
ในขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างล่าช้า กอปรกับค่าเงินหยวนที่ผันผวน และภาวะต้นทุนการผลิตภายในประเทศมีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น ทว่าภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของมลฑลเสฉวน ยังคงมีการขยายตัวตลอด 9 เดือนแรกของปี 55 หลังจากนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใดใน อาเซี่ยนจะสามารถเป็นคู่ค้าแซงหน้ากลุ่มประเทศยุโรปได้จริงหรือไม่

โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย. 55 ภาคการนำเข้าส่งออกของมณฑลเสฉวนมีมูลค่าทั้งสิ้น 43,040 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 54 เพิ่มขึ้นถึง 28.2% และมีอัตราขยายตัวสูงกว่าตัวเลขนำเข้าส่งออกทั่วประเทศที่ 6.2% ทำให้ภาคการนำเข้าส่งออกของมณฑลเสฉวนสามารถเขยิบติด 10 ลำดับแรกของประเทศได้ และเป็นลำดับที่ 1 ของภูมิภาคจีนตอนกลางและตะวันตก
ลองดูภาคเฉพาะภาคการส่งออกของมณฑลเสฉวนตลอด 9 เดือนแรกของปี 55 พบว่ามีมูลค่าอยู่ที่ 27,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวกว่า 42.8% ส่วนภาคการนำเข้านั้นมีมูลค่าอยู่ที่ 15,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 7.8%
พิจารณาเฉพาะในเดือน ก.ย. 55 ภาคการนำเข้าส่งออกของมณฑลเสฉวนมีมูลค่าอยู่ที่ 4,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 8.1% โดยเป็นมูลค่ามูลค่าส่งออก 2,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.0% และนำเข้า 1,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.3%
เมื่อดูจากตัวเลขการส่งออกที่มากกว่าการนำเข้าแล้ว ก็ถือว่าภาคการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ดี ส่งสัญญาณไปถึงปลายปี 55 ที่น่าจะปิดลงด้วยความสดใส โดยเฉพาะภาคการส่งออก
สำหรับรายละเอียดของการนำเข้าส่งออกของมณฑลเสฉวนตลอด 9 เดือนแรกนั้น เป็นการนำเข้าส่งออกประเภทอุตสาหกรรมแปรรูป (ซับซ้อน) โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 19,710 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 37.3% ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวช่วยกระตุ้นภาคการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนให้เติบโตถึงร้อยละ 16 ที่ 45.8%
ส่วนการนำเข้าส่งออกการค้าตามปกตินั้นมีมูลค่าน้อยกว่าที่ 18,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 22% ยังคงช่วยกระตุ้นภาคการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนให้เติบโตเช่นกันถึงร้อยละ 10.2 ที่ 44.1%
รวมถึงการนำเข้าส่งออกในเขตบริหารควบคุมศุลกากรพิเศษโดยผ่านกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ มีมูลค่า 1,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 4.9 เท่า กระตุ้นภาคการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนเติบโตที่ร้อยละ 2.5
ด้านการนำเข้าส่งออกผ่านคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตนครเฉิงตูมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่งผลให้ 9 เดือนแรกของปี 55 มีมูลค่าสินค้าที่ผ่านด่านรวมทั้งสิ้น 17,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 38.1% (สูงกว่าอัตราการขยายตัวของการนำเข้าส่งออกของมณฑลที่ 28.2%) โดยเป็นมูลค่าสินค้าที่ส่งออกผ่านด่านถึง 9,780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเกินครึ่งที่ 62% กระตุ้นภาพรวมการส่งของมณฑลให้ขยายตัวร้อยละ 19.2
นั่นเป็นสัญญาณทีกำลังบ่งบอกว่า เขตบริหารควบคุมศุลกากรพิเศษของนครเฉิงตูกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นนั่นเอง สืบเนื่องจากนโยบายโยกย้ายอุตสาหกรรมจากฝั่งตะวันออกมายังตะวันตก ผลักดันให้เกิดโครงสร้างคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรม จนเกิดเป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่เน้นการส่งออก ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งของการเปลี่ยนแปลงในการการขยายตัวด้านการค้าระหว่างประเทศของมณฑล
ปัจจุบัน พบว่า คลังสินค้าทันฑ์บนเขตซวงหลิว มีปริมาณงานพิธีศุลกากรเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่บริษัทยักษ์ใหญ่ อาทิ Intel หรือ Compal มีรายการการส่งออกสินค้าโดยผ่านศุลกากร ซึ่งตั้งแต่คลังสินค้าทันฑ์บนเขตซวงหลิวก่อตั้งในเดือน ก.ค. 55 ปริมาณสินค้านำเข้าส่งออกที่ผ่านด่านเริ่มแรกมีมูลค่าเพียง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนเพิ่มขึ้นมาเป็น 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ก.ย. จนมีการคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปี 55 จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลักดันปริมาณการค้าต่างประเทศของมณฑลเสฉวนให้มีมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับรายละเอียดเฉพาะการส่งออกประเภทอุตสาหกรรมแปรรูป (ซับซ้อน) ของมณฑลเสฉวน พบว่าขยายตัวโดยครองสัดส่วนมากกว่า 80% เฉพาะในรายการเครื่องจักรกลและเครื่องไฟฟ้าอิเล็คทรอนิกส์ โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย. 55 มีการส่งออกคอมพิวเตอร์แบบพกพา วงจรไอซี และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 17,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเกินครึ่งที่ 58.7% ถือเป็นรายการที่กระตุ้นภาคการส่งออกโดยรวมมากที่สุดของมณฑลให้ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 33.1 ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้ว่ามูลค่าการนำเข้าส่งออกในไตรมาสที่ 3 ของมณฑลเสฉวนนั้นจะขยายตัวน้อยกว่าไตรมาสที่ 2 ที่ 15.1% โดยเฉพาะการส่งออกที่ลดลง 28% ในไตรมาส 3 อันเป็นเหตุมาจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงภาวะวิกฤตหนี้ในยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ลองดูตัวเลขการค้าต่างประเทศที่เกิดขึ้นของมณฑลเสฉวนในไตรมาสที่ 3 จะพบว่า ปริมาณการค้าระหว่างมณฑลเสฉวนกับสหรัฐอเมริกามีมูลค่า 2,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 5.5% และปริมาณการค้ากับกลุ่มยูโรโซนมีมูลค่า 2,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตกต่ำลงอย่างหนัก 30.1% และปริมาณการค้ากับประเทศญี่ปุ่นมีมูลค่า 1,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเช่นกันที่ 6%
สาเหตุเด่นชัดที่ทำให้ปริมาณการค้าระหว่างมณฑลเสฉวนกับกลุ่มยูโรโซนที่ลดลงอย่างน่าวิตกนั้น คือ ความต้องการของตลาดที่ลดลงในกลุ่มสินค้ารายเด่นของมณฑลเสฉวนที่มีปริมาณการผลิตสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทเครื่องจักรกลและเครื่องไฟฟ้าอิเล็คทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์แบบพกพา รวมถึงส่งออกเครื่องหนัง สินค้าเกษตร เสื้อผ้า ใบยาสูบ
เห็นได้จากสถิติการส่งออกคอมพิกเตอร์แบบพกพาของมณฑลเสฉวนเฉพาะในเดือน พ.ค. 55 ที่ผ่านมามีจำนวนมากสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3,082,000 เครื่อง ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกในรายการสินค้าดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปยังคงตกต่ำ ความต้องการของตลาดที่ลดลง ทว่าราคาคอมพิวเตอร์นั้นไม่ปรับตัวลดตาม จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุของการชะลอตัวในภาคการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวน
ทว่าแนวโน้มที่คาดว่าน่าจะทำให้ภาคการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนกลับฟื้นตัวสดใสขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ คงฝากความหวังไว้ที่ 1.ช่วงเทศกาลคริสมาสต์ของฝั่งยูโรโซนและอเมริกา และเทศกาลปีใหม่สากลที่กำลังจะมาถึง โดยหวังที่จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการบริโภคมากยิ่งขึ้น และ 2.ความหวังอันยิ่งใหญ่กับการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซี่ยนที่ส่งสัญญาณที่สดใสจากปริมาณมูลค่าทางการค้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
บทบาทการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนกับกลุ่มประเทศอาเซี่ยนเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ปริมาณการค้าระหว่าง 2 ภูมิภาคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในไตรมาสที่ 3 มีมูลค่าสูงถึง 2,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 1.6 เท่า แซงหน้ากลุ่มยูโรโซนเรียบร้อยแล้วและก้าวขึ้นสู่การเป็นเพื่อนคู่ค้าอันดับที่ 2 รองจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
การที่อาเซี่ยนก้าวขึ้นสู่การเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของมณฑลเสฉวนอย่างเต็มตัวนั้น สืบเนื่องมาจากการเปิดเขตการค้าเสรีจีน-อาเซี่ยนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นมา สินค้ามากกว่า 90% มีการเสียอัตราภาษีศุลกากรเป็น 0 นักวิเคราะห์กล่าวว่า มณฑลเสฉวนยังมีจุดแข็งในสินค้าประเภทเครื่องจักรกลและเครื่องไฟฟ้าอิเล็คทรอนิกส์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องจักรกลทางการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และอุปกรณ์สำนักงาน ที่มีปริมาณความต้องการมากในบางประเทศในกลุ่มอาเซี่ยน เช่น ประเทศเวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวันนั้นยังมีการพัฒนาที่น้อย ดังนั้น อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของมณฑเสฉวน เช่น สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหนัง เครื่องเซรามิก กระดาษ เครื่องเรือน เครื่องครัว เครื่องเล่น ของเล่น และอื่นๆ สามารถเติมเต็มและสนองความต้องการของตลาดในกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้ ทำให้เกิดความร่วมมือทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต รวมถึง ภาคอุตสาหกรรมเคมี พลังงาน และเหมืองแร่ ที่ได้เริ่มต้นพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการผลักดันอย่างใหญ่หลวงทางการค้าระหว่างประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=461&ELEMENT_ID=13601
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
