ธุรกิจนำเข้าเพื่อการส่งออกในมาเก๊ากำลังเฟื่องฟู
ธุรกิจนำเข้าเพื่อการส่งออกในมาเก๊ากำลังเฟื่องฟู

มาเก๊าได้เพิ่มบทบาทในการเป็นพ่อค้าคนกลางมากกว่าที่จะเป็นผู้ผลิต โดยตัวเลขการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2556 เป็นผลมาจากการนำเข้าสินค้าเพื่อส่งสินค้ากลับไปยังต่างประเทศอีกครั้ง โดยไม่ได้แปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าแต่อย่างใด สินค้าที่มีการนำเข้าเพื่อส่งออกมีการขยายตัวร้อยละ 15 คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 592 ล้านปาตากาส์ ทั้งนี้ สินค้าที่ทำให้ยอดการนำเข้าเพื่อส่งออกเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ อุปกรณ์โทรคมนาคม อาทิ โทรศัพท์มือถือ ที่มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 37.1 หรือคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 136 ล้านปาตากาส์ อย่างไรก็ดี ตัวเลขการส่งออกของสินค้าที่ผลิตในมาเก๊า (made-in-Macau) ลดลงร้อยละ 13 หรือคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 154 ล้านปาตากาส์ โดยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2556 มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 ปีต่อปี คิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 8.18 พันล้านปาตากาส์ ซึ่งมากกว่ามูลค่าทั้งหมดของปี 2555 การส่งออกของมาเก๊าได้กลับมาสดใสอีกครั้งเป็นระยะเวลาสามปีติดต่อกัน หลังจากลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดสี่ปีก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2547

อย่างไรก็ดี ตัวเลขการนำเข้าสินค้าของมาเก๊าที่ทะยานสูงขึ้นติดกันเป็นเดือนที่สองในเดือนธันวาคม 2556 เนื่องจากผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยเครื่องประดับทองคำและนาฬิกามากเป็นสองเท่าของการใช้จ่ายสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ในขณะที่ตัวเลขการส่งออกของมาเก๊ายังคงเติบโตติดต่อกันเป็นปีที่สาม ตัวเลขการนำเข้าของมาเก๊าเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ปีต่อปี โดยในเดือนพฤศจิกายน 2556 มูลค่าการนำเข้าของมาเก๊าเพิ่มสูงขึ้นคิดเป็นจำนวนเงิน 7.5 พันล้านปาตากาส์ (939 ล้านเหรียญสหรัฐ) นับว่าเป็นเดือนที่มีตัวเลขการนำเข้าพุ่งสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มการจัดเก็บข้อมูลทางสถิติครั้งแรกในปี 2543 เนื่องจากการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อตอบสนองการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกในมาเก๊า โดยในเดือนพฤศจิกายน 2556 มีการนำเข้าเครื่องประดับทองคำคิดเป็นมูลค่าถึง 1 พันล้านปาตากาส์ เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งในสามของปริมาณการนำเข้าในเดือนเดียวกันของปี 2555 ในขณะที่มูลค่าการนำเข้านาฬิกาพุ่งสูงขึ้นราว 710.3 ล้าน ปาตากาส์ ทั้งนี้ การนำเข้าสินค้าเพียงสองชนิดดังกล่าวยังมีมูลค่ามากเป็นสองเท่าของการนำเข้าอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 6 หรือคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 841.1 ล้านปาตากาส์ สถิติการนำเข้าสินค้าดังกล่าวทำให้มาเก๊าขาดดุลการค้าต่อเดือนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 6.75 พันล้านปาตากาส์ ในเดือนพฤศจิกายน 2556 อย่างไรก็ดี การส่งออกเพิ่มสูงขึ้นเป็น 746 ล้านปาตากาส์ ซึ่งสูงกว่าปี 2555 ร้อยละ 8 และคิดเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 6 เดือน
20 มกราคม 2557
โดย: พิชญา วิลาด เจ้าหน้าที่บีไอซีประจำเมืองฮ่องกง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ