สิ้นยุคของถูกค่าแรงต่ำ นักลงทุนต่างชาติตบเท้าย้ายฐานออกจากจีน
สิ้นยุคของถูกค่าแรงต่ำ นักลงทุนต่างชาติตบเท้าย้ายฐานออกจากจีน

ต้นทุนการผลิตในจีนที่สูงขึ้นและกำไรสุทธิที่ลดลง เป็นเหตุผลหลักที่บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และยุโรป ถอนการผลิตบางส่วนออกจากจีน China Daily รายงานเมื่อต้นเดือนมกราคม 2557

“บริษัทสหรัฐฯ กว่า 100 แห่ง และบริษัทยุโรปอีกจำนวนมาก อาทิ Caterpillar Google Ford Motor Philips และ General Electric ได้ย้ายฐานการผลิตบางส่วนออกจากจีนแล้ว โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนจะดำเนินต่อไปในอนาคต” China Daily ให้ข้อมูล

ส่วนใหญ่ บริษัทที่ถอนการผลิตออกจากจีน เป็นภาคการผลิตเพื่อส่งออก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ภาคการผลิตที่ยังเหลืออยู่ในจีนของบริษัทต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อขายให้ผู้บริโภคในจีนเอง

จากข้อมูลของ European Chamber of Commerce ร้อยละ 75 ของบริษัทต่างชาติที่ยังอยู่ในจีน เป็นการผลิตเพื่อขายเฉพาะในตลาดจีนเท่านั้น

China Daily วิเคราะห์ว่า มี 5 เหตุผลหลักที่ทำให้วิสาหกิจต่างชาติเลือกทยอยย้ายฐานออกจากจีน

  • หนึ่ง ค่าแรงที่ปรับสูงขึ้น โดยปัจจุบัน แรงงานจีนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีอยู่ที่ 47,799 หยวน (240,000 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2550 ซึ่งอยู่ที่ 24,721 หยวน (ประมาณ 125,000 บาท) ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมค่าประกันสังคมตามกฎหมายจีน ซึ่งสูงเกือบร้อยละ 40 ของค่าแรง

  • สอง การขาดแคลนแรงงาน อันเป็นผลจากนโยบาย “ลูกคนเดียว” การตั้งเงื่อนไขเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการสูงของแรงงานรุ่นใหม่ และการบริหารจัดการแรงงานในช่วงเทศกาลหยุดยาวของจีน

  • สาม การที่ค่าเงินหยวนแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2556 เพียงปีเดียว เงินหยวนแข็งขึ้นถึงร้อยละ 3

  • สี่ ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสินค้า รวมถึงการถูกลอกเลียนแบบ

  • ห้า ค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นผลจากราคาน้ำมันและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะค่าเช่าคลังสินค้า

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า นอกจากบริษัทต่างชาติแล้ว บริษัทจีนเองก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน และหลายรายได้ย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปยังประเทศใกล้เคียงแล้ว เช่น เวียดนาม และกัมพูชา รวมถึงแอฟริกา ซึ่งถูกใช้เป็นฐานการผลิตสินค้าจีนเพื่อป้อนตลาดยุโรป

“สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้บ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมภาคการผลิตของจีนกำลังได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง เพราะถือเป็นนโยบายของรัฐบาลจีนเองที่ต้องการยกระดับการผลิตให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น มีมาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อเพิ่มระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม ขณะเดียวกัน การที่จีนต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นก็เป็นไปตามนโยบายขึ้นค่าแรงเพื่อให้แรงงานมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” สถานเอกอัครราชทูตวิเคราะห์

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์เห็นว่า ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนจะบุกตลาดจีน หรือได้เข้าไปในตลาดจีนแล้ว ต้องศึกษาให้ดี เพื่อประกอบการวางแผนธุรกิจ



ขอบคุณรูปภาพจาก : th.wikipedia.org

28 มกราคม 2557
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ