ที่มา : http://www.fzfzjx.com/
สำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : กลุ่มบริษัท Hua Jia (华佳集团) ทุ่มเงินลงทุนมูลค่า 420 ล้านหยวน เพื่อสร้างโรงงานแพรไหมในอำเภอเซี่ยงโจว (Xiangzhou County, 象州县) เมืองหลายปิน (Laibin City, 来宾市) เขตฯ กว่างซีจ้วง
ตามรายงาน กลุ่มทุนรายใหญ่รายนี้ได้เคลื่อนย้ายเงินลงทุนเข้าดำเนินธุรกิจในกว่างซีคิดเป็นมูลค่าสะสมกว่า 1,000 ล้านหยวนแล้ว
โครงการดังกล่าวเน้นกระบวนการฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จสำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำ (Middle Stream) ที่กำลังรอการเติมเต็มในระบบโครงสร้างอุตสาหกรรมไหมของกว่างซี
คาดหมายว่า สายการผลิตจะมีศักยภาพการผลิตผ้าไหมแท้ได้ปีละ 78,000 กิโลเมตร สร้างมูลค่าการผลิตปีละ 1,500 ล้านหยวน
โครงการ ดังกล่าวเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมไหมจากภาคตะวันออก สู่ภาคตะวันตกของประเทศจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกระแสการอิ่มตัวทางเศรษฐกิจและกระแสการเคลื่อนย้ายเงิน ทุนจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจของ ประเทศ
ทั้ง นี้ ทุกฝ่ายคาดหมายว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมไหม การยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีการผลิต และการสร้างแบรนด์อุตสาหกรรมไหมของกว่างซี
ผู้อ่านบางท่านคงเกิดข้อสงสัยว่า “อุตสาหกรรมไหม” ทำไมต้องกว่างซี???
BIC ขอ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมถือเป็นอุตสาหกรรมเกษตรที่มีขนาดใหญ่เป็น อันดับ 2 ของมณฑล (รองจากอุตสาหกรรมน้ำตาลและอ้อย)
พื้นที่ ที่มีศักยภาพในกว่างซีกระจายตัวอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ของมณฑล อาทิ เมืองเหอฉือ นครหนานหนิง เมืองหลายปิน เมืองหลิ่วโจ เมืองกุ้ยก่าง และเมืองไป่เซ่อ
สำหรับ “อำเภอเซี่ยงโจว” เป็นฐานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมขนาดใหญ่ (อันดับ 2 ของมณฑล) และได้ชื่อว่าผลผลิตรังไหมมีคุณภาพยอดเยี่ยมของประเทศจีน ประชาชนในอำเภอแห่งนี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงไหม
อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในกว่างซีมีจุดอ่อนตรงที่เป็น “อุตสาหกรรมต้นน้ำ” ที่เน้นการผลิตเชิงวัตถุดิบเป็นหลัก จึงนับเป็นช่องทางหรือโอกาสทางธุรกิจสำหรับนักลงทุนที่มีความพร้อม (โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต) ในการเข้ามาลงทุนในกว่างซี
สำหรับนักลงทุนไทย BIC ขอย้ำว่า การลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเจาะลึกรายมณฑล เพราะการที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น การเลือกทำเลที่ตั้งและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นถือเป็นปัจจัยที่ ไม่ควรมองข้าม
ลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กว่างซีคว่ำอินเดียรองแชมป์โลก ขึ้นแท่นผู้ผลิตรังไหมและไหมดิบอันดับ 2 ของโลก (27 พ.ย. 2556)
- อุตสาหกรรมไหม : “ช่องว่าง” สำหรับผู้ประกอบการไทยรุกตลาดกว่างซี (20 พ.ย. 2556)
- กว่างซีปลุก “เส้นทางสายไหม” ธุรกิจไทยเห็นโอกาสอะไรจาก “ส่วนขาด” ในอุตสาหกรรมหม่อนไหมกว่างซี?? (16 ต.ค. 2556)
- “หม่อน+ไหม” อุตสาหกรรมดาวเด่นของกว่างซี โอกาสของผู้ประกอบการไทย (10 ก.ค. 2556)
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
