ซอกแซกประชุมสภาฯ กว่างซี รู้จักทิศทางการพัฒนาของเขตฯ กว่างซีจ้วง ในปี 2556
ซอกแซกประชุมสภาฯ กว่างซี รู้จักทิศทางการพัฒนาของเขตฯ กว่างซีจ้วง ในปี 2556

เมื่อวันที่ 22-29 ม.ค. 2556 ทางการเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (มณฑลกว่างซี) ได้จัดการประชุมสภาผู้แทนประชาชนกว่างซี สมัยที่ 12 ครั้งที่ 1 ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจอาจศึกษา เพื่อประกอบการวางแผนการค้าและการลงทุนในเขตฯ กว่างซีจ้วง ดังนี้

1. การประชุมฯ เป็นเวทีการหารือประจำปีของสภาผู้แทนประชาชน

โดยวาระที่สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ

  1. การพิจารณาผลการปฏิบัติงานระหว่าง 2551-2555 ของรัฐบาลเขตฯ กว่างซีจ้วง และ
  2. การรับรองเป้าหมายการดำเนินงาน รวมถึงแผนการปฏิบัติงานในปี 2556 ของรัฐบาลเขตฯ

2. ผลการปฏิบัติงานของรัฐบาลเขตฯ ระหว่าง 2551-2555

2.1 ในภาพรวม สรุปได้ว่า ในช่วง 2551-2555 รัฐบาลกว่างซี ได้ประสบความสำเร็จในระดับที่มีนัยสำคัญในการ

  1. ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัย
  2. พัฒนาด้านการเกษตร โดยเฉพาะการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและรายได้ของเกษตรกร
  3. พัฒนาเส้นทางคมนาคมและระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการโครงการเพื่อสาธารณะและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (อาทิ การเร่งการวางระบบโครงสร้างในพื้นที่อ่าวเป่ยปู้กว่างซีและระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์ การสร้าง “กลุ่มอุตสาหกรรม” ในพื้นที่ต่างๆ
  4. ขยายความอุปสงค์ภายใน เพิ่มการลงทุนภาครัฐและการบริโภค รวมถึงการบุกเบิกการเปิดสู่ภายนอก โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน อย่างไรก็ดี ยังมีปัญหา/ข้อจำกัดที่ต้องแก้ไข

2.2 ในเชิงสถิติ (ระหว่าง 2551-2555) ผลการดำเนินงานที่เป็นจุดเด่น ได้แก

  1. GDP ของกว่างซี เพิ่มจาก 58.2341 แสนล้านหยวน เป็น 1.3 ล้านล้านหยวนในปี 2555 (โต 2.2 เท่าใน 5 ปี) เฉลี่ยร้อยละ 13 ต่อปี
  2. รายได้เฉลี่ยต่อปีต่อคน เพิ่มจาก 1,615 เป็น 4,427 ดอลลาร์สหรัฐ
  3. รายได้การคลัง เพิ่มจาก 70,390 เป็น 180,1007 ล้านหยวน
  4. การลงทุนในทรัพย์สินถาวร เพิ่มจาก 29.7 แสนล้านหยวน เป็น 1.26 ล้านล้านหยวน
  5. มูลค่าการผลิตภาคอุตสาหกรรม เพิ่มจาก 61.03 แสนล้านหยวน เป็น 1.8 ล้านล้านหยวน
  6. ยอดการขายปลีก เพิ่มจาก 1.9327 เป็น 4.4746 แสนล้านหยวน และ
  7. ยอดการค้าต่างประเทศ เพิ่มจาก 9,280 เป็น 29,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2.3 อุปสรรค/ข้อจำกัดในการดำเนินงาน - เมื่อเทียบกับอีกหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกกว่างซียังมีระดับการพัฒนาที่ด้อยกว่ามาก ดังจะเห็นได้จากการมีขนาดเศรษฐกิจที่ยังไม่ใหญ่นัก รายได้เฉลี่ยต่อหัวยังต่ำ อัตราความเป็นเมืองยังน้อย อุตสาหกรรมยังมีโครงสร้างที่ไม่สมบูรณ์ รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตรที่ยังมีพื้นฐานไม่แข็งแรง ข้อจำกัดเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภค ความสามารถด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ยังอยู่ในระดับต่ำ ขาดแคลนบุคลากร ขาดความเป็นสากล ใช้การพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบฉาบฉวย ซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และยังมีประชาชนที่ยากจนอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น การพัฒนาของกว่างซีจึงต้องใช้ระยะเวลาที่มากกว่า ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่สำคัญของการพัฒนา

3. เป้าหมายการปฏิบัติงานของรัฐบาลเขตฯ รวมถึงแผนการปฏิบัติงานในปี 2556

3.1 ในภาพรวม รัฐบาลเขตฯ จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ

  1. การบรรลุเป้าหมายการเป็นสังคมอยู่ดีกินดีอย่างรอบด้าน (“เสี่ยวคัง”) โดยกำหนดให้ในปี 2563 กว่างซีมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อคนของกว่างซี 84,500 หยวน (มี GDP 4.2 ล้านล้านหยวน)
  2. การพัฒนาอุตสาหกรรมตาม “นโยบายอุตสาหกรรม 14+10” (การปรับโครงสร้างและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์/เพื่ออนาคต/รักษาสิ่งแวดล้อม)
  3. การทำให้ระบบระบบคมนาคมขนส่งมีความทันสมัยและสมบูรณ์ (โดยกว่างซีกำลังเข้าสู่ยุครถไฟความเร็วสูง ในปี 2556 และในอนาคตอันใกล้ จะมีการเปิดใช้เส้นทางนครหนานหนิง-นครฉางซา-กรุงปักกิ่ง เส้นทางนครหนานหนิง-เมืองอู๋โจว นครหนานหนิง-เมืองชินโจว-ฝางเฉิงก่าง-เป๋ยไห่ ระยะทางรวม 1,137 กม.)
  4. การพัฒนาความเป็นเมือง (urbanization) อย่างมีคุณภาพ โดยจะมีการจัดตั้งเขตเมืองใหม่ในหลายพื้นที่ อาทิ เขตเมืองใหม่อู่เซี่ยงที่นครหนานหนิง เขตเมืองรถยนตร์ที่เมืองหลิ่วโจว เขตเมืองท่องเที่ยวนานาชาติที่เมืองกุ้ยหลิน
  5. การผลักดันการบุกเบิกและเปิดสู่ภายนอกอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะกับอาเซียน และฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน และ
  6. การรักษาวัฒนธรรมที่ดีงาม เร่งรัดการพัฒนากิจกรรมเพื่อสังคม ปรับปรุงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่

3.2 เพื่อบรรลุเป้าหมายข้างต้น ในปี 2556 รัฐบาลเขตฯ มีแผนงานที่จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนใน 10 ด้าน ได้แก่

  1. เพิ่มรายได้ของเกษตรกร รวมถึงการเร่งพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการเกษตรในชนบท และ การปรับปรุงระบบกรรมสิทธิ์ที่ดิน
  2. เพิ่มรายได้ของประชาชนในเมืองและปรับปรุงคุณภาพชีวิต รวมถึงการยกระดับสวัสดิการและประกันสังคม และช่วยพัฒนาธุรกิจรายย่อย
  3. เร่งปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมและยกระดับประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมในภาพรวม โดยในปี 2556 จะมีการใช้เงินลงทุน 5.53 แสนล้านหยวน เพื่อการนี้ อาทิ การยกระดับศูนย์การวิจัยเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม การสร้างศูนย์เทคโนโลยีจีน-อาเซียน และการสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทาง
  4. เร่งการสร้างความเป็นเมือง และพัฒนาชนบท
  5. ดำเนินการเชิงรุกเพื่อส่งเสริมการลงทุนและการบริโภค โดยจะผลักดันการดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (อาทิ โครงการคมนาคมที่ช่วยการเชื่อมโยงด้านคมนาคมกับอาเซียน การเพิ่มเส้นทางรถไฟอีก 1,038 กิโลเมตร เพิ่มถนนทางด่วนอีก 5 สาย ส่งเสริมให้แม่น้ำซีเจียงรองรับการขนส่งได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน เพิ่มปริมาณขนส่งสินค้าผ่านท่าเรืออ่าวเป่ยปู้อีก 15 ล้านตัน เร่งรัดการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมที่สนามบินหนานหนิง โครงการพลังงานและชลประทาน โครงการท่อก๊าซธรรมชาติจีน-พม่าในส่วนกว่างซี)
  6. พัฒนาโครงสร้างในพื้นที่อ่าวเป่ยปู้และระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์ให้มีความสมบูรณ์ เพื่อส่งเสริมความเป็นเอกภาพของเศรษฐกิจในภูมิภาค
  7. ส่งเสริมการประหยัดพลังงานและลดมลภาวะ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  8. ผลักดันการปฏิรูปและการเปิดสู่ภายนอก
  9. ส่งเสริมวัฒนธรรมชนชาติของกว่างซี และ
  10. พัฒนากิจการสังคมที่เน้นการคุ้มครองและปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยในปี 2556 จะจัดสรรงบประมาณ 45,400 ล้านหยวน เพื่อการนี้
29 มีนาคม 2556
โดย: KS@NNG สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ