ทะยานไปอีกขั้นสู่ระดับสากล กับนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวน
ทะยานไปอีกขั้นสู่ระดับสากล กับนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวน

จากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันส่งผลกระทบกระจายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกับจีนประเทศมหาอำนาจคลื่นลูกใหม่ทางเศรษฐกิจ ตกอยู่ภายใต้สภาพความกดดันอย่างหนัก สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของจีนยังมีทิศทางที่ไม่แน่นอน ผกผันอยู่ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เสฉวนมณฑลยักษ์ใหญ่แห่งจีนตอนใน กลับสามารถยืนหยัดพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดดเด่นกว่ามณฑลอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การครองความยิ่งใหญ่เป็นหนึ่งด้านเศรษฐกิจของจีนภาคตะวันตก

ไม่กี่ปีมานี้ มณฑลเสฉวนดำเนินยุทธศาสตร์เปิดเสรีด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างเต็มตัว โดยการสร้างและขยายเขตความร่วมมือกับเมืองต่างๆ ทั้งในจีนและต่างประเทศ อีกทั้งเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศในทุกๆด้าน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจของมณฑลฯ พัฒนาก้าวขึ้นไปอีกขั้นซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ของจีนที่ตั้งเป้าปฎิรูปจีนตะวันตกให้ก้าวหน้าทะยานสู่ความเป็นสากล

ในปี 2555 ตัวเลขด้านการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนมีมูลค่ารวมที่ 65,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการนำเข้าส่งออกรวม 59,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อน 23.9% เป็นการส่งออก 38,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 32.5% และการนำเข้า 20,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.5%

มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนทะลุ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในปี 2552 ทำให้อันดับมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกในปีนั้น ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 10 ของจีน จนถึงปัจจุบันมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกยังคงสามารถรักษาสถิติดังกล่าวไว้ได้และมีทิศทางการขยายตัวที่สดใส ในส่วนของอัตราการพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมที่ 10.4% เพิ่มขึ้นเป็น 15.5% ครองอันดับหนึ่งของจีนตะวันตก

อย่างไรก็ดี ในปี 2555 มณฑลเสฉวนมุ่งมั่นดำเนินการตามนโยบาย “ก้าวออกไป” และ “จูงใจเข้ามา” อย่างจริงจัง ทำให้เม็ดเงินการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศพุ่งขึ้นสูงถึง 98,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.5% คิดเป็น 2.8% ของการลงทุนธุรกิจจากต่างประเทศทั่วจีน และ 35.4% ของจีนตะวันตก โดยเป็นมูลค่าโครงการจากต่างประเทศทั้งสิ้น 5,600 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศ

ส่งผลให้จำนวนบริษัท 500 อันดับแรกของโลกเข้ามาลงทุนในมณฑลเสฉวนสิ้นสุดปี 2555 มียอดรวมทั้งหมดเป็น 247 ราย อีกทั้งวิสาหกิจชั้นนำของเสฉวน “ก้าวออกไป” ลงทุนยังต่างประเทศมียอดรวมทั้งสิ้นกว่า 300 ราย เป็นเม็ดเงินการลงทุนทั้งสิ้น 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 2 เท่า



ขอบเขตความร่วมมือทางการค้าของมณฑลเสฉวนกับต่างประเทศในปัจจุบัน

การดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวนตลอดปี 2555 ส่งผลให้ภาพรวมทางการค้าและความร่วมมือระหว่างมณฑลเสฉวนกับ 4 เขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกเติบโตอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มความร่วมมือที่ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


ความร่วมมือทางการค้าระหว่างมณฑลเสฉวนกับเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่อยู่ทางทางตอนใต้ของมณฑลฯ

อาณาเขตความร่วมมือ : อาเซียน เอเซียใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ประเทศ : ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย ศรีลังกา ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

หลังจากที่ได้บรรลุข้อตกลงนโยบายเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนในปี 2553 ทำให้มูลค่าทางการค้าระหว่างเสฉวนกับอาเซียนมีการพัฒนาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาเซียนยังเป็นคู่ค้าอันดับสามของมณฑลเสฉวน รองจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ก๊าซธรรมชาติและสินค้าเกษตร เป็นต้น

สำหรับการค้าระหว่างเสฉวนกับอาเซียนในปี 2555 การนำเข้าส่งออกฯ มีมูลค่ารวม 8,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 119.7% เป็นมูลค่าการส่งออกไปยังอาเซียน 6,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 143% โดยส่งออกไปมาเลเซียมากที่สุดอันดับหนึ่งมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านการลงทุน ประเทศกลุ่มอาเซียนเข้ามาลงทุนในเสฉวนทั้งสิ้น 754 โครงการ คิดเป็นเม็ดเงินการลงทุนจำนวน 4,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยวิสาหกิจจากสิงคโปร์เข้ามาลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งที่จำนวน 2,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ Temasek, Yanlord Landmark เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทในกลุ่มประเทศอาเซียนได้เข้ามาลงทุนจัดตั้งบริษัทในเสฉวนทั้งสิ้น 101 บริษัท ด้วยเม็ดเงินลงทุน 1,110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่ลงทุนในด้านบริการธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารสัตว์แปรรูป และเหมืองแร่ เป็นต้น

ในส่วนของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างมณฑลเสฉวนกับไทยตลอดปี 2555 การนำเข้าและส่งออกระหว่างเสฉวนกับไทยมีมูลค่ารวม 552.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกจากเสฉวนไปไทย 401.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 70.2% สินค้าส่งออกจากเสฉวนสู่ไทยที่สำคัญ อาทิ วัสดุแม่เหล็ก เครื่องจักรสำหรับขุดเจาะ เป็นต้น และมูลค่าการนำเข้าของเสฉวนจากไทย 151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.7% สินค้านำเข้าที่สำคัญ อาทิ เคมีอนินทรีย์ ส่วนประกอบไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟฟ้า เป็นต้น

สำหรับเขตเศรษฐกิจเอเซียใต้ เป็นภูมิภาคที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมากที่สุดราว 1 ใน 5 ของประชากรโลก และยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักสำคัญต่อการขยายช่องทางการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวน โดยในปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับเอเซียใต้ มีมูลค่ารวม 1,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 14.7% เป็นมูลค่าการส่งออกไปเอเชียใต้ 1,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 18.1% สินค้าส่งออกที่สำคัญ อาทิ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ และเครื่องโลหะ โดยในภูมิภาคนี้ อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเสฉวน ซึ่งการนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนและอินเดียมีมูลค่ารวม 1,510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 76.6% ของภูมิภาคเอเชียใต้

ด้านการลงทุน มณฑลเสฉวนส่งเสริมให้ภาคเอกชน “ก้าวออกไป” ลงทุนในเอเชียใต้มากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา มีเม็ดเงินจากเสฉวนเข้าไปลงทุนในเอเซียใต้ราว 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิอุตสาหกรรมด้านเมล็ดพันธุ์ ด้านอาหารสัตว์ ด้านไฟฟ้าพลังงานน้ำ และวิศวกรรมระบบราง เป็นต้น

นอกจากนี้ เอเซียใต้ยังเป็นหนึ่งในตลาดแห่งโครงการรับเหมาต่างชาติที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาด้านโครงการรับเหมาต่างชาติของเสฉวน โดยในปีที่แล้วเสฉวนได้เซ็นสัญญารับเหมาโครงการในเอเซียใต้รวมมูลค่าเกินกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับภูมิภาคออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ภูมิภาคเป้าหมายของนโยบายเปิดเสรีการค้าทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวน ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นมิตรคู่ค้ารายสำคัญของเสฉวน โดยในปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับภูมิภาคออสเตรเลียมีมูลค่ารวม 1,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 51.2%

ด้านการลงทุน วิสาหกิจใหญ่ของเสฉวน “ก้าวออกไป” ลงทุนในภูมิภาคนี้มากขึ้น อาทิ New Hope Group (อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารสัตว์) Taifeng Group (เหมืองแร่และอสังหาริมทรัพย์)

นอกจากนี้ ภาครัฐของภูมิภาคออสเตรเลียยังออกนโยบายเร่งผลักดันสร้างโอกาสความร่วมมือทางการค้ากับเสฉวนมากขึ้น โดยจะเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างนครเฉิงตู-กรุงเมลเบิร์น และยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นเส้นทางโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าจากเสฉวนสู่ภูมิภาคออสเตรเลียได้ในอีกไม่นานนี้


ความร่วมมือทางการค้าระหว่างมณฑลเสฉวนกับเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่อยู่ทางทางตอนตะวันตกของมณฑลฯ

อาณาเขตความร่วมมือ : สหภาพยุโรป เอเซียกลางและรัสเซีย

ประเทศ : เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ คาซัคสถาน เติร์กเมนิสถาน รัสเซีย ฯลฯ

หลายปีมานี้ มณฑลเสฉวนมุ่งเน้นขยายช่องทางการค้าและเศรษฐกิจไปสู่ด้านทิศตะวันตก โดยมีกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปเป็นเป้าหมายสำคัญ เรียกว่า “ยุทธศาสตร์หัวสะพาน” ซึ่งอาศัยเขตปกครองตนเองซินเจียง เป็นประตูการค้าและมีเส้นทางโลจิสติกส์ระบบรางเป็นตัวเชื่อมจากจีนสู่เอเซียกลางสิ้นสุดที่เขตเศรษฐกิจภูมิภาคดังกล่าว

ตลอดปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับสหภาพยุโรปมีมูลค่ารวม 10,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วิสาหกิจชั้นนำของสหภาพยุโรปเข้ามาลงทุนในเสฉวนทั้งสิ้น 492 ราย คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนรวม 2,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประเทศที่มีเม็ดเงินการลงทุนสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษและเนเธอร์แลนด์ ในส่วนของวิสาหกิจเสฉวน “ก้าวออกไป” ลงทุนในสหภาพยุโรปทั้งสิ้น 8 ราย มีเม็ดเงินลงทุนราว 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งมณฑลเสฉวนได้เซ็นสัญญารับเหมาโครงการใหม่ในสหภาพยุโรปเพิ่มอีก 4 โครงการมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับรัสเซีย โดยในปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับรัสเซียมีมูลค่ารวม 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นมูลค่าการส่งออกไปรัสเซีย 510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญ อาทิ เครื่องมือขุดเจาะน้ำมันและรองเท้า เป็นต้น

ด้านการลงทุน ในปัจจุบันวิสาหกิจรัสเซียเข้ามาลงทุนในเสฉวนทั้งสิ้นแล้ว 23 ราย อาทิ กลุ่มบริษัท MIGAO ที่ผลิตแร่โพแทชหรือเกลือหินที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งมีเม็ดเงินการลงทุนกว่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของวิสาหกิจเสฉวน “ก้าวออกไป” ลงทุนในรัสเซีย อาทิ บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า Chang Hong และ บริษัทเครื่องมือขุดเจาะน้ำมัน Hong Hua เป็นต้น โดยทั้งหมดมีมูลค่าการลงทุนรวมสูงกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับภูมิภาคเอเซียกลางมีตัวเลขการค้าระหว่างประเทศกับมณฑลเสฉวนที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยตลอดปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับเอเซียกลางมีมูลค่ารวม 1,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 268% เป็นมูลค่าการส่งออกจากเสฉวนไปเอเซียกลาง 1,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 90% จากการร่วมมือทางการค้าทั้งหมดของทั้งสองฝ่าย ซึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญคือ เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยในปัจจุบัน วิสาหกิจเสฉวนกำลังวางแผนที่จะ “ก้าวออกไป” ลงทุนในเอเซียกลางด้วยเม็ดเงินลงทุนที่สูงถึง 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการบุกเบิกการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในเติร์กเมนิสถาน

นอกจากนี้ มณฑลเสฉวนได้สร้างเส้นทางโลจิสติกส์ระบบรางจากนครเฉิงตู มุ่งตรงสู่จุดหมายปลายทางเมืองลอดซ์ ประเทศโปแลนด์ และได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2555 ซึ่งเป็นเที่ยวปฐมฤกษ์ที่บรรทุกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จีนมุ่งหน้าถึงสถานีรถไฟปลายทางในเมืองลอดซ์เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2556 รวมระยะเวลาในการเดินทาง 15 วัน ประหยัดเวลากว่าการขนส่งทางทะเลสู่ทวีปยุโรปถึง 2 เท่า และคาดว่าตั้งแต่เดือน มี.ค 2556 เป็นต้นไป จะเปิดให้บริการโลจิสติกส์สัปดาห์ละหนึ่งเที่ยว โดยเส้นทางโลจิสติกส์ระบบรางเฉิงตู-โปแลนด์สายนี้ ถือเป็นความสำเร็จของการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในการเชื่อมโยงระบบขนส่งโลจิสติกส์ระบบรางระหว่างจีนตะวันตกเฉียงใต้สู่ภาคพื้นยุโรปโดยสมบูรณ์


ความร่วมมือทางการค้าระหว่างมณฑลเสฉวนกับเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่อยู่ทางทางตอนตะวันออกของมณฑลฯ

อาณาเขตความร่วมมือ : ทวีปอเมริกาเหนือ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

ประเทศ : สหรัฐฯ แคนาดา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

ปัจจุบัน มณฑลเสฉวนได้กลายมาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคจีนตอนกลางและตะวันตก ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวน กอปรกับ สหรัฐฯ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเสฉวน จึงมีความคิดที่จะหาช่องทางขยายความร่วมมือให้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายหลักคือความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ

โดยในปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับสหรัฐฯ มีมูลค่ารวม 12,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 23.3% เป็นมูลค่าการส่งออกจากเสฉวนไปสหรัฐฯ ที่จำนวน 990 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องหนัง เครื่องโลหะ เป็นต้น ส่วนมูลค่าการนำเข้าของเสฉวนจากสหรัฐฯ อยู่ที่ 2,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าหลัก อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์และการรักษาพยาบาล และเลนส์กล้องถ่ายรูป เป็นต้น

ด้านการลงทุน วิสาหกิจใหญ่ของสหรัฐฯ ได้เข้ามาลงทุนในมณฑลเสฉวนแล้วทั้งสิ้น 1,192 ราย เป็นเม็ดเงินการลงทุนจำนวน 2,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบริษัทดังกล่าวล้วนจัดอยู่ในกลุ่ม 500 บริษัทชั้นนำของโลก อาทิ Intel, IBM (คอมพิวเตอร์) และ Cisco (อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์) Morgan Stanley (การเงินการลงทุน) เป็นต้น ในส่วนวิสาหกิจเสฉวนได้ “ก้าวออกไป” ลงทุนในสหรัฐฯ แล้วจำนวน 25 ราย โดยมีมูลค่าการลงทุนที่สูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ บริษัทรถยนต์ San He และบริษัทเครื่องมือขุดเจาะน้ำมัน Hong Hua เป็นต้น

สำหรับเกาหลีใต้ ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของจีน ที่ปัจจุบันประสบความสำเร็จอย่างมากในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมและภาพลักษณ์ของประเทศ รวมไปถึงด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยตลอดปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับเกาหลีใต้มีมูลค่ารวม 3,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 33.3%

ด้านการลงทุน วิสาหกิจเกาหลีใต้ได้เข้ามาลงทุนในเสฉวนแล้ว 192 ราย มีมูลค่าการลงทุนจำนวน 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ บริษัทรถยนต์ Xian Dai บริษัทผลิตภัณฑ์อาหาร Lotte และธนาคาร You Li เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทรถยนต์ Xian Dai คือวิสาหกิจสัญชาติเกาหลีใต้รายใหญ่ที่สุดที่ลงทุนในเสฉวน มีเม็ดเงินลงทุนก้อนแรกที่ 540 ล้านหยวน คาดปริมาณการผลิตรถยนต์ก่อนสิ้นสุดปี 2557 จะสูงถึง 170,000 คัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านหยวน

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับสากล ซึ่งมณฑลเสฉวนคือหนึ่งในคู่ค้าที่สำคัญของญี่ปุ่นในจีนภาคตะวันตก โดยในปีที่ผ่านมา การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับญี่ปุ่นมีมูลค่ารวม 4,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านการลงทุน สิ้นสุดปี 2555 บริษัท 500 อันดับแรกของโลกสัญชาติญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนในเสฉวนแล้วทั้งสิ้น 388 ราย มีมูลค่าการลงทุนจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ บริษัทรถยนต์ Honda ห้างสรรพสินค้า Ito Yokado บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า Sony เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทรถยนต์ Honda คือวิสาหกิจสัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่ที่สุดที่ลงทุนในเสฉวน โดยเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดสูงถึง 900 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนวิสาหกิจเสฉวนได้ “ก้าวออกไป” ลงทุนในญี่ปุ่นบ้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มประเภทซอร์ฟแวร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์


ความร่วมมือทางการค้าของมณฑลเสฉวนกับไต้หวัน ฮ่องกงและมาเก๊า

นับตั้งแต่จีนและไต้หวันได้ลงนามใน "ข้อตกลงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจสองฝั่งทะเล (ECFA)" อีกทั้งได้ลงนามใน "ข้อตกลงหุ้นส่วนความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ฮ่องกง-มาเก๊า-จีน (CEPA)" ส่งผลให้ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจระหว่างจีนกับไต้หวัน ฮ่องกงและมาเก๊าเจริญเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กอปรกับเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างทุกฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สำหรับมณฑลเสฉวนได้มีความพยายามใช้กลไกในข้อตกลงต่างๆ ข้างต้น เพื่อกระตุ้นและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการค้า

ในปี 2555 การนำเข้าส่งออกระหว่างเสฉวนกับไต้หวันมีมูลค่ารวม 2,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 17.7% กับฮ่องกงมีมูลค่ารวม 3,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 15% กับมาเก๊ามีมูลค่ารวม 98.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 842.5%

ด้านการลงทุน วิสาหกิจฮ่องกงได้เข้ามาลงทุนในเสฉวนแล้วทั้งสิ้น 4,400 ราย มีมูลค่าการลงทุนที่ 21,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับหนึ่งของวิสาหกิจที่เข้ามาลงทุนในเสฉวน ในส่วนวิสาหกิจไต้หวันเข้ามาลงทุนในเสฉวนแล้ว 1,596 ราย มีมูลค่าการลงทุนจำนวน 10,514 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขของการลงทุนจากวิสาหกิจฮ่องกงและไต้หวันสามารถสะท้อนถึงความสำเร็จของการลงนามในสัญญาทางการค้าฯ อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ในเดือน ต.ค.55 กระทรวงพาณิชย์จีนได้อนุมัติให้นครเฉิงตูเป็น พื้นที่นำร่องรองรับข้อตกลง CEPA ระหว่างจีน ฮ่องกงและมาเก๊าในจีนตะวันตก เพื่อความสะดวกในการดำเนินการตามนโยบายข้อตกลงการค้าฯ ที่ครอบคลุมทั้งภาคการลงทุน ภาคการค้าและภาคการบริการ อีกทั้งต่อยอดการพัฒนาความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิตที่ทันสมัย สร้างฐานที่มั่นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองแผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน

จะเห็นได้ว่า ตัวเลขทางการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนอยู่ในช่วงขาขึ้นและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในภาคตะวันตกของจีน โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า มณฑลเสฉวนจะเป็นกลไลขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนที่สำคัญอีกมณฑลหนึ่งที่สามารถดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน การเติบโตของมณฑลเสฉวนยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับภาคการค้าและการลงทุนของไทยด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งของมณฑลเสฉวนที่สามารถเชื่อมต่อกับไทยได้อย่างสะดวกผ่านเส้นทาง R3A และเส้นทางการบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-นครเฉิงตู อีกทั้งนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนของมณฑลเสฉวน และศักยภาพผู้บริโภคของมณฑลฯ อาจจะช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับภาควิสาหกิจของไทยสามารถเข้ามาเติบโตขยายตลาดและประสบความสำเร็จทางธุรกิจในพื้นที่ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพของมณฑลเสฉวนได้ในอนาคต


ข้อมูลเพิ่มเติม
1. ECFA (Economic Cooperation Framework Agreement) คือ ความตกลงเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ กับจีนแผ่นดินใหญ่ โดยสร้างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจกับแผ่นดินใหญ่ เร่งความสัมพันธ์ไต้หวันกับนานาอารยประเทศ ซึ่งได้ลงนามเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 2. CEPA (Closer Economic Partnership Arrangement) คือ ความตกลงเพื่อลดภาษีสินค้าและบริการให้เหลือร้อยละ 0 ตลอดจนมีมาตรการในการอำนวยความสะดวกการลงทุนร่วมกัน ระหว่างฮ่องกง มาเก๊าและจีน ซึ่งได้ลงนามเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2546
15 กุมภาพันธ์ 2556
แหล่งข้อมูล: นสพ.หัวซีตูซื่อเป้า ฉบับวันที่ 17 มกราคม 2556 และเว็บไซต์ http://sichuan.mofcom.gov.cn (14/02/2013)
โดย: นายธวัช มหิตพงษ์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ