ทะยานไม่หยุด ค่าแรงขั้นต่ำเมืองเซินเจิ้นสูงสุดในจีน
ทะยานไม่หยุด ค่าแรงขั้นต่ำเมืองเซินเจิ้นสูงสุดในจีน
นักธุรกิจที่ยังคิดว่าจีนเป็นประเทศที่ค่าแรงถูก อาจต้องทบทวนมุมมองใหม่ เพราะจีนวันนี้ค่าแรงเริ่มไม่ได้ถูกอย่างที่คิด ลองมาศึกษาเชิงลึกกับเมืองที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงสุดในจีน เมืองเซินเจิ้น



สำนักงานทรัพยากรมนุษย์ประจำเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประกาศเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของเมืองเซินเจิ้น อีกร้อยละ 13 เริ่มบังคับใช้ 1 กุมภาพันธ์นี้ ส่งผลให้ค่าแรงขั้นต่ำในเมืองเซินเจิ้นเพิ่มเป็นเดือนละ 1,808 หยวน หรือหากคิดค่าแรงรายชั่วโมง เป็นชั่วโมงละ 16.5 หยวน ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มนี้จะส่งผลให้แรงงานกว่า 936,000 คนในเมืองเซินเจิ้นมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นผลจากนโยบายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานในเมืองให้ดียิ่งขึ้น เมืองเซินเจิ้นมีแผนปรับค่าแรงขั้นต่ำมาตั้งแต่ปี 2534 โดยกำหนดให้มีการพิจารณาปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นอย่างน้อยในทุก 2 ปี โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 เซินเจิ้นมีค่าแรงขั้นต่ำเดือนละ 1,320 หยวน ปรับเพิ่มเป็น 1,500 หยวน ในปี 2555 และปรับเพิ่มเป็น 1,600 หยวน เมื่อปี 2556

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่รัฐบาลเซินเจิ้นประกาศเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำล่าสุดนี้ กลับมีเสียงสะท้อนที่ไม่พอใจกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอัตราดังกล่าว ซึ่งเห็นว่ายังคงไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในปัจจุบันที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังมีความกังวลว่าการมุ่งแต่เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้ควบคุมราคาสินค้าและค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาปากท้องของแรงงานที่แท้จริงได้ ล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ราคาค่าเช่าบ้านเฉลี่ยต่อตารางเมตรในเมืองเซินเจิ้นอยู่ที่ 51.2 หยวน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปี 2555) เป็นที่น่าสังเกตว่า ค่าแรงขั้นต่ำที่ประกาศมานี้ยังห่างไกลกับราคาขายอสังหาริมทรัพย์ในเมืองเซินเจิ้นที่ค่าเฉลี่ยบ้านทั่วไปในเมืองมีราคาอยู่ที่ตารางเมตรละ 21,685 หยวน เรียกได้ว่าต้องใช้เงินเดือนถึง 11 เดือน เพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของพื้นที่บ้านเพียง 1 ตารางเมตรเลยทีเดียว

ปัจจุบัน เซินเจิ้นเป็นเมืองที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดในจีน แซงหน้านครเซี่ยงไฮ้ที่เพิ่งประกาศใช้ค่าแรงขั้นต่ำเดือนละ 1,620 หยวน ไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา ค่าแรงในเมืองชั้นนำของจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงสังคมจีนที่เปลี่ยนไป ประชากรมีรายได้มากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายและอัตราเงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว ส่งผลถึงต้นทุนสินค้าที่ต้องแบกรับค่าจ้างแรงงานที่มากขึ้น

ค่าแรงขั้นต่ำของเมืองเซินเจิ้นที่ประกาศออกมาล่าสุดนี้หากคิดเฉลี่ยรายวันอยู่ที่วันละ 313 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน เท่ากับ 5.2 บาท) แทบไม่ต่างกับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทของแรงงานไทย ผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจในจีนแต่ยังมองภาพจีนเป็นแหล่งค่าแรงถูกอาจต้องทบทวนใหม่ ผู้ที่สนใจสั่งซื้อสินค้าราคาถูกจากจีนอาจต้องปรับมุมมอง เพราะจีนในวันนี้ไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตสินค้าราคาถูกอีกต่อไป  จีนตอนใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งมณฑลกวางตุ้ง แม้ว่าจะยังคงต้องการเป็นฐานสำคัญสำหรับการผลิตเพื่อส่งออก แต่ได้ตั้งมั่นที่จะผลิตและส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากกว่าสินค้าธรรมดาทั่วไป หมายความว่า กวางตุ้งจำเป็นต้องการแรงงานที่มีคุณภาพสูง สถานการณ์ค่าแรงทยานเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุดจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการรักษาการเป็นฐานแรงงานที่มีฝีมือและคุณภาพเพื่อการผลิตสินค้ามูลค่าสูงเอาไว้

จีนในอนาคตยังต้องเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำอย่างต่อเนื่องเพื่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อ และเพื่อแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่เป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศและผู้นำจีนยกให้เป็นวาระแห่งชาติต่อไป  

--------------------------------------


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครกว่างโจว
แหล่งข้อมูล หนังสือพิมพ์ Shenzhen Daily

23 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: (22/01/2014)
โดย: ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน นครกว่างโจว

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ