ลัตเวียเปลี่ยนเป็นใช้เงินยูโร
ลัตเวียเปลี่ยนเป็นใช้เงินยูโร

สำหรับ ผู้ที่เดินในตลาดของประเทศลัตเวียตั้งแต่เมื่อกลางปี 2556 จะเห็นว่า ร้านค้าแต่ละร้านปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการไว้ทั้งเงินลัตและเงินยูโร ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา อียูได้เปิดไฟเขียวให้ลัตเวียเข้ามาใช้เงินสกุลยูโรแล้ว

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2557 รัฐบาลลัตเวียได้มีพิธีประกาศการเปลี่ยนสกุลเงินอย่างเป็นทางการ จากเงินลัต เป็น เงินยูโร ซึ่งถือเป็นประเทศที่ 18 ที่ใช้เงินยูโร โดยมีนาย Valdis Dombrovskis รักษาการนายกรัฐมนตรีลัตเวีย ได้เป็นผู้ถอนเงินยูโรคนแรกจากธนาคารในกรุงริกา เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย เมื่อเวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2557 และในงานดังกล่าว มีนาย Andrus Ansip นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย และผู้นำระดับสูงของลัตเวียเข้าร่วมด้วย

นาย Dombrovskis ยังได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังพิธีว่า การเปลี่ยนสกุลเงินจากเงินลัตมาเป็นยูโร เป็นเรื่องที่รัฐบาลลัตเวียชุดปัจจุบันให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง นอกเหนือจากในเรื่องการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2551-2552 และคาดว่า ลัตเวียจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างมหาศาลจากการเปลี่ยนมาใช้ เงินสกุลยูโร สำหรับเงินสกุลลัต จะยังสามารถใช้ได้ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2557

ลัตเวียได้เตรียมการในการเปลี่ยนผ่านสกุลเงินไว้อย่างไร ?

ลัตเวียได้เข้าเป็นสมาชิกอียูเมื่อปี 2547 และมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะดำเนินการตามข้อบังคับของอียูเพื่อ เปลี่ยนมาใช้เงินสกุลยูโร แต่ด้วยปัญหาภายใน โดยเฉพาะวิกฤตทางเศรษฐกิจ จึงทำให้กระบวนการดังกล่าวล่าช้าออกไป จนเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา อียูจึงได้ประกาศให้ลัตเวียได้ผ่านเกณฑ์ในการเข้าใช้เงินสกุลยูโร โดยลัตเวียได้วางมาตรการเตรียมการเปลี่ยนสกุลเงินล่วงหน้าไว้อย่างรัดกุม ส่งผลให้การเปลี่ยนผ่านการใช้สกุลเงินในชั้นนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยใช้มาตรการที่สำคัญ ได้แก่

  • มาตรการ “Fair Euro Introducer” เพื่อรณรงค์ให้ภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และภาคประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันมิให้มีผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการจาก การเปลี่ยนสกุลเงิน
  • การสำรวจและเฝ้าติดตามแนวโน้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนสกุลเงินอย่างต่อเนื่อง
  • การวางมาตรการให้ร้านค้าทุกร้านต้องแสดงราคาสินค้าและบริการเป็นสกุล เงินลัตและเงินยูโรควบคู่กันไปตั้งแต่กลางปี 2556 จนถึงกลางปี 2557

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ชาวลัตเวียทั่วไปได้เตรียมพร้อมทางจิตวิทยาต่อการจับจ่ายใช้สอย สินค้าและบริการด้วยสกุลเงินใหม่ โดยความราบรื่นนี้ได้รับการชื่นชมจากคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งได้ออก press release เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2557 แสดงความชื่นชมรัฐบาลลัตเวียที่ได้ดำเนินมาตรการเตรียมการสำหรับการเปลี่ยน สกุลเงินได้อย่างรอบคอบและทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปด้วยความราบรื่นด้วย

ลัตเวียได้ หรือ เสียจากการเปลี่ยนสกุลเงินในครั้งนี้ ?

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ลัตเวียได้จากการเปลี่ยนสกุลเงินที่สำคัญ คือ การเปิดตลาดสู่ประชากรกว่า 500 ล้านคนในอียู และในประเทศอื่นๆ ที่ใช้เงินยูโร และประโยชน์ที่จะมีต่อภาคส่งออกของลัตเวียที่เกิดขึ้นจากการลดลงของค่าใช้ จ่ายและความความเสี่ยงที่เกิดจากความผกผันของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้การดำเนินธุรกรรมทางธุรกิจสะดวกขึ้นมาก และส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของลัตเวียที่มีเสถียรภาพและมีความน่าเชื่อถือใน สายตานักลงทุน และเงินทุนจากต่างชาติเข้ามาในระบบเศรษฐกิจลัตเวียมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่นักลงทุนต่างชาติจะได้รับจากการลงทุนและทำธุรกิจในลัตเวียอยู่แล้ว ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ภาคธุรกิจลัตเวียนิยมกู้เงินและดำเนินธุรกรรมบางส่วนเป็นเงินยูโรอยู่แล้ว และส่งออกนำเข้ากว่าครึ่งโดยใช้เงินยูโร รวมถึงภาคธุรกิอสังหาริมทรัพย์ของลัตรเวียด้วยที่นิยมใช้เงินยูโร

นอกจากนี้ การเปลี่ยนเป็นเงินยูโรจะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของลัตเวีย โดยเฉพาะในปี 2557 ซึ่งกรุงริกาได้รับมอบหมายจากอียูให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป ร่วมกับสวีเดน และจะมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวต่างๆ ตลอดปี โดยคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในลัตเวียเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ผู้คัดค้านการเปลี่ยนสกุลเงินครั้งนี้ มองว่า การเปลี่ยนใช้สกุลเงินยูโรทำให้ลัตเวียต้องสูญเสียค่าเงินลัตซึ่งแข็งกว่ายู โร โดยสูญเสียประมาณร้อยละ 20 และเงินหมุนเวียนที่จะเข้ามาในระบบเศรษฐกิจลัตเวียจากต่างชาติส่วนใหญ่จะมี แต่เฉพาะรัสเซียและประเทศที่เคยอยู่ในสหภาพโซเวียต ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการลงทุนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเงินและ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ก็เพื่อให้ได้ถิ่นพำนักในลัตเวียและเพื่อสิทธิประโยชน์ในการเข้าออกไปยัง ประเทศอียูอื่นๆ ได้โดยสะดวกเท่านั้น

นอกจากนี้ ผลกระทบด้านลบอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น มีอาทิ ปัญหาอาชญากรรมและการฟอกเงิน การย้ายถิ่นฐานของชาวลัตเวียไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป ทั้งนี้ ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมองว่า การเปลี่ยนสกุลเงินในเชิงสัญลักษณ์อาจเทียบได้กับการสูญเสียความเป็นเอกราช ทางเศรษฐกิจของลัตเวีย โดยก่อนหน้านี้ สมาชิกรัฐสภา Saeima ของลัตเวียบางคนได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำประชามติก่อนเปลี่ยนสกุลเงิน แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวก็ตกไปเนื่องจากเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา 84 จาก 100 เสียง ให้การสนับสนุนการเปลี่ยนสกุลเงินโดยไม่ต้องทำประชามติ

การเปลี่ยนแปลงสกุลเงินเป็นยูโรครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ ?

ผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องการค้าในชั้นนี้ยังอาจมีไม่มาก เนื่องจากปริมาณการค้าระหว่างไทยกับลัตเวียยังคงสูงไม่มาก หรือ 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2555

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาถึงการทวีบทบาทของลัตเวียในประชาคมระหว่างประเทศ การเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในยุโรปแล้ว การมีเศรษฐกิจที่มั่นคงขึ้น และการเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นสากลแล้ว นักลงทุนไทยอาจพิจารณาใช้ลัตเวียเป็นฐานการผลิตหรือฐานการส่งออกสินค้าและ บริการของไทยไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรปได้ ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ ต้องมีการเข้าหาพบปะทำความรู้ จักระหว่างกันก่อน

แหล่งอ้างอิงภาพ : photos from the Cabinet of Ministers of the Republic of Latvia (www.mk.gov.lv)

21 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ