บทเรียน 35 วัน ของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ที่ต้องหยุดชะงักในรูทเฉิงตู-ฮานอยจากต้นทุนที่เพิ่มและรูรั่วเล็กๆ จากถังน้ำมัน
บทเรียน 35 วัน ของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ที่ต้องหยุดชะงักในรูทเฉิงตู-ฮานอยจากต้นทุนที่เพิ่มและรูรั่วเล็กๆ จากถังน้ำมัน

นครเฉิงตู เป็นเมืองที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกด้าน ถือเป็นตลาดที่ท้าทายต่อการเข้ามาลงทุนของภาคธุรกิจหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจการบินที่บริษัทสายการบินต่างชาติต่างสนใจที่จะเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเขตศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งภาคตะวันตกของจีนสู่ประเทศของตน ส่งผลให้เกิดการแข่งขันระหว่างธุรกิจการบินต่างชาติกับธุรกิจการบินภายในประเทศอย่างเข้มข้น อีกทั้งเป็นเวทีพิสูจน์ศักยภาพของบริษัทสายการบินนั้นๆ ว่าจะสามารถยืนหยัดและเข้มแข็งเพียงใด

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 55 ถือได้ว่าเป็นวันสิ้นสุด 11 ปี ของการให้บริการของ สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ในเส้นทาง นครคุนหมิง-กรุงฮานอย หลังจากที่เริ่มต้นให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 44 และย้าย สนง. สายการบินมายังนครเฉิงตูแทนในเวลาต่อมา สำหรับสาเหตุของการหยุดให้บริการในเส้นทางดังกล่าว บ.ท้วร์ รวมถึง บ.ตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน ให้ความเห็นว่า อาจเป็นเพราะความกดดันจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็เป็นได้

กลุ่มผู้ใช้บริการสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ในเส้นทางนี้ กว่า 85% เป็นกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งตั้งแต่เดือน มิ.ย. 51 นักท่องเที่ยวที่จะไปกัมพูชา สามารถยออกเดินทางจากนครคุนหมิงและแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงฮานอยก่อนบินสู่จุดหมาย

ในช่วงต้น สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ตั้งความหวังไว้สูงกับตลาดนักท่องเที่ยวในนครคุนหมิง และได้ใช้เครื่อง A320 ไว้ให้บริการ ทว่าจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่อง Fokker 70 จำนวน 79 ที่นั่งให้บริการแทน

เจ้าหน้าที่ สนง.สายการบินเวียดนามแอร์ ประจำนครคุนหมิง ประเมินจากสถานการณ์การให้บริการที่ลดลง จึงมีความคิดในการโยกย้ายเส้นทางการบินมาสู่ นครเฉิงตู เนื่องจากมองเห็นถึงศักยภาพและหันมาให้ความสนใจกับตลาดนักท่องเที่ยวนครเฉิงตูที่เติบโตอย่างรวดเร็วในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ประเทศเวียดนามเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซี่ยนที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 3 ของมณฑลเสฉวน ทำให้มีนักลงทุนรายใหญ่จากมณฑลเสฉวน อาทิ กลุ่ม บ. นิวโฮปภาคธุรกิจเกษตร กลุ่ม บ.ถงเหว่ย และ กลุ่มตงฟาง อิเล็คทริก คอร์ป ลงทุนตั้งฐานการผลิตในเวียดนาม ยิ่งทำให้สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ตัดสินใจอย่างแน่วแน่นที่จะย้าย สนง. การบินมาเปิดที่นครเฉิงตู โดยเปิดเที่ยวบินตรงจาก นครเฉิงตู-กรุงฮานอย อย่างเป็นทางการ เที่ยวปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 55 และนับเป็นเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่จีนเป็นแห่งที่ 4

อย่างไรก็ตาม เส้นทางธุรกิจการบินของเวียดนามในรูทดังกล่าวมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะไม่ได้มีเพียงบริษัทสายการบินเดียวของตนเท่านั้นที่เปิดให้บริการบินตรงสู่ประเทศเวียดนามเท่านั้น แต่ยังมี สายการบินเสฉวนแอร์ไลน์ ได้ปิดให้บริการบินใน เส้นทางนครเฉิงตู-หนานหนิง-นครโฮจิมินห์ ไปแล้วในก่อนหน้านี้

จนท. สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ กล่าวว่า การแข่งขันในธุรกิจการบินเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สายการบินจีนกลับมิได้เป็นคู่แข่งอย่างที่คิด เพราะเส้นทางบินของ 2 สายแม้ว่าจะมีจุดเริ่มต้นจากนครเฉิงตูที่เหมือนกัน แต่มีจุดหมายปลายทางที่ไม่เหมือนกัน สายการบินเสฉวนแอร์ไลน์ บินจากนครเฉิงตู แวะรับผู้โดยสารที่นครหนานหนิง ก่อนบินตรงสู่นครโอจิมินห์ ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับ 1 ของประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ แต่สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ บินจากนครเฉิงตู ตรงสู่กรุงฮานอย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ การเปิดเส้นทางบินสายนี้ ยิ่งน่าจะเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวเสฉวน สามารถเดินทางไปเที่ยวกรุงฮานอย อีกทั้งสามารถต่อเครื่องเดินทางท่องเที่ยวต่อไปลาว กัมพูชา รวมถึงประเทศในแถบเซาท์อิสเอเซียได้อย่างสะดวก

การประเมินดังกล่าว น่าจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจการบินที่กำลังเริ่มต้นด้วยความสดใส ทว่า ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากสิ่งเล็กๆ กลับทำให้สถานการณ์ของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์พลิกผันชนิดจากหน้ามือเป็นหลังมือ ที่จำเป็นต้องหยุดการให้บริการในเส้นทางนครเฉิงตู-กรุงฮานอยลงหลังจากที่เริ่มต้นได้เพียง 35 วัน

โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 55 เครื่องบินโดยสารสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ A320 เที่ยวบินที่ VN553 ที่กำลังจะออกเดินทางจากสนามบินซวงหลิวไปยังสนามบินในกรุงฮานอย ได้เกิดเหตุถังน้ำมันรั่ว หลังจากเครื่องบินร่อนลงจอดบนรันเวย์ของสนามบินซวงหลิว ส่งผลผู้โดยสารเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดถึง 24 ชม.

จากเหตุกาณ์ดังกล่าว สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ได้แสดงความรับผิดชอบโดยการชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้โดยสารทั้งหมดที่มีจำนวนราว 100 คน รวมเป็นเงินราว 100,000 หยวน (1,000 หยวน/คน) ซึ่งถือเป็นการชดใช้ค่าเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ในจีนและมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นมาในภาคการบินพลเรือนของนครเฉิงตู

ความเสียหายที่เกิดขึ้น เสมือนจุดเริ่มต้นเพื่อทบทวนการดำเนินธุรกิจการบินใหม่ในเส้นทางบินที่เต็มไปด้วยความท้าทายของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 55 จนท.ฝ่ายการตลาด สนามบินซวงหลิว เผยกับสื่อท้องถิ่นว่า สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราวในเส้นทางนครเฉิงตู-กรุงฮานอยแล้ว

สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ให้เหตุผลถึงการทบทวนและปรับเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่เป็น นครเฉิงตู-นครคุนหมิง-กรุงฮานอย ใช้เวลาทำการบิน 2 ชม. เศษ แต่เนื่องจากภาคการบินพลเรือนจีนอนุมัติให้บินเลี่ยงไปใช้น่านฟ้าของประเทศพม่าแทน ซึ่งหมายถึงระยะเวลาการบินที่ต้องเพิ่มขึ้นเป็น 3 ชม. เศษ และต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่อง A320 แทน นั่นหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ จึงส่งผลให้สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์จำเป็นต้องหยุดให้บริการในเส้นทางนครเฉิงตู-กรุงฮานอยอย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 55 เป็นต้นไป



ข้อมูลเพิ่มเติม เวียดนามแอร์ไลน์ เป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศเวียดนาม เดิมเป็นหน่วยงานของรัฐ ก่อนที่จะแปรรูปกิจการมาเป็นเวียดนามแอร์ไลน์คอร์ปอเรชั่นในปี 2538 มีเครื่องบินโบอิ้ง, แอร์บัส, ATR-72, Fokker 70 ในครอบครอง จากการจัดอันดับของสกายแทร็กให้อยู่ในระดับ 3 ดาว
11 สิงหาคม 2555
แหล่งข้อมูล: นสพ. เฉิงตูหว่านเป้า(07/08/2012)
โดย: นายชลพรรษ ตั้งตระการ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ