
สกุลเงินหยวนมีปริมาณการใช้ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากอันดับที่ 35 ในเดือน ต.ค. 2555 เป็นอันดับที่ 14 ในเดือน ส.ค. 2555 โดยมีประเทศที่ใช้สกุลเงินหยวนในการชำระเงินเพิ่มขึ้นจาก 65 ประเทศ ในเดือน มิ.ย. 2554 เป็น 91 ประเทศ ในเดือน มิ.ย. 2555 และมีสถาบันการเงินที่รองรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นจาก 617 แห่งเป็น 983 แห่ง ในช่วงเวลาดังกล่าว (อ้างอิงจากรายงานของ “Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication”)
การค้าระหว่างประเทศเป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนความต้องการใช้สกุลเงินหยวนดังกล่าว โดยธุรกรรมเงินหยวนมีสัดส่วน 10% ของการค้าระหว่างประเทศของจีนในเดือน ก.ค. 2555 และจากการสำรวจของ HSBC พบว่า บริษัทจีนจำนวน 77% คาดหวังว่า ธุรกรรมเงินหยวนจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 33% ของการค้าระหว่างประเทศของจีนในปี 2558 ประการสำคัญ ทั้งผู้นำเข้าและผู้ส่งออกพึงพอใจที่จะใช้เงินหยวนในการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ผู้นำเข้าของประเทศจีนที่สามารถลดต้นทุนการทำธุรกรรมทางการเงิน และลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ บริษัทจากต่างประเทศก็สามารถขยายตลาดและต่อรองราคาสินค้าในประเทศจีนได้มากขึ้นเมื่อมีการชำระเงินด้วยสกุลเงินหยวนด้วย ทั้งนี้ บริษัทต่างประเทศที่รองรับสกุลเงินหยวนในการค้าระหว่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น บริษัทฝรั่งเศสและออสเตรเลีย มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 30% และ 25% ตามลำดับ ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (อ้างอิงจากรายงานของ “Western Union”)
สกุลเงินหยวนมีแนวโน้มในการพัฒนาจาก “ตลาดการค้าระหว่างประเทศ” สู่ “ตลาดการลงทุนระหว่างประเทศ” และจะก้าวเป็น “สกุลของทุนสำรองระหว่างประเทศ” ในที่สุด
แม้ว่าในปัจจุบันสามารถใช้เงินหยวนในธุรกรรมการโอนและชำระเงินระหว่างประเทศได้ แต่ก็มีขั้นตอนและระยะเวลาที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาระบบดังกล่าวในระยะยาว ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายการเปิดเสรีทางการเงินของรัฐบาลจีนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ภาคการธนาคารของจีนยังคงรักษาระดับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะ การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ด้วยวิธีการซื้อหรือควบรวมกิจการในต่างประเทศ พัฒนาไปเป็นธนาคารข้ามชาติ เพื่อรองรับการเติบโตในการใช้สกุลเงินหยวนเป็นสกุลเงินหลักของโลกในอนาคต
ทั้งนี้ BIC เห็นว่าประเด็นเรื่อง“บทบาทของสกุลเงินหยวน” มีความสำคัญยิ่ง “ทั้งในเวทีโลกและต่อประเทศไทย”เพราะปัจจุบัน ประเทศจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก (GDP ปี 2554 มี มูลค่า 7.3 ล้านล้านเหรียญ สหรัฐ) มีปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศอันดับ 1 ของโลก (3.2 ล้านล้านเหรียญฯ ณ เดือน มิ.ย. 2555) มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศอันดับ 2 ของโลก (2.6 ล้านล้านเหรียญฯ ในปี 2554) และเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก (1.9 ล้านล้านเหรียญฯ ในปี 2554) รวมทั้งเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย (64,000 ล้านเหรียญฯ ในปี 2554) และเป็นประเทศในการส่งออกอันดับ 1 ของไทย (40,000 ล้านเหรียญฯ ในปี 2554) ทาง BIC จึงได้รวบรวมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายเศรษฐกิจ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้แทนธนาคารพาณิชย์ไทยในกรุงปักกิ่ง สามารถสรุปเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ดังนี้
1) ความต้องการใช้สกุลเงินหยวนของโลก
ทุกฝ่ายมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า ความต้องการใช้สกุลเงินหยวนของโลกจะ ทวีความสำคัญ และมีแนวโน้มความต้องการใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งใน ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ได้แก่ การค้าระหว่างประเทศ(การนำเข้า-ส่งออก) การท่องเที่ยวหรือเดินทางระหว่างประเทศ การลงทุนก่อตั้งธุรกิจและภาคการเงิน (Financial Sector) ได้แก่ การค้าและการลงทุนในตลาดการเงินระหว่างประเทศ ทั้งตลาดเงินและตลาดทุน โดยเฉพาะ ภาคการเงิน หากมีการขยายตัวแล้ว ก็จะเป็น “กระดานดีด” ต่อความต้องการใช้สกุลเงินหยวนของโลกให้ก้าวกระโดด ทั้งนี้เมื่อสกุลเงินหยวนได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย ก็จะมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะส่งผลต่อการเป็นทางเลือกให้ประเทศต่างๆ ใช้สกุลเงินหยวนเป็น “สกุลของทุนสำรองระหว่างประเทศ”
2) นโยบายทางการเงินของรัฐบาลจีน
ทุกฝ่ายมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า รัฐบาลจีนมีนโยบายเปิดเสรีทางการเงินมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากภาคเศรษฐกิจจริงก่อน แล้วค่อยขยายไปยังภาคการเงิน โดยในปัจจุบันประเทศจีนได้ใช้ “ฮ่องกง” เป็น “จุดทดลอง” เพื่อหาระบบและวิธีการที่เหมาะสม สามารถใช้งานได้จริง แล้วจึงขยายผล ซึ่งจีนได้วางแผนจะให้ “เซี่ยงไฮ้” เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกในปี 2563 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการเปิดเสรีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เชื่อว่ารัฐบาลจีน ก็ยังคงเฝ้าระวังและควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ เรื่องเสถียรภาพของสกุลเงินหยวน ที่อาจมีความผันผวน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเก็งกำไรค่าเงินหยวนได้
3) ระบบการให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศ
ธนาคารจีนเป็นรัฐวิสากิจ มีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ มีระบบการให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศที่มีความพร้อม และสอดคล้องกับนโยบายทางการเงินของรัฐบาลจีนอย่างยิ่ง จึงเชื่อมั่นว่า เมื่อรัฐบาลจีนเปิดเสรีทางการเงินมากขึ้น ธนาคารจีนก็จะมีระบบรองรับและสามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวได้อย่างแน่นอน ประการสำคัญ จากการที่จีนใช้ “ฮ่องกง” เป็น “จุดทดลอง” ในการเปิดเสรีทางการเงิน ดังนั้น ที่ผ่านมาธนาคารจีน จึงได้มีการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สำหรับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ทั่วโลก นอกจากติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว ก็ยังมีการเตรียมความพร้อมของระบบในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ ให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบของธนาคารจีนได้อย่างแน่นอน
4) การแทรกแซงของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ที่เสียประโยชน์
เมื่อสกุลเงินหยวนจะมีบทบาทและความต้องการในโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเปรียบเสมือนเป็น “สินค้าทดแทน” ของเงินสกุลอื่น โดยเฉพาะ เงินสกุลหลักของโลก ได้แก่ ดอลลาร์สรอ. ยูโรปอนด์ ทำให้มีความต้องการลดน้อยลงและอ่อนค่าลง (Depreciation) ในที่สุด เมื่อเทียบกับสกุลเงินหยวน ซึ่งประเทศผู้เสียประโยชน์เหล่านี้ ก็อาจจะดำเนินการแทรกแซงเพื่อขัดขวางมิให้สกุลเงินหยวนเป็นสกุลเงินหลักของโลกได้
จึงกล่าวได้ว่า “บทบาทของสกุลเงินหยวนในเวทีโลก” จะทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งมีแนวโน้มการใช้งานที่จะพัฒนาจาก “ตลาดการค้าระหว่างประเทศ” สู่ “ตลาดการลงทุนระหว่างประเทศ” และจะก้าวเป็น “สกุลของทุนสำรองระหว่างประเทศ” ในที่สุด แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพัฒนา โดยเฉพาะ “การทดลองและขยายผล” ตามแนวคิด“คลำหินในแม่น้ำ” เพื่อหาระบบและวิธีการที่เหมาะสม สามารถใช้งานได้จริงตามแบบฉบับของประเทศจีนต่อไป
สำหรับประเทศไทยในฐานะ “ตัวแปรตาม” สามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่
ภาครัฐ
ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับ “นโยบายทางการเงินและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง” ให้คลอบคลุมทั้งภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) และภาคการเงิน (Financial Sector) รวมทั้งการเจรจาประสานประโยชน์ในประเด็นความร่วมมือทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ในกรอบทวิภาคี(ไทย-จีน) และพหุภาคี (อาเซียน-จีน) อีกทั้งยังสามารถศึกษาและเตรียมความพร้อมในการที่จะใช้ “สกุลเงินหยวนเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ” ในสัดส่วนที่มากขึ้น
ภาคเอกชน
ธนาคารพาณิชย์
ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับ “ระบบการให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศ” ให้สามารถ“เชื่อมต่อ” สอดคล้องกับระบบของธนาคารจีน และประเทศอื่นๆ ในโลก ให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ
ผู้ประกอบการ
ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อม ศึกษาและใช้ประโยชน์เงินหยวนสำหรับ “การขยายธุรกิจการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ” ทั้งภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) และภาคการเงิน (Financial Sector) รวมทั้ง “ศึกษานโยบายทางการเงิน และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง” ทั้งของประเทศไทยและประเทศคู่ค้า
แหล่งอ้างอิง
- http://usa.chinadaily.com.cn/business/2012-10/31/content_15859117.htm
- http://usa.chinadaily.com.cn/epaper/2012-11/12/content_15917161.htm
- http://usa.chinadaily.com.cn/business/2012-11/13/content_15919836.htm
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=465&ELEMENT_ID=13641
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
