
แหล่งต้นตอและพื้นที่หางเร่
ในช่วงตรุษจีน 2555 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของหลายๆ คน นั้น ได้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เกิดขึ้นที่เหอฉือ (Hechi City, 河池市) เมืองทางตอนเหนือของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
เหตุการณ์ที่ว่าคือ การปนเปื้อนของสารแคดเมียมในหลงเจียง (Long River, 龙江) แม่น้ำสายหลักของเมืองเหอฉือที่เป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชาวเมือง
การปนเปื้อนของสารแคดเมียม (Cadmium) ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการปล่อยปละละเลยของโรงงานอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่ ได้ลุกลามจากเหอฉือ เมืองต้นน้ำ มาถึงหลิ่วโจว เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเขตฯ กว่างซีจ้วง ซึ่งอยู่ปลายน้ำ
เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างความตระหนกเป็นอย่างมากให้กับชาวกว่างซี แม้ว่าในปัจจุบัน (ณ 10 กุมภาพันธ์ 2555) ทางการกว่างซีแถลงว่าได้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
แม้ว่าในชั้นนี้ การสอบสวนต่างๆ ยังคงไม่สิ้นสุด แต่ก็เป็นที่คาดว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ คงเป็นบทเรียนสำคัญให้ทางการกว่างซีต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา และกู้ความเชื่อมั่นคืนมาจากประชาชนให้เร็วที่สุด
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านผู้อ่านไปดูรายละเอียดในเรื่องนี้กันว่า ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร
ลำดับเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 ชาวบ้านในเมืองเหอฉือเริ่มพบเห็นปลาลอยตายในแหล่งน้ำเป็นจำนวนมาก
จากนั้น เจ้าหน้าที่จากสำนักงานรักษาสิ่งแวดล้อมเมืองเหอฉือ (Hechi Environmental Protection Bureau, 河池市环保局) ได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำ และพบว่า คุณภาพน้ำบริเวณเหนือเขื่อนกั้นน้ำในสถานีผลิตกระไฟฟ้าลาล่าง (Lalang Power Station, 拉浪电站) ขึ้นไปประมาณ 200 เมตรมีปริมาณสารแคดเมียมปนเปื้อนเกินมาตรฐานถึง 80 เท่า
วันที่ 26 มกราคม 2555 เจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของเมืองหลิ่วโจว ออกมาเปิดเผยว่า ปัจจุบัน ปริมาณสารปนเปื้อนได้แผ่ขยายมาถึงพื้นที่ปลายน้ำในแม่น้ำหลิ่วเจียง (Liu River, 柳江) แล้ว ทว่ายังไม่ได้สร้างผลกระทบต่อแหล่งน้ำดื่มของชาวเมืองหลิ่วโจวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทางการเมืองหลิ่วโจวได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือในกรณีฉุกเฉินอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมจัดหาแหล่งน้ำดื่มสะอาด การรายงานผลตรวจสอบแหล่งน้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้น้ำในเมืองหลิ่วโจว
วันที่ 27 มกราคม 2555 เจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการฉุกเฉินเมืองหลิ่วโจว ออกมาเปิดเผยว่า บริเวณต้นน้ำแม่น้ำหลิ่วเจียง ตรวจพบปริมารสารแคดเมียมปนเปื้อนสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน 5 เท่า
ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธและป้องกันสาธารณภัยของเมืองหลิ่วโจวร่วมกันนำด่าง (ปูนขาว) และสารแขวนลอยเทลงบ่อก่อนปล่อยลงสู่เขื่อนผลิตกระแสในโรงผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำนั่วหมี่ทาน (Nuomitan Hydraulic Power Plant, 糯米滩水力发电厂) เพื่อเจือจางความเข้มข้นของสารปนเปื้อนดังกล่าวในแหล่งน้ำ
เร่งเจือจางสารแคดเมียม
วันที่ 29 มกราคม 2555 นักวิชาการ แนะให้ทางการเพิ่มจุดเทสารละลายในเมืองเหอฉืออีก 2 จุดบริเวณปลายน้ำห่างจากสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าลั่วตง (Luodong Power Station, 洛东水电站) ออกไป 6 กิโลเมตร และบริเวณใกล้สถานีผลิตกระแสไฟฟ้าซานช่า (Sancha Power Station, 三岔水电站) เป็นจุดเทสารอลูมิเนียมโพลีคลอไรด์ (Aluminium polychlorid) เนื่องจากสารละลายด่าง ทำหน้าที่ช่วยปรับค่า PH ของน้ำและช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีของสารอลูมิเนียมโพลีคลอไรด์ ทำให้สารแคดเมียมตกตะกอนลงใต้แม่น้ำ และสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการทำความสะอาดน้ำในโรงงานน้ำประปา เพียงแต่วัตถุเป้าหมายต่างกันเท่านั้น
วันที่ 30 มกราคม 2555 นักวิชาการได้ออกมาคาดการณ์ปริมาณสารแคดเมียมที่ปะปนอยู่ในแหล่งน้ำว่า น่าจะมีปริมาณมากถึง 20 ตัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อแม่น้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 300 กิโลเมตร (ข้อสังเกตุ คือ ความเป็นไปได้ที่โรงงานต้องสงสัย 2 แห่งจะมีการปล่อยสารแคดเมียมมากถึง 20 ตันไม่น่าเป็นได้ ต้องมีโรงงานขาดความรับผิดชอบรายอื่นในเมืองที่มีพฤติกรรมดังกล่าวเช่นกัน)
อย่างไรก็ดี พบว่า สารแคดเมียมที่ปนเปื้อนในแม่น้ำหลงเจียงลดลงจากเดิมที่ปริมาณสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80 เท่า เหลือเกินเกณฑ์มาตรฐาน 25 เท่า
วันที่ 31 มกราคม 2555 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ทำให้ปริมาณสารแคดเมียมที่ตรวจพบในแหล่งน้ำของเมืองหลิ่วโจวเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ในงานแถลงข่าวการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการฉุกเฉิน นายเหอ ซินซิ่ง (He Xin Xing, 何辛幸) นายกเทศมนตรีเมืองเหอฉือในนามตัวแทนรัฐบาลเมืองเหอฉือออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยโค้งคำนับและกล่าวคำขอโทษต่อสังคมและประชาชนผู้อาศัยอยู่บริเวณปลายน้ำแม่น้ำหลงเจียงซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 สารแคดเมียมที่ปนเปื้อนในแม่น้ำหลงเจียงลดลงแต่ยังสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 20 เท่า
นายกัว เซิงคุน (Guo Sheng Kun, 郭声琨) เลขาธิกาารพรรคฯ ประจำเขตฯ กว่างซีจ้วงลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อรับฟังและตรวจสอบดูแลสถานกาณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่้งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ศูนย์อำนวยการฉุกเฉินจัดงานแถลงข่าว โดยระบุว่า ภายหลังการสืบสวนตรวจสอบพบบริษัท 2 แห่งมีส่วนรับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์สารแคดเมียมปนเปื้อนในแม่น้ำหลงเจียง (และคาดว่าจะมีมากกว่านี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการขยายผลตรวจสอบ) คือ
บริษัท JinChengJiang HongQuan Lithepone (金城江鸿泉立德粉厂) มีพฤติกรรมอันขัดต่อกฎหมาย ทั้งการผลิต การดำเนินธุรกิจ และการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งธรรมชาติ จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทแห่งนี้มีเปลี่ยนมือเมื่อปี 2551 และมีการเปลี่ยนแปลงสายการผลิต โดยไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันและบำบัดมลพิษ อีกทั้งยังมีการปล่อยน้ำเสียที่มีการปนเปื้อนสารแคดเมียมลงในท่อ (Karst cave) ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำก่อให้เกิดมลพิษครั้งใหญ่ในแม่น้ำหลงเจียง (มีผู้ต้องสงสัยจำนวน 6 คนถูกจับกุมดำเนินคดี)
Krast Cave ต้นตอปัญหา
โรงงานหลอมแร่ Guangxi JinHe Mineral (广西金河矿业股份有限公司) มีพฤติกรรมที่ผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งธรรมชาติ ภายหลังตรวจพบว่า โรงเก็บกากแร่ (ซึ่งเป็นวัตถุอันตราย) ของโรงงานแห่งนี้ไม่มีความพร้อมสำหรับการใช้งาน เนื่องจากไม่มีระบบการป้องกันการรั่วซึม การป้องกันฝน และการป้องกันน้ำทะลัก อีกทั้งยังมีการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานผ่านท่อ (Karst cave) ไหลลงสู่แม่น้ำหลงเจียง และของเหลวจากกากแร่บางส่วนยังไหลสู่ท่อระบายน้ำก่อนไหลสู่ท่อ (Karst cave) เช่นกัน (มีผู้ต้องสงสัย 3 คนถูกจับกุมดำเนินคดี)
ในวันเดียวกันนี้ ทางการกว่างซีได้จัดงานแถลงข่าว ณ เมืองหลิ่วโจว เพื่อรายงานผลการตรวจสอบดำเนินการเอาผิดเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 9 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว (ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับบน) อาทิ เจ้าหน้าที่กรมรักษาสิ่งแวดล้อมเขตจินเฉิงเจียง เมืองเหอฉือ ผู้อำนวยการสำนักงานรักษาสิ่งแวดล้อมเมืองเหอฉือ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการค้าเมืองเหอฉือ รองเลขาธิการพรรคฯ เขตจินเฉิงเจียง เมืองเหอฉือ และรองนายกเทศมนตรีเมืองเหอฉือ เป็นต้น
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ภาครัฐได้สนธิกำลังออกตรวจสอบวิสาหกิจที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตโลหะ 145 ราย (มีวิสาหกิจถูกสั่งปิดหรือปรับปรุงระบบการผลิต 11 ราย) วิสาหกิจขนาดเล็ก และโรงงานขนาดเล็ก 74 แห่ง และเหมืองแร่ รวมถึงจุดพักกากแร่อีกกว่า 90 แห่งทั่วเมือง
ทั้งนี้ คาดว่า ปริมาณสารปนเปื้อนในแม่น้ำหลงเจียงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้เร่งเทสารอลูมิเนียมโพลีคลอไรด์ เพื่อปรับสภาพแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่ประชาชนเกิดความกังวลระลอกที่ 2 คือ การเทสารเคมีข้างต้นจะทำให้แม่น้ำหลงเจียงเกิดภาวะมลพิษซ้ำสองอีกหรือไม่? ในกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า สารดังกล่าวจะทำปฏิกิริยากับแคดเมียมตกตะกอนลงใต้แม่น้ำ และสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งปกติแล้วก็มีการใช้เพื่อทำความสะอาดน้ำในโรงประปา
ผลกระทบ
พฤติกรรมละเลยและไร้ความรับผิดชอบของบริษัทผลิตแร่ที่ปล่อยสารแคดเมียมลงสู่แหล่งน้ำในเมืองเหอฉือ สร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างใหญ่หลวง
ระบบนิเวศ
สารมลพิษที่ถูกปล่อยหรือปนเปื้อนในแม่น้ำสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศวิทยาโดยรอบ ทำให้สิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ สภาพดินบริเวณที่มีการปนเปื้อนก็ไม่สามารถปลูกพืชได้เช่นกัน
ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
แม่น้ำหลงเจียงเป็นสายแห่งแห่งชีวิตของประชาชนทางตอนเหนือของกว่างซี เนื่องจากเป็นแหล่งทำมาหากินและเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาเพื่อการบริโภคของชาวเมืองเหอฉือและเมืองหลิ่วโจว เหตุการณ์สารแคดเมียมปนเปื้อนในแหล่งน้ำแห่งนี้ส่งผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนบริเวณต้นน้ำถึงปลายน้ำจำนวนมากกว่า 3.5 ล้านคน โดยเฉพาะเมืองหลิ่วโจว (Liuzhou City, 柳州市) ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำ ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับคุณภาพความปลอดภัยของน้ำประปาต่างเร่งกักตุนน้ำดื่มขวดเพื่อบริโภคแทน
การประกอบอาชีพประมง
พบว่ามีชาวประมงจำนวนกว่า 47 ครัวเรือนได้รับผลกระทบการปนเปื้อนของสารแคดเมียม ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2555 พบว่ามีลูกปลาลอยตายกว่า 500,000 ตัว ซึ่งยังไม่รวมปลาโตเต็มวัยน้ำหนักอีกกว่า 10,000 กิโลกรัม
ต่อมาในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 จำนวนลูกปลาตาย เพิ่มขึ้นเป็น 1.33 ล้านตัว ปลาโตเต็มวัยตายกว่า 40,000 กิโลกรัม และมีชาวประมงและผู้เลี้ยงปลากระชังกว่า 237 ครัวเรือนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
สภาพจิตใจของประชาชนในพื้นที่ประสบเหตุ
เนื่องจากสารแคดเมียมซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งซึ่งปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำมีปริมาณสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานถึง 80 เท่าในระยะแรก สร้างความแตกตื่นและวิตกกังวงกับประชาชน ทำให้ไม่กล้าบริโภคน้ำประปาซึ่งมาจากแม่น้ำหลงเจียง โดยหันไปกว้านซื้อและกักตุนน้ำขวดแทน
การสิ้นเปลืองกำลังคนและกำลังทรัพย์
ภายหลังตรวจสอบพบปัญหาการปนเปื้อนสารแคดเมียมในแม่น้ำ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และแวดวงวิชาการจำนวนไม่น้อยต่างเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ให้แผ่ขยายลุกลามไปในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพตลอด 24 ชั่วโมง การเทสารเคมี เพื่อเจือจางความเข้มข้นของสารแคดเมียม เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยต้องนำรถออกแจกจ่ายน้ำจากแหล่งน้ำที่ปล่อยภัยออกให้บริการประชาชน เป็นต้น
ประเด็นที่น่าสนใจ
ประชาชนเร่งกักตุนน้ำสะอาด
เมืองเหอฉือ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้รับการขนานนามเป็น “แหล่งกำเนิดแร่โลหะนอกกลุ่มเหล็กของประเทศจีน” เนื่องจากเมืองเหอฉือมีปริมาณแร่สะสมที่อุดมสมบูรณ์มาก ไม่ว่าจะเป็น ดีบุก สตีเบียม สังกะสี อินเดียม ตะกั่ว โดยเฉพาะแร่ตะกั่วมีมากถึง 1/3 ของประเทศจีน
จึงกล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมผลิตแร่โลหะนอกกลุ่มเหล็กเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิมและอุตสาหกรรมเสาหลักของเมือง โดยมูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 12 ของมูลค่า GDP ของเมือง
ปัจจุบัน เมืองเหอฉือมีวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับแร่โลหะนอกกลุ่มเหล็กมากถึง 72 ราย และวิสาหกิจขนาดเล็กอีก 82 ราย
สกู๊ปพิเศษจาก CNSTV รายงานว่า ช่วงระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา เมืองเหอฉือต้องประสบปัญหาด้านมลพิษจากอุตสาหกรรมการผลิตแร่ในเมืองเหอฉืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางเหตุการณ์พบว่ามีเจ้าหน้าที่ (ระดับสูง) ของทางภาครัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
.....ถึงแม้กฎหมายด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม กำหนดบทลงโทษสำหรับโครงการ/องค์กรที่สร้างผลมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถระวางโทษปรับแล้วแต่กรณี ทว่าเม็ดเงินกำไรจำนวนมาก ทำให้วิสาหกิจยินยอมเสียค่าปรับมากกว่าการปรับปรุงและติดตั้งระบบบำบัดมลพิษ (ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของบริษัท Guangxi JinHe Mineral ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ พบว่า บริษัทแห่งนี้ลงทุนด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมเพียงปีละ 5-10 ล้านหยวน แต่บริษัทมีกำไรมากถึง 51.7 ล้านหยวน).....
อย่างไรก็ตาม เทศบาลเมืองเหอฉือพร้อมอาศัยเหตุการณ์ครั้งนี้ในการ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” เพื่อปฏิรูปแนวทางการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมการผลิตแร่โลหะนอกกลุ่มเหล็กในเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก
มาตการต่างๆ ที่ทางการเมืองเหอฉือพร้อมผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม อาทิ การเพิ่มระดับความเข้มงวดในการควบคุมตรวจสอบโรงงานต่างๆ
นอกจากนี้ เมืองเหอฉือยังได้จัดสรรพื้นที่ 15.8 ตร.กม. จัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าหมายเป็นแหล่งรวมศูนย์วิสาหกิจ (แร่โลหะนอกกลุ่มเหล็ก วัสดุก่อสร้าง และเคมีภัณฑ์) เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมดูแลตรวจสอบ ทว่าพื้นที่ดังกล่าวยังขาดความพร้อมด้านนโยบาย ทำให้วิสาหกิจจำนวนมากยังไม่ได้ดำเนินการย้ายเข้าไปอยู่ในเขตนิคมดังกล่าว
อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปเมืองเหอฉือ ได้วางมาตรการขั้นเด็ดขาด โดยกำหนดให้วิสาหกิจถลุงและหลอมโหละทั่วเมืองเหอฉือดำเนินการย้ายเข้าไปอยู่ในเขตนิคม ดังกล่าวภายใน 5 ปี มิฉะนั้นจะถูกสั่งหยุดการดำเนินกิจการ
บทเรียนราคาแพงจากเหตุการณ์สารแคดเมียมปนเปื้อนในแม่น้ำหลงเจียงในครั้งนี้ ทำให้ทุกฝ่ายเริ่มตื่นตัวและหันกลับมามองปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เมืองเหอฉือต้องอาศัยโอกาสจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=469&ELEMENT_ID=13621
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
