โอกาสธุรกิจไทยในยูนนาน ตอน คู่แข่งข้าวไทยในยูนนาน (1)

เมื่อพูดถึงสินค้าไทยในประเทศจีน สินค้าไทยที่ติดหนึ่งในสิบและเป็นที่รู้จักอย่างมากของคนจีน คงหนีไม่พ้น “ข้าวหอมมะลิไทย” ข้าวหอมมะลิไทยส่วนมากนำเข้าจีนผ่านท่าเรือที่เซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง เป็นหลัก

การนำเข้าข้าวจากต่างประเทศของจีนจะต้องได้รับโควตานำเข้าสินค้าเกษตรจากรัฐบาล ซึ่งมีผลให้เสียภาษีศุลกากรเพียงร้อยละ 1 แต่หากไม่ได้รับโควตาจะเสียภาษีร้อยละ 65 ที่ผ่านมาผู้นำเข้าข้าวจากต่างประเทศของจีนรายเก่า ๆ มักกระจุกตัวอยู่ในมณฑลกวางตุ้งและเมืองเซินเจิ้น และในทางปฏิบัติ ผู้นำเข้ารายใหม่ก็มักประสบปัญหาเกี่ยวกับกฏระเบียบและขั้นตอนการขอโควตานำเข้าข้าว รวมถึงศักยภาพของบริษัทรายใหม่ที่ยังไม่เข้าตาคณะกรรมาธิการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) จึงทำให้ยากที่จะมีผู้นำเข้าข้าวรายใหม่เกิดขึ้น

เช่นเดียวกับตัวแทนผู้นำเข้าข้าวจากต่างประเทศในนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งมีเพียงไม่กี่ราย ส่วนใหญ่จึงนำเข้าข้าวจากต่างประเทศโดยการซื้อต่อจากผู้นำเข้าที่มีโควตาหรือซื้อโควตาจากผู้มีสิทธิ์นำเข้าข้าวในมณฑลกวางตุ้ง

ปัจจุบัน ข้าวหอมมะลิไทยในคุนหมิงมีขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม 10 กิโลกรัม และ 25 กิโลกรัม โดยขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม มีจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในนครคุนหมิง ซึ่งมียี่ห้อที่วางจำหน่ายไม่เกิน 10 ชนิด ราคาอยู่ในช่วง 90 -110 หยวน มีทั้งชนิดที่แพคมาจากเมืองไทย และรีแพคในจีน

สำหรับข้าวบรรจุ 10 และ 25 กิโลกรัม ส่วนใหญ่จะจำหน่ายในราคาส่งให้กับลูกค้าหลัก 2 ประเภท ได้แก่ ตัวแทนย่อย ซึ่งตัวแทนย่อยจะจำหน่ายให้กับพ่อค้าข้าวในตลาดทั่วไปและกลุ่มร้านค้าย่อยอีกทอด ลูกค้าที่สำคัญอีกกลุ่ม คือ โรงแรมระดับสี่และห้าดาว รวมถึงร้านอาหารไทย ร้านอาหารทะเล และร้านอาหารระดับบน

หากพูดถึงข้าวหอมมะลิไทย ชาวยูนนานรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวยูนนานที่ค่อนข้างมีฐานะ อีกทั้งชาวยูนนานมีความใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เป็นอย่างดี ในปัจจุบัน ข้าวหอมมะลิไทยก็มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันเวลาเช่นกัน

คู่แข่งหมายเลขหนึ่ง---ข้าวคุณภาพดีจากภาคอีสานของจีน

ข้าวในยูนนานแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ข้าวอินดิกา (Indica,籼米) และข้าวจาปอนิกา (Japonica,粳米) โดยข้าวอินดิกามีลักษณะเมล็ดยาวรี ต้นสูง เมื่อหุงเสร็จจะมีความร่วน เป็นข้าวที่ปลูกในเขตร้อน เช่น จีนตอนใต้และตอนกลาง (ได้แก่ หูหนาน หูเป่ย กวางตุ้ง กว่างซี เจียงซี และเสฉวน) ศรีลังกา อินเดีย อินโดนีเชีย บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ส่วนข้าวจาปอนิกามีลักษณะเมล็ดป้อมกลมรี ต้นเตี้ย เมื่อหุงเสร็จจะมีความเหนียวนุ่ม เป็นข้าวที่ปลูกในเขตอบอุ่น เช่น จีนอีสาน (ได้แก่ เฮยหลงเจียง จี๋หลินและฮาร์บิน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในจีน) ญี่ปุ่น และเกาหลี

ชาวยูนนานนิยมบริโภคข้าวจาปอนิกาถึงร้อยละ 95 ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากจีนอีสาน ส่วนข้าวอินดิกาบางส่วนนำมาจากต่างมณฑล และบางส่วนเป็นข้าวไทย เมียนมาร์ ลาวและเวียดนาม ซึ่งรวมแล้วคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 5

สำหรับข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเมียนมาร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ชนิดบรรจุถุงแพค ซึ่งมีการรีแพคในจีน ยังมียอดจำหน่ายน้อยมาก เนื่องจากไม่เป็นที่นิยม ราคาปลีกขนาด 5 กิโลกรัม จำหน่ายราว 35 หยวน ส่วนชนิดไม่บรรจุถุงแพค ราคาส่งจำหน่ายกิโลกรัมละ 3 หยวน ส่วนใหญ่จะจำหน่ายในปริมาณมากให้กับลูกค้าที่นำไปทำแป้งข้าวจ้าว หรือเส้นขนมจีนที่เรียกว่า “หมี่เซี่ยน” ซึ่งชาวยูนนานนิยมบริโภคอย่างมาก

ข้าวจากเมียนมาร์รีแพคในจีน

 

ข้าวจากลาวรีแพคในจีน

ข้าวที่นำเข้าจากภาคอีสานของจีนและมีจำนวนผู้บริโภคมากที่สุดในยูนนาน เป็นข้าวระดับกลาง เช่น ข้าวเสี่ยวติง (小町) ราคาประมาณกิโลกรัมละ 4 - 6 หยวน ส่วนข้าวหอมระดับบนที่ชาวยูนนานนิยมบริโภค เช่น เต้าฮัวเซียง (稻花香) และ ฉางลี่เซียง (长粒香) มีราคาขายปลีกอยู่ที่กิโลกรัมละ 8-10 หยวน ในขณะที่ราคาข้าวหอมมะลิไทยอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 20 หยวน แพงกว่าเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคชาวยูนนานก็ยังขาดความมั่นใจในข้าวบรรจุถุงที่ระบุว่าเป็นข้าวไทย เนื่องจากปัญหาการปลอมปนข้าวที่ผ่านมา โดยผู้นำเข้าจีนนำข้าวไทยมารีแพคใหม่ในจีน ซึ่งอาจรีแพคที่กว่างโจวหรือยูนนานก็ตาม รวมถึงการนำข้าวเมล็ดยาวชนิดอื่นที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาผสม เพื่อลดต้นทุนและจำหน่ายในแบรนด์ของตน เมื่อข้าวถึงมือผู้บริโภค ความหอมของข้าวซึ่งระบุว่าเป็นข้าวไทยจึงมีกลิ่นหอมลดลงและรู้สึกไม่ต่างจากข้าวหอมของจีน ทำให้ผู้บริโภคชาวยูนนานจำนวนมากไม่รู้จักคุณภาพและรสชาติที่แท้จริงของข้าวหอมมะลิไทย ผู้บริโภคขาดความมั่นใจในตัวสินค้าของไทย แม้จะมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอาหาร (Quality Safe Mark: QS Mark) ของจีนก็ตาม ชาวยูนนานระดับบนจำนวนมากจึงหันไปบริโภคข้าวชนิดอื่นแทน โดยเฉพาะข้าวจากทางภาคอีสานของจีน ซึ่งข้าวหอมของจีนก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง และถูกปากชาวยูนนานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

หมายเหตุ

วิธีดูข้าวไทยชนิดที่แพคมาจากเมืองไทย และชนิดที่มีการรีแพคในจีน

ข้าวที่แพคจากไทย

ข้าวที่รีแพคในจีน

1. บาร์โค้ดขึ้นต้นด้วย “885...”

2. มีคำว่า “Product of Thailand”

3. มีเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยจากกระทรวงพาณิชย์

1. บาร์โค้ดขึ้นต้นด้วย “69...”

2. มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอาหาร (Quality Safe Mark: QS Mark) ของจีน

แหล่งข้อมูล

กรมการข้าวฯ และการสำรวจข้าวหอมมะลิไทยในห้างสรรพสินค้า นครคุนหมิง และตลาดค้าส่งธัญพืชเหลียงถิง (昆明市凉亭粮食批发交易市场) ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิง

จัดทำโดย

ธิดารัตน์ วนพฤกษาศิลป์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง

วันที่ 7 มกราคม 2557

15 มกราคม 2557

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ