
มองจากสภาพรวมการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำตาลของจีนในปี 2554 แล้ว ตลาดน้ำตาลจีนมีลักษณะเด่น ๆ หลายประการ เช่น ปริมาณการผลิตที่ลดลง ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลของจีนพุ่งสูงขึ้น และราคาน้ำตาลไม่มั่นคง เป็นต้น
1. ปริมาณการผลิตน้ำตาลของจีนลดลงต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลา 3 ปี
ในฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 พื้นที่ปลูกพืชน้ำตาลของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 แต่ด้วยผลกระทบจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งในปี 2554 ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำตาลลดลงอยู่ที่ระดับ 10.45 ล้านตัน ลดลงจากฤดูกาลผลิตปี 2550/2551 ซึ่งอยู่ที่ 14.84 ล้านตัน คิดเป็นการลดลงร้อยละ 29.3 ซึ่งนับเป็นการลดลงของปริมาณการผลิตน้ำตาลต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี
2. อุปสงค์ภายในประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาพจาก http://news.cjn.cn/tpxw/201103/t1314936.htm
หลายปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากมาตรฐานการครองชีพของชาวจีนดีขึ้นเรื่อย ๆ การบริโภคน้ำตาลของชาวจีนก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่ง จีนกลายเป็นประเทศบริโภคน้ำตาลใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยปริมาณการบริโภคน้ำตาลของจีนครองสัดส่วนร้อยละ 10 ของปริมาณบริโภคน้ำตาลทั้งหมดของโลก โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลิตปี 2551/2552 – 2553/2554 ด้วยเหตุที่ปริมาณการผลิตน้ำตาลของจีนลดลงอย่างมาก ทำให้ปริมาณการขาดแคลนน้ำตาลของจีนเพิ่มสูงขึ้นถึงประมาณ 3 ล้านตัน
3. ราคาน้ำตาลภายในประเทศสอดคล้องกับแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำตาลในตลาดโลก สรุปคือมีการผันผวนอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ราคาน้ำตาลในประเทศและในตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยราคาน้ำตาลพร้อมส่งปรับสูงขึ้นเป็น 7,800 หยวนต่อตันในปี 2554 จากปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 3,000 หยวนต่อตันเท่านั้น ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ของปี 2554 ราคาน้ำตาลในประเทศจีนพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลของตลาดโลกอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำตาลภายในประเทศอยู่ในระดับ 7,000 หยวนต่อตันขึ้นไป ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎคม จากการที่อยู่ในช่วงฤดูกาลที่มีการบริโภคน้ำตาลสูงและจากการได้รับผลกระทบจากราคาน้ำตาลตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นรอบใหม่ ในเดือนสิงหาคมปี 2554 ราคาน้ำตาลภายในประเทศโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7,667 หยวนต่อตัน ขยายตัวร้อยละ 5.7 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม และขยายตัวร้อยละ 43 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันปี 2553 ต่อมาเมื่อถึงเดือนกันยายน หลังจากก้าวเข้าสู่ช่วงที่บริโภคน้ำตาลน้อย ราคาน้ำตาลในตลาดโลกนับวันปรับตัวลดลง และเนื่องจากฤดูกาลผลิตรอบใหม่เริ่มต้น ทำให้ราคาน้ำตาลภายในประเทศเริ่มปรับลดลงจนถึงปลายปี 2554

ภาพจาก http://finance.jrj.com.cn/biz/2010/10/1115198304304.shtml
4. รัฐบาลกลางเพิ่มการปลอยน้ำตาลสำรอง
เพื่อทำให้ตลาดน้ำตาลภายในประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น ประเทศจีนจัดตั้งระบบการสำรองน้ำตาลขึ้นในปี 2534 ด้วยเหตุที่ในฤดูกาลผลิตของปี 2553/2554 ปริมาณการผลิตน้ำตาลของจีนไม่สามารถตอบสนองความต้องของตลาดจีนได้ ทำให้ราคาน้ำตาลภายในประเทศพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้รัฐบาลจีนต้องเพิ่มการควบคุมตลาดน้ำตาล โดยในช่วงฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 ประเทศจีนอัดฉีดน้ำตาลสำรองเข้าตลาดเป็น 9 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 18.78 แสนตัน ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ประเทศจีนอัดฉีดปล่อยน้ำตาลสำรองมากที่สุด แต่เมื่อมองผลที่ได้รับนั้น การปล่อยน้ำตาลสำรองครั้งนี้ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำตาลได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
5.การนำเข้าน้ำตาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ประเทศจีนเป็นประเทศที่บริโภคน้ำตาลมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ช่วงหลายปีที่ผ่านมา น้ำตาลที่ประเทศจีนผลิตไม่สามารถสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศได้ จึงทำให้จีนต้องพึ่งพาการนำเข้ามากพอสมควร จากการที่วิเคราะห์สถิติการนำเข้าน้ำตาลของจีนพบว่า ระหว่างปี 2550 – 2554 ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้
สถิติการนำเข้าน้ำตาลของจีนระหว่างปี 2550 – 2554
|
ปริมาณ(หมื่นตัน) |
ขยายตัว |
มูลค่า (ร้อยล้านดอลลาร์ สรอ.) |
ขยายตัว | |
|---|---|---|---|---|
|
2550 |
119.3 |
-12.6 |
3.8 |
-30.8 |
|
2551 |
78 |
-34.7 |
3.19 |
-16.1 |
|
2552 |
106.45 |
36.5 |
3.78 |
18.8 |
|
2553 |
176.6 |
65.9 |
9.1 |
140 |
|
2554 |
291.9 |
65.3 |
19.4 |
114.6 |
ข้อมูลจากwww.qqfx.com.cn
ประเทศสำคัญ 5 อันดับแรกที่จีนมีการนำเข้านำตาลในปี 2554
จากภาพดังกล่าวสามารถเห็นได้ว่า ในปี 2554 ประเทศบราซิล คิวบา ไทย และเกาหลีใต้เป็น 4 ประเทศหลักที่จีนนำเข้าน้ำตาล โดยนำเข้าจากบราซิลจำนวน 19.91 แสนตัน ขยายตัวร้อยละ 82.8 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 68.2 ของปริมาณการนำเข้าน้ำตาลทั้งหมดของจีน แซงหน้าคิวบากลายเป็นประเทศสำคัญอันดับ 1 ของจีนในการนำเข้าน้ำตาล ประเทศจีนได้ลงนามข้อตกลงนำเข้าน้ำตาลดิบระยะยาวกับประเทศคิวบา โดยแต่ละปีมีการนำเข้าน้ำตาลจากคิวบาจำนวนประมาณ 4 แสนตัน เพื่อนำมาเป็นสต็อคน้ำตาลสำรอง โดยปี 2554 นำเข้าน้ำตาลจากคิวบา 4.04 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 นอกจากนี้ สามารถสังเกตได้ว่า ในปี 2554 การนำเข้าน้ำตาลจากไทยของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งสำคัญในการนำเข้าน้ำตาลใหญ่อันดับที่ 3 ของจีน
ปี 2554 โควตาการนำเข้าน้ำตาลของจีนยังคงอยู่ที่19.45 แสนตัน อัตราภาษีนำเข้าน้ำตาลในโควต้าอยู่ที่ระดับร้อยละ 15 ส่วนอัตราภาษีนำเข้าน้ำตาลนอกโควต้าจากประเทศได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง (most favoured nation treatment หรือ MFN) และจากประเทศนอกเหนือจากMFN อยู่ที่ร้อยละ 50 และร้อยละ 125 ตามลำดับ ปี 2554 จีนนำเข้าน้ำตาล 29.19 แสนล้านตัน เมื่อหัก 4 แสนตันที่นำมาเป็นสต็อคน้ำตาลสำรอง(นำเข้าจากคิวบา)แล้ว ก็ยังเหลือ 25 แสนตันขึ้นไป ซึ่งเกินโควตาประมาณ 5.7 แสนตัน อัตราการใช้โควตาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 100 จากรัอยละ 71.8 ในปี 2553 แสดงว่า การนำเข้าน้ำตาลของจีนเจริญเติบโตขึ้นมาก
6. บริษัทและชาวนาในธุรกิจน้ำตาลได้ผลกำไรน้อยกว่าที่คาด
ในฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 ราคาขายโดยเฉลี่ยของน้ำตาลอยู่ที่ 7,102 หยวน/ตัน ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลสร้างมูลค่า 17,281 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4,999 ล้านหยวน อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทที่ผลิตน้ำตาลและชาวนาที่ปลูกพืชน้ำตาลแล้ว กำไรที่ได้มานั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ไปในต้นทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการซื้อพืชน้ำตาล การขนส่ง การปลูก ฯลฯ ที่นับวันจะสูงขึ้น ทำให้บริษัทที่ผลิตน้ำตาลพัฒนาเติบโตได้ค่อยข้างช้า และทำให้ชาวนาที่ปลูกพืชน้ำตาลปรับตัวไปปลูกธัญญพืชอื่นแทน
7. แนวโน้มการพัฒนาในปี 2555
หลังจากการลดปริมาณการผลิตเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว ฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 การผลิตน้ำตาลของโลกและของจีนจะเริ่มเข้าสู่ช่วงระยะที่มีการเติบโต ทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำตาลของจีนสามารถคลี่คลายลง แต่เนื่องจากประเทศจีนมีนโยบายส่งเสริมการบริโภคในปี 2555 ปริมาณบริโภคน้ำตาลของจีนอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศและการปล่อยน้ำตาลสำรองของรัฐบาล
อีกทั้ง ด้วยเหตุที่ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การค้าน้ำตาลระว่างจีนกับต่างประเทศมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้จีนสามารถสร้างอิทธิพลต่อราคาน้ำตาลในตลาดโลกได้ ในฤดูกาลผลิตปี 2552/2553 อัตรามูลค่าการนำเข้าน้ำตาลของจีนคิดเป็นร้อยละ 3 ของมูลค่าการนำเข้าน้ำตาลของโลก คาดว่าในฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 อัตรานี้จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 4.5 มากกว่าประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำตาลหลัก ร้อยละ 1.1 อุตสาหกรรมน้ำตาลจึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจที่ต้องจับตามองกันต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม:สำหรับนักธุรกิจไทยที่สนใจอยากจะบุกตลาดน้ำตาลต่างประเทศ ประเทศจีนเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม โดยจีนเป็นตลาดใหญ่ที่มีผู้บริโภคกว่า 1,300 ล้านคน อย่างไรก็ตาม โอกาสย่อมมากับความท้าทาย จากการแชร์ประสบการณ์การบุกตลาดจีนของบริษัทน้ำตาลมิตรผลในการประชุม “การติดตามผลการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีในส่วนของภาคชน” เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 55 ผู้บริหารสูงของบริษัทน้ำตาลมิตรผลกล่าวว่า การลงทุนในจีนนั้น เคยประสบปัญหาด้านความเข้าใจที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างไทยกับจีน อาจเกิดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ดังนั้น ในช่วงแรกที่เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเตรียมตัวปรับความเข้าใจให้ได้ อีกทั้ง ในเมื่อไปบุกตลาดในจีน ต้องเตรียมบุคลากรที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาจีนให้ได้ นอกจากนี้แล้ว ปัญหาด้านต้นทุนแรงงาน การขาดแคลนแรงงาน การสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น ตลอดจนปัญหาการแทรกแซงของรัฐบาลจีนในการพัฒนาธุรกิจและกรรมสิทธิ์การใช้ที่ดิน ตลอดจนนโยบายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่อยากจะเข้ามาลงทุนตลาดน้ำตาลในจีนนั้นจึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อการดำเนินธุรกิจในพื้นที่อย่างรอบคอบ
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=444&ELEMENT_ID=13638
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
