
นายกฯ เวิน เจียเป่า กล่าวในพิธีเปิดฯ
ในพิธีเปิดการประชุม China-ASEAN Business and Investment Summit ครั้งที่ 8 หรือ CABIS (第八届中国-东盟商务与投资峰会) ที่จัดขึ้น ณ นครหนานหนิง เขตฯ กว่างซีจ้วง นายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน ได้กล่าวถึง แนวทาง 5 ประการที่จีนและอาเซียนควรปฏิบัติร่วมกัน เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างกัน สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1. บูรณาการเขตการค้าเสรี โดยฝ่ายจีนพร้อมขยายปริมาณการนำเข้าสินค้าฑ์จากประเทศสมาชิกอาเซียน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรี จีนได้สร้าง “ศูนย์การค้าสินค้าจีน-อาเซียน” (China-ASEAN Commodities Trade Center, 中国-东盟商品交易中心) เพื่อเป็นฐานการค้า ฐานโลจิสติกส์ ในการนี้ ฝ่ายจีนคาดหวังว่า วิสาหกิจของอาเซียนจะใช้ประโยชน์จากศูนย์ดังกล่าว เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาดในจีน
2. ผลักดันการเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยฝ่ายจีนพร้อมให้การสนับสนุนโครงการความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงจีนกับอาเซียนผ่านกลไกความร่วมมือต่าง ๆ อาทิ กองทุนความร่วมมือด้านการลงทุนจีน-อาเซียน (China-ASEAN Investment Cooperation Fund) สมาคมธนาคารนานาชาติจีน-อาเซียน (China-ASEAN Inter Bank Association: CAIBA) รวมถึงการให้สินเชื่อแก่ประเทศสมาชิกอาเซียน
3. ขยายความร่วมมือด้านการลงทุน โดยฝ่ายจีนพร้อมสนับสนุนวิสาหกิจจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้ามาลงทุนในประเทศจีน โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศ ขณะเดียวกัน ฝ่ายจีนก็พร้อมสนับสนุนวิสาหกิจจีนให้ “ก้าวออกไป” หรือขยานการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียนมากยิ่งขึ้น
ในการนี้ ฝ่ายจีนตั้งเป้าหมายและขอให้คำมั่นว่า จะสร้างเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจ/นิคมอุตสาหกรรมในประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศละ 1 แห่ง ผ่านการลงทุนแบบกลุ่มธุรกิจ (Cluster) เพื่อ ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน
4. กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยจีนพร้อมสนับสนุนให้วิสาหกิจในภาคการเงิน เทคโนโลยี และการตลาด เข้าร่วมกรอบความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น BIMP-EAGA GMS หรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้ (Pan-Beibu Gulf Economic Cooperation: PBG)
นอกจากนี้ ฝ่ายจีนพร้อมบูรณาการโครงการความร่วมมือด้านการเงินการคลังในภูมิภาคที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ ขยายขอบเขตการแลกเปลี่ยนเงินตราประเทศ บูรณาการกลไกการเฝ้าระวังและติดตามภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค ผลักดันการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย สร้างเสถียรภาพให้กับตลาดทุนภายในพื้นที่ และเสริมศักยภาพการบริหารจัดการเพื่อรับมือ/ลดความเสี่ยงทางการเงินระหว่างประเทศ
5. สนับสนุนการแลกเปลี่ยนทรัพยากรบุคคลและภาคประชาชน โดยฝ่ายจีนพร้อมกระชับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว และเยาวชน โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2558 จีนและอาเซียนจะมีประชาชนไปมาหาสู่กันมากกว่า 15 ล้านคน
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=576&ELEMENT_ID=13625
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
