
เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : การที่รัฐบาลกลางวางตำแหน่งให้กว่างซีเป็น “ประตูสู่อาเซียน” ช่วยส่งเสริมให้ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่าง 2 ฝ่ายมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามาโดยตลอด
กลุ่มประเทศอาเซียน 5 ประเทศ (เวียดนาม ไทย ลาว กัมพูชา และพม่า) ได้ทยอยเข้ามาจัดตั้งสำนักงาน/สถานกงสุลใหญ่ในนครหนานหนิงตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “สถานกงสุลใหญ่” เป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ช่วยผลักดันความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่าย
สำหรับประเทศไทย สำนักงานสถานกงสุล ณ นครหนานหนิงได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2549 โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด และเปลี่ยนจากสำนักงานเป็น “สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2551
BIC จึงขอถือโอกาสประมวลข่าวความเคลื่อนไหวสำคัญระหว่างกว่างซีกับ 5 ชาติสมาชิกอาเซียนในช่วงปีที่ผ่านมา ดังนี้
“ไทย” – ทิศทางพัฒนาน่าสดใส
ไฮไลท์หลัก คือ “การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำระดับสูง” โดยในเดือนกรกฎาคม 55 นายเฉิน อู่ (Chen Wu, 陈武) ประธานเขตฯ กว่างซีจ้วง (เทียบเท่าผู้ว่าการมณฑล) ได้นำคณะเดินทางเยือนประเทศไทยและจัดงานแสดงสินค้าจีน(กว่างซี)-ไทย ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ต่อมาในเดือนกันยายน 55 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนำคณะเดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 10 (10th CAEXPO) ณ นครหนานหนิง เขตฯ กว่างซีจ้วง
ด้านการค้า ช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย.56 กว่างซีและไทยมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 52.7 ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าจากไทย 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 237.6 (ไทยได้ดุลการค้า 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ด้านการลงทุน ปัจจุบัน มีโครงการลงทุนของไทยในกว่างซี จำนวน 120 กว่าโครงการ มูลค่าเงินลงทุนจริง 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนโครงการลงทุนของกว่างซีในไทย จำนวน 10 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2 ล้านกว่าดอลลาร์สหรัฐ
ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ปัจจุบัน สถาบันอุดมศึกษาของกว่างซีร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไทยจัดตั้งสถาบันขงจื้อ 3 แห่ง นอกจากนี้ กว่างซีมีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่กว่า 2,100 คน และเมืองต่าง ๆ ของกว่างซีได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดของประเทศไทย 7 คู่
เป้าหมาย ปี 2557 กว่างซีเน้นส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศไทยใน 3 ด้าน ได้แก่ การร่วมผลักดันการจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) การร่วมผลักดันการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกว่างซี-ไทย และการร่วมผลักดันการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมจีน(ฉงจั่ว)-ไทย
“พม่า” – ออกสตาร์ทช้า (แต่ชัวร์)
ปี 2555 ทิศทางการพัฒนาความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างกว่างซีกับพม่ามีความชัดเจนมากขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำระดับสูงหลายต่อหลายครั้ง และมีการบรรลุความเห็นร่วมกันในหลายด้าน เพื่อกรุยทางสู่ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในเชิงลึกต่อไป
ด้านการค้า ช่วง 11 เดือนแรกปี 55 ทั้ง 2 ฝ่ายมีมูลค่าการค้า 32.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะภาคการนำเข้ามีอัตราขยายตัวร้อยละ 35
ด้านการลงทุน ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 55 มีโครงการลงทุนของพม่าในกว่างซี 3 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนจริง 5.7 แสนดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การลงทุนของกว่างซีในพม่ามีอยู่ 7 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงการลงทุนสำคัญ คือ โครงการสาธิตภาคการเกษตรของกลุ่มบริษัท Guangxi Statefarm (广西农垦集团) ที่เข้าไปลงทุนแปลงสาธิตการปลูกข้าวและข้าวโพด
ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม สถาบันอุดมศึกษาสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาจัดตั้งสถาบันขงจื้อ นอกจากนี้ มีนักศึกษาพม่าในกว่างซี 90 กว่าคน และกรุงย่างกุ้งกับเขตฯ กว่างซีจ้วงได้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงค์สถาปนาเมืองพี่เมืองน้องแล้ว
เป้าหมาย ปี 2557 กว่างซีจะร่วมผลักดันการจัดงาน CAEXPO และหวังว่าพม่าฐานะประธานอาเซียนในปีนี้จะแสดงบทบาทสำคัญด้านการส่งเสริมผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับเขตฯ กว่างซีจ้วง รวมถึงประเทศจีน และการขับเคลื่อนความร่วมมือ “10+1” ให้ก้าวสู่มิติใหม่
“กัมพูชา” - มาแรง...แซงทางโค้ง
ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างกว่างซีกับกัมพูชาประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในด้านเศรษฐกิจการค้า การเกษตร การแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างเมืองพี่เมืองน้อง
ด้านการค้า ช่วง 11 เดือนแรกปี 55 ทั้ง 2 ฝ่ายมีมูลค่าการค้า 19.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะภาคการนำเข้ามีอัตราขยายตัวร้อยละ 11.9
ด้านการลงทุน ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 55 กัมพูชามีโครงการลงทุนในกว่างซี จำนวน 10 โครงการ มูลค่าการลงทุน 3.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กว่างซีมีโครงการลงทุนในกัมพูชา จำนวน 30 โครงการ มูลค่าการลงทุน 388 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงการสำคัญ คือ ทางการกว่างซีและกลุ่มบริษัท Guangxi Guohong Development Corp. (广西国宏经济发展集团有限公司) ได้ร่วมกันวางแผนดำเนินกิจกรรม “ขายตรง” ข้าวกัมพูชา โดยปัจจุบัน มีข้าวกัมพูชา 5 แบรนด์จำหน่ายในตลาดกว่างซีแล้ว
ลิงค์ข่าว : ข้าวไทยตกชั้น!!! กว่างซีสวมบท “เซลล์” ช่วยกัมพูชาขายข้าวเข้าจีน (29 ส.ค. 2556)
ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ปัจจุบัน กว่างซีและกัมพูชาได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องแล้ว 5 คู่ และมีการจัดกิจกรรมการแสดงเชิงศิลปะวัฒนธรรมระหว่างกันหลายครั้ง
เป้าหมาย ปี 2557 กว่างซีจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำระดับสูง แสวงหาลู่ทางความร่วมมือทางธุรกิจ สร้างปัจจัยความร่วมมือทางการค้า สนับสนุนการลงทุนในกัมพูชาของวิสาหกิจกว่างซี ผลักดันความร่วมมือระหว่างกันในภาคอุตสาหกรรมเกษตร การท่องเที่ยว และการทำเหมืองแร่
“ลาว” - จ่อคิวรอ “ต่อยอด” ความร่วมมือ
ปีที่ผ่านมา กว่างซีและลาวมีการพัฒนาความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างกันมากขึ้น
ด้านการค้า ช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย.56 กว่างซีและลาวมีมูลค่าการค้า 10.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 48
ด้านการลงทุน ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 55 มีโครงการลงทุนของลาวในกว่างซี 1 โครงการ มูลค่าการลงทุน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีโครงการลงทุนของกว่างซีในลาว 21 โครงการ มูลค่าการลงทุน 56.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม กว่างซีได้จัดคณะนักแสดงเข้าร่วมในกิจกรรมการแสดงในลาว นอกจากนี้ สถาบันสังคมศาสตร์ของทั้ง 2 ฝ่ายได้ทำการศึกษาวิจัยด้านชนชาติร่วมกัน
เป้าหมาย ปี 2557 ทั้ง 2 ฝ่ายเน้นส่งเสริมความร่วมมือในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการเกษตร และการค้าการลงทุน อาทิ การจัดฝึกอบรมด้านเพาะปลูก การคัดเลือก และการพัฒนาสายพันธุ์พืชเศรษฐกิจ ข้าวพันธุ์ลูกผสม (Hybrid Rice) ผลไม้ และพืชผักต่าง ๆ
การสนับสนุนให้วิสาหกิจลาวเดินทางมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือแนะนำโครงการความร่วมมือในกว่างซี เพื่อขยายมมูลค่าการค้าและขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมทั้งส่งเสริมให้วิสาหกิจกว่างซีเข้าไปลงทุนในลาวมากยิ่งขึ้น
“เวียดนาม” – บ้านใกล้เรือนเคียง
การที่กว่างซีและเวียดนามมีพรมแดนติดกันกว่า 1,020 กิโลเมตร ส่งผลให้ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่ายมีการพัฒนารุดหน้ามากที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด อาทิ
ด้านการค้า เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งมาโดยตลอด
ด้านการลงทุน โครงการลงทุนสำคัญ คือ การจัดตั้งโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังในเวียดนามและการเข้าไปลงทุนปลูกอ้อยในเวียดนาม
ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ในแต่ละปีมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านศิลปะวัฒนธรรมน้อยใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน ปัจจุบัน กว่างซีมีนักศึกษาต่างชาติชาวเวียดนามมากที่สุด
ด้านการขนส่งและท่องเที่ยว ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการเปิดใช้เส้นทางขนส่งทางบกโดยตรงระหว่างประเทศแบบ Point to Point / Door to Door สำหรับสินค้าและผู้โดยสารระหว่างกันหลายเส้นทาง และกว่างซีมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามผ่านเข้าออกมากที่สุด
ลิงค์ข่าว : ในที่สุด ก็มีวันนี้! กว่างซี-เวียดนามอนุญาตให้รถสินค้าและรถราชการไปมาหาสู่กันได้ (11 มิ.ย. 2556)
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=469&ELEMENT_ID=13623
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
