพาะในสมัยนี้ที่ความปลอดภัยด้านอาหารเป็นเรื่อง “ใหญ่กว่า” ชาวจีนที่เมืองหลวงของจีนตอนใต้แห่งนี้พร้อมที่จะจ่ายมากขึ้นเพื่อคุณภาพของอาหาร ผู้ประกอบการที่ฝ่าฟันขั้นตอนต่าง ๆ ในการนำผลิตภัณฑ์อาหารไทยเข้าจีนได้แล้วคงอุ่นใจจากผลสำรวจครั้งนี้

รายงานการสำรวจล่าสุดของคณะกรรมการการบริโภคสินค้านครกว่างโจวเปิดเผยว่าประชากรในนครกว่างโจวใช้จ่ายไปกับเรื่องอาหารและที่อยู่อาศัยมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายรับรายงานดังกล่าวได้สำรวจพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนผ่านทางโทรศัพท์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 3,000 คน เป็นประชากรอายุระหว่าง 25 – 65 ปี ที่อาศัยอยู่ในนครกว่างโจวไม่ต่ำว่า 3 ปีจาก 10 เขต (ไม่รวมเขตฉงฮั่วและเจิงเฉิง) ปรากฏว่าประชากรในเมืองกว่างโจวมีรายได้เฉลี่ย 5952.1 หยวน ต่อเดือนสูงเป็นอันดับ 4 รองจากนครเซี่ยงไฮ้ เมืองเซินเจิ้น และนครปักกิ่ง ประชากรร้อยละ 35 มีรายได้เฉลี่ยระหว่าง 2,000 – 3,999 หยวนต่อเดือน ขณะที่จำนวนกว่าร้อยละ 70ของผู้ว่างงานและผู้เกษียณอายุมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 4,000 หยวนต่อเดือน จากผลการสำรวจรายได้ของประชาชนชาวนครกว่างโจวมีเพียงร้อยละ 36.6 ของกลุ่มตัวอย่างมีเงินเดือนที่เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 52.6 มีรายได้คงที่ ขณะที่อีกร้อยละ 7.8 มีรายได้ลดลง

ชาวนครกวางโจวจ่ายค่า “กิน อยู่” เกินครึ่งของรายได้ ในปี 2556 ชาวนครกว่างโจวใช้จ่ายเงินไปกับค่าอาหารและที่พักอาศัยมากที่สุดถึงร้อยละ 52.8 ของเงินเดือน โดยใช้จ่ายค่าอาหารเฉลี่ยเดือนละ 2,166.8 หยวนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 7.7 และใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยเฉลี่ยเดือนละ1,372.9  หยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 10 ขณะที่ประชากรกว่าร้อยละ 60 ในนครกว่างโจวใช้จ่ายไปกับการเดินทาง การศึกษา การรักษาพยาบาล การท่องเที่ยว เครื่องนุ่งห่มและเรื่องอื่น ๆ เฉลี่ยเพียงเดือนละ 500 หยวนเท่านั้น

ผู้ประกอบการสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความตั้งใจบุกตลาดจีนแต่ยังยังรี ๆ รอ ๆ ว่าจะเข้าเมืองจีนทางไหน ผลสำรวจดังกล่าวน่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า นครกว่างโจวเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หากมั่นใจว่ามีสินค้าอาหารที่คุณภาพคับแก้วในมือ ด้วยราคาที่อาจจะไม่ถูกแต่ก็ไม่ใช่ว่า “แพงเวอร์” แล้ว ก็น่าจะสามารถนำเสนอสินค้าอาหารไทยให้ชาวเมืองนครกว่างโจวลิ้มลองได้ไม่ยาก

 

จัดทำ: นายสรศักดิ์ บุญรอด
เรียบเรียง
: นางสาวรัชดา สุเทพากุล
แหล่งข้อมูล
:  นสพ. Guangzhou Daily ฉบับวันที่ 13 เดือนธันวาคม  2555 และเว็บไซต์ http://gzdaily.dayoo.com

10 มกราคม 2557

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ