
เป็นที่ทราบกันดีว่า กว่าจะยื่นขออนุมัติโครงการลงทุนจากรัฐบาลกลางในจีนได้สำเร็จนั้น จะต้องผ่านด่านนานัปการจนผู้ลงทุนทั้งหลายเกือบต้องถอดใจ แต่หลังจากการก่อตั้งเขตทดลองการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้แล้ว ทางการจีนได้“คุมเข้ม” น้อยลง และยอม “วางอำนาจ” ด้านอนุมัติการลงทุนของหน่วยงานส่วนกลางอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งนับว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกวิธีหนึ่ง

“ยกเลิกขั้นตอน + โอนอำนาจ”... จีนประกาศ “ไม่คุมเข้ม” จากส่วนกลาง
จากข้อเท็จจริงระหว่างการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 18 ครั้งที่ 3 ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 9 – 12 พ.ย. 2556 พบว่า จีนมีแนวคิดจะลดอำนาจของรัฐบาลกลาง โดยจะคืนอำนาจสู่ระบบตลาด (ปล่อยเศรษฐกิจให้เป็นไปตามกลไกตลาด) และล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2556 สำนักนายกรัฐมนตรีจีนได้ประกาศ “รายการโครงการลงทุนที่รัฐบาลต้องตรวจสอบและอนุมัติ (ฉบับปี 2556)” อันเป็นผลทำให้โครงการลงทุนที่ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากรัฐบาลกลางจีนลดลงประมาณร้อยละ 60 เมื่อเปรียบเทียบกับประกาศฉบับเดิมในปี 2547 ซึ่งไม่ได้เน้นย้ำเรื่องการลดบทบาทของรัฐบาลกลางที่มีต่อภาคธุรกิจมากเท่ากับประกาศฉบับใหม่
นายหลัว กั๋วซาน(罗国三)รองอธิบดีกรมการลงทุน สังกัดคณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติจีนให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์รัฐบาลแห่งชาติจีน (www.gov.cn) เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ว่า ประกาศฉบับปี 2556 ดังกล่าวได้ยกเลิกการตรวจสอบและอนุมัติด้านการลงทุนจากส่วนกลาง 19 รายการ และถ่ายโอนอำนาจการตรวจสอบและอนุมัติ 20 รายการ ซึ่งเป็นผลให้มีรายการโครงการลงทุนประมาณร้อยละ 60 ไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากสำนักนายกรัฐมนตรีจีนหรือหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้องอีกต่อไป แต่จะเป็นการตรวจสอบอนุมัติจากรัฐบาลระดับท้องถิ่นแทนหรือลงทะเบียนแล้วดำเนินธุรกิจได้เลย
“ปล่อย” แล้วเป็นส่วนใหญ่.. ขอ “กั๊ก” ไว้ 2 รายการลงทุน
ประกาศฉบับดังกล่าวส่งผลให้โครงการลงทุนจำนวนมากสามารถดำเนินการได้ค่อนข้างง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ต้องผ่านด่านตรวจสอบและอนุมัติหลายระดับจากหน่วยงานส่วนกลางของจีนแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับนักลงทุน
อย่างไรก็ดี รัฐบาลจีนยังมีโครงการลงทุน 2 รายการสำคัญที่ไม่ยอมปล่อยอำนาจโดยง่าย ได้แก่ โครงการลงทุนประเภทสาธารณูปโภค/อุตสาหกรรมพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการลงทุนสาขาที่มีกำลังผลิตล้นเหลือ อาทิ เหล็กกล้า ปูนซีเมนต์ อลูมิเนียมอิเล็กโทรลีติค และเรือเดินสมุทร เป็นต้น ด้วยเหตุผล “2 กระทบ” และ “3 เกี่ยวเนื่อง” อันได้แก่ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม รวมถึงเกี่ยวเนื่องถึงการจัดวางกำลังการผลิตขนาดใหญ่ทั่วประเทศ การบุกเบิกทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ และผลประโยชน์ของสาธารณชน ดังนั้น ก่อนการลงทุนจึงต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากรัฐบาลกลางจีนก่อน
ธุรกิจต่างชาติดีใจ.. ลงทุนในจีนง่าย / เสรีกว่าเดิม
สำหรับประกาศฉบับดังกล่าวนอกจากจะมีผลต่อการลงทุนของผู้ประกอบการจีนแล้ว ภาคการลงทุนของต่างชาติในจีนและการลงทุนของจีนในต่างประเทศได้ได้รับอานิสงส์ไปด้วยเช่นกัน กล่าวคือ 
(1) โครงการลงทุนในต่างชาติจะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกับการลงทุนของวิสาหกิจในจีน และจีนจะใช้ระบบบริหารโครงการลงทุนต่างชาติด้วย “รายการข้อจำกัด/ข้อห้ามลงทุน (Negative List)” โดยนอกจากโครงการลงทุนดังที่ระบุใน Negative List ที่ยังคงต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากส่วนกลางแล้ว โครงการลงทุนอื่นๆ ต่างชาติจะสามารถลงทุนได้ค่อนข้างเสรีและหลากหลายสาขามากกว่าในอดีต ด้วยการใช้ระบบการบริหารแบบลงทะเบียนแล้วดำเนินธุรกิจได้เลย (registration system) เป็นส่วนใหญ่ และใช้ระบบพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินธุรกิจ (approval system) เป็นส่วนน้อยเท่านั้น
(2) การบริหารโครงการลงทุนของจีนในต่างประเทศจะใช้ระบบลงทะเบียน (registration system) ยกเว้นโครงการลงทุนในประเทศหรือสาขาการลงทุนในบัญชีรายการอ่อนไหว (Sensitive list) และโครงการที่ฝ่ายจีนลงเงินทุนมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เดิมทีกำหนดเงินทุนฝ่ายจีนที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งยังคงต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากรัฐบาลกลางก่อน
ปัจจุบัน รัฐบาลกลางได้เริ่มเปลี่ยนบทบาทหน้าที่จากผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดทุกอย่าง มาเป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้ให้บริการหรืออำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนแทน โดยที่รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงในภาคธุรกิจมากนัก ซึ่งถือเป็น “สัญญาณดี” ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการจะมีได้รับความเสรีด้านการลงทุน และทำธุรกิจในจีนได้ง่ายขึ้นตามลำดับ แม้ว่าจะยังมีการจำกัดการลงทุนบางประเภท แต่ก็ถือว่ามีสัดส่วนน้อยเมื่อเปรียบเทียบประเภทการลงทุนที่รัฐบาลจีน “เปิดไฟเขียว” ให้กับต่างชาติ
ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจต่างประเทศรวมถึงธุรกิจไทยคงต้องจับตามองต่อไปว่า แนวทางการปฏิรูปการดำเนินงานของรัฐบาลจีนแบบ “ยกเลิกด่านอนุมัติ” และ “โอนอำนาจ” จะมีความคืบหน้าและผลสัมฤทธิ์มากน้อยเพียงใด โดยศูนย์ BIC เซี่ยงไฮ้จะทำหน้าที่ตามติดสถานการณ์และจะรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง
ลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกาะติดข่าว "เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้".. กับ 2 นโยบายใหม่ด้านการลงทุน/การค้าที่ต้องจับตามอง
-------------------------------------
จัดทำโดย นางสาววรางคณา ศศิธร และนายโอภาส เหลืองดาวเรือง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอ้างอิง :
1) http://jjckb.xinhuanet.com หัวข้อ“国家发改委:中央核准项目还将减六成”
2) http://jjckb.xinhuanet.com หัวข้อ“审批权限再放宽 中央层面投资核准项目将减少六成”
3) นสพ. Shanghai Daily ฉบับวันที่ 1 ม.ค. 2557 หัวข้อ “NDRC: ‘Negative list’ to cut central govt role in investment”
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=490&ELEMENT_ID=13611
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
