
ด้วยเมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบายพลังงาน ประจำปี 2555 โดยมีแนวคิดในการพัฒนาพลังงาน 8 ประการ เพื่อใช้ผลักดันและปฎิรูปการผลิตและการใช้พลังงานของจีน ตลอดจนสร้างระบบอุตสาหกรรมพลังงานที่ทันสมัย ปลอดภัย มั่นคง ประหยัด และสะอาด ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน BIC ขอสรุปสาระสำคัญและข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ณ ทีนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการประกอบงานของทุกท่านและให้ทุกท่านสามารถมองเห็นแนวโน้มนโยบายพลังงานของจีนในอนาคตได้

สรุปแนวคิดในการพัฒนาพลังงาน 8 ประการ
1.1 อนุรักษ์พลังงาน (Giving priority to conservation)
ควบคุมปริมาณการใช้พลังงานภายในประเทศ สร้างระบบการผลิตที่อนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างประหยัด ทั้งในการดำเนินธุรกิจและชีวิตประจำวัน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นสังคมแห่งการอนุรักษ์พลังงาน
1.2 เพิ่มความสามารถในการจัดหาพลังงานภายในประเทศ (Relying on domestic resources)
ปรับระบบสำรองพลังงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และควบคุมการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศอย่างเหมาะสม
1.3 เพิ่มความหลากหลายในการพัฒนาพลังงาน (Encouraging diverse development)
เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานฟอสซิลที่สะอาดและพลังงานสะอาดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฟอสซิล ผลักดันให้มีการใช้ถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างเป็นระบบด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
1.4 อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Protecting the environment)
ให้ความสำคัญทั้งการพัฒนาพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยพยายามพัฒนารูปแบบการพัฒนาพลังงานที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน
1.5 การสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยี (Promoting scientific and technological innovation)
เพิ่มการศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและเทคนิคที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยีในการผลิตและการใช้พลังงาน
1.6 เน้นการปฎิรูป (Deepening reform)
เร่งผลักดันการปฎิรูปในด้านที่สำคัญต่างๆ เพื่อส่งเสริมการสร้างระบบการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน
1.7 เพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ (Expanding international cooperation)
ขยายขอบเขต ช่องทาง และรูปแบบความร่วมมือระหว่างประเทศ ในด้านพลังงานที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน
1.8 ปรับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น (Improving the people’s livelihood)
ให้ความสำคัญในการพัฒนาพลังงาน ทั้งในเขตเมืองและเขตชนบท พัฒนาเครือข่ายสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวสารด้านพลังงานของจีนที่น่าสนใจ
BIC ได้รวบรวมข่าวสารด้านพลังงานของจีนที่น่าสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายพลังงานดังกล่าว ดังนี้
1) ข่าวภาพรวมการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนานวัตกรรมพลังงาน
China aware of domestic energy challenges
- ความคิดริเริ่มเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีอันก้าวหน้า และความร่วมมือระหว่างประเทศ นับเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานของจีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยจีนเองก็ยอมรับว่า “ประเทศจีนยังมีช่องว่างในประสิทธิภาพการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว”
- เพื่อเป็นการลดช่องว่างดังกล่าว จีนได้ริเริ่มโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมากมาย ทั่วทั้งประเทศ ได้แก่ การใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ อาคาร และระบบแสงสว่างที่ลดการใช้พลังงาน แต่ยังคงประสิทธิภาพสูง โดยเมืองปักกิ่งได้ดำเนินการเชิงรุกใน “การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการลดใช้พลังงาน” กับประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปด้วย
Green industry to give rise to huge investment potential

- จากแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะเวลา 5 ปี ฉบับที่ 12 (2011-15) ได้ระบุถึงแผนการพัฒนาอุตสาหรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของจีน ที่มีมูลค่าถึง 3.6 ล้านล้านหยวน ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเทคโนโลยีขั้นสูงและการให้บริการที่สนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการทำธุรกิจในประเทศจีน
- งาน The China International Green Products and Technology จะจัด ณ นครกวางโจ มลฑลกวางตุ้ง ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย. 2011 ซึ่งจะมีบริษัททั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ จำนวนรวมกว่า 400 บริษัท เข้าร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีต่อภาคธุรกิจไทย ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่อสำรวจสภาพตลาด ได้แก่ พฤติกรรมลูกค้า สภาพการแข่งขัน องค์ความรู้ และเทคโนโลยีต่างๆ รวมทั้งสร้างเครือข่าย ทั้งในด้านลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตร เพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าว มาประกอบในการวางแผนธุรกิจเพื่อขยายตลาดมายังประเทศจีน หรือพัฒนาตลาดในประเทศไทย
2) ข่าวเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
China to resume building of nuclear plants
- แม้ว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ของจีนถูกระงับไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองฟูกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2555 แต่อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเวินเจียเป่า ได้อนุมัติแผนความมั่นคงทางพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติ (2554-2563) ในวันที่ 24 ต.ค. 2555 โดยในแผนระบุว่า “เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะต้องได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลระดับสูงสุด” เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด
- มีผู้กล่าวว่า “พลังงานนิวเคลียร์จะเป็นทางออกในการสร้างความสมดุล ระหว่างความต้องการใช้พลังงานที่มากขึ้น ในขณะที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”
- ในปัจจุบัน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศจีนมีกำลังการผลิตเพียง 1.8% ของปริมาณความ ต้องการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศเท่านั้น ซึ่งน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีกำลังการผลิตเฉลี่ยที่ 14% ดังนั้น “การพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เหมาะสม และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ให้ประเทศจีน”
- ในปี 2554 จีนเป็นประเทศผู้ผลิตและบริโภคถ่านหินอันดับหนึ่งในโลกถึงกว่า 3 พันล้านตัน ซึ่งได้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีแผนที่จะควบคุมปริมาณดังกล่าวให้ไม่เกิน 4 พันล้านตันในปี 2558 รวมทั้ง รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2563 จะเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานสะอาด(Non-Fossil Oil) เป็น 15% และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40-45% เมื่อเทียบกับปี 2548
- มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ความมั่นคงทางพลังงานและพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่สำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชนภายในประเทศ โดยพลังงานนิวเคลียร์ก็เป็นอีกทางออกหนึ่งของประเด็นดังกล่าว ซึ่งก็มีความ ท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะ เรื่องความปลอดภัยซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้ง ระดับของเทคโนโลยีระบบในการบริหารจัดการ รวมทั้ง คุณภาพของบุคลากรในดำเนินการและดูแลรักษา อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่า ควรพิจารณานำมาใช้อย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ร่วมกับพลังงานทดแทนอื่นๆ ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล เป็นต้น
- สำหรับประโยชน์กับประเทศไทย สามารถนำประเด็นการพัฒนาทางพลังงานนิวเคลียร์ดังกล่าวมาเป็นประเด็นความร่วมมือ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ และระบบการบริหารต่างๆ จากประเทศจีนสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดประเด็นความร่วมมือในเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นความร่วมมือไทยจีนใน 4 ด้าน ได้แก่ พลังงานสะอาด รถไฟความเร็วสูง การบริหารจัดการน้ำ และการศึกษา

Large uranium mine found in north China
- จีนประกาศการค้นพบแหล่งแร่ยูเรเนียมขนาดใหญ่ที่มองโกเลียใน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดที่ค้นพบได้ ในปัจจุบัน การค้นพบครั้งนี้จะเพิ่มปริมาณการผลิตยูเรเนียมของจีน และสามารถลดการพึ่งพาการนำเข้ายูเรเนียมจากต่างประเทศได้ ตลอดจนรักษาความมั่นคงทางพลังงานนิวเคลียร์จีน อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่มีแผนขุดแหล่งสะสมยูเรเนียมแห่งใหม่นี้ และแม้ว่าจีนจะค้นพบแหล่งสะสมยูเรเนียมแห่งใหญ่ แต่ก็ไม่ลดปริมาณยูเรเนียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะรัฐบาลจีนเห็นว่า ยูเรเนียมเป็นวัตถุดิบสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ “ยิ่งเยอะ ยิ่งดี”
- จึงกล่าวได้ว่า การค้นพบแหล่งแร่ยูเรเนียมขนาดใหญ่ในครั้งนี้ เป็นก้าวกระโดดที่สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศจีน เพราะเมื่อมีวัตถุดิบอยู่ในมือ ประกอบกับความพร้อมเรื่องระดับเทคโนโลยี ระบบการบริหารจัดการ และบุคลากรแล้ว ก็จะทำให้จีนเป็นเสมือน “เสือติดปีก” เลยทีเดียว
3) ข่าวเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่ายพลังงาน
Construction of China\'s 3rd West-East pipeline begins
- เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 บริษัท PetroChina Co. ได้เริ่มการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติแนวตะวันตก-ตะวันออก เฟสที่ 3 โดยจะก่อสร้างแล้วแล้วเสร็จในปีที่ 2558 และจะเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่ง ในเครือข่ายพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ของจีน สร้างความมั่นคงทางพลังงานของจีน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสภาพการดำรงชีวิตของประชาชนตามเส้นทางของท่อส่งก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของจีนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติแนวตะวันตก-ตะวันออก เฟสที่ 3 ได้ประกอบด้วยท่อส่งหลัก 1 สายท่อส่งสาขาย่อยอีก 8 สาย คลังเก็บก๊าซธรรมชาติ 3 แห่ง และสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว 1 แห่ง มีความยาวตลอดเส้นทางมีความยาวทั้งสิ้น 7,378 ก.ม. โดยทางตะวันตกเริ่มจากเขตปกครองตนเอง ซินเจียง ผ่านมณฑลกานซู่ เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย มณฑลส่านซี มณฑลเหอหนาน มณฑลหูเป่ย มณฑลหูหนาน มณฑลเจียงซี มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลกวางตุ้ง สามารถขนส่งปริมาณก๊าซธรรมชาติ 30,000 ล้านคิวบิกเมตรต่อปี ซึ่งสามารถทดแทนการบริโภคถ่านหินปริมาณ 76.8 ล้านตันต่อปี จึงเป็นการสนับสนุนพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- มีความเห็นว่าโครงการฯ ดังกล่าว สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศจีน ได้แก่ การกระจายความเจริญให้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยเฉพาะ มลฑลตอนในและตะวันตก เพราะพลังงานเป็นพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจและการดำรงชีวิต รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และการสนับสนุนการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกด้วย ซึ่งประเทศไทยสามารถใช้แนวคิดและวิธีการดังกล่าวของประเทศจีนเป็นกรณีศึกษา หรือต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทยจีน
- นอกจากนี้ ยังมีความเห็นเพิ่มเติมว่า เครือข่ายพลังงานของประเทศจีนในอนาคตที่ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยเฉพาะ “จีนตอนใต้” ได้แก่ มลฑลยูนนาน มลฑลกวางสี จะมีศักยภาพในการเชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียน ทั้งในเครือข่ายพลังงาน การขนส่งสินค้า และการเดินทางของผู้คน เช่น การเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงานและระบบโลจิสติกส์ ของจีนกับเมียนม่า (เมืองคุนหมิง มลฑลยูนนาน กับเมืองเจียวเพียว ประเทศเมียนม่าร์) ซึ่งมีทั้ง ท่าเรือน้ำลึก ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซธรรมชาติ และเส้นทางรถไฟ เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยสามารถใช้ข้อมูลและการคาดการณ์ดังกล่าว มาวิเคราะห์ และวางแผนยุทธศาสตร์ เชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งในโครงข่ายของประเทศจีน เพื่อประสานประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในระดับรัฐบาล เอกชน และประชาชน

ข่าวเหล่านี้สะท้อนภาพการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานดังกล่าวของจีนได้อย่างดียิ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ ของจีนโดยเฉพาะ การกระจายความเจริญให้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนามลฑลตอนในและภาคตะวันตกให้ทัดเทียมกับมลฑลฝั่งตะวันออกและชายฝั่งทะเล เพราะพลังงานเป็นพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจและการดำรงชีวิต รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และการสนับสนุนการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
สำหรับประโยชน์ต่อประเทศไทยนั้น นอกจากจะสามารถนโยบายพลังงานของจีนดังกล่าวมา เป็นกรณีศึกษาในการกำหนดนโยบายพลังงานของไทย เพื่อผลักดันและส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน อีกทั้งสามารถประสานความร่วมมือกับประเทศจีน เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ และระบบการบริหารต่างๆ จากประเทศจีนสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดประเด็นความร่วมมือในเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นความร่วมมือไทยจีนใน 4 ด้าน ได้แก่ พลังงานสะอาด รถไฟความเร็วสูง การบริหารจัดการน้ำ และการศึกษาแล้ว ในการสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนไทยในจีน ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึงนโยบายที่มุ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของจีนไว้ให้มาก เพื่อมิให้เกิดปัญหาต่างๆ
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=459&ELEMENT_ID=13640
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
