"อิตาลี" ตลาดไอซีที-การแพทย์
"อิตาลี" ตลาดไอซีที-การแพทย์
     อิตาลีไม่ใช่เพียงแค่ประเทศที่หลายคนทั่วไปรู้จักเพียงแค่อาหาร ความหรูหรา และรถยนต์สมรรถนะสูงเท่านั้น อิตาลียังมีศักยภาพในหลายภาคส่วน

     รัฐบาลอิตาลีได้มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์โอกาสการลงทุนในอิตาลี โดยแบ่งเป็น 5 ภาคส่วนหลัก ประกอบด้วย ไอซีที วิทยาศาสตร์การแพทย์ การขนส่ง การท่องเที่ยว และด้านพลังงานหมุนเวียน ที่ในแต่ละภาคส่วนล้วนมีความแข็งแกร่ง

     ข้อมูลจากสถานทูตอิตาลีประจำ ประเทศไทย ระบุถึงยุทธศาสตร์ด้านไอซีที อิตาลีได้อันดับที่ 4 ในด้านความใหญ่ของตลาดไอซีที ด้วยมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังครองตำแหน่งอันดับที่ 2 สำหรับยอดการใช้ซิมการ์ดกว่า 90 ล้านใบ มากกว่านั้น ยังมีบริษัทชั้นนำด้านไอซีทีเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์

     อิตาลีมีขนาดอุตสาหกรรมในวิทยาศาสตร์การแพทย์ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของยุโรป รองจากเยอรมนี และฝรั่งเศส ที่สำคัญในด้านดังกล่าวมากกว่า 100 บริษัท มีการอัดฉีดเงินในด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 1,200 ล้านยูโรต่อปี

     และที่สำคัญในด้านการแพทย์อิตาลีมีความแข็งแกร่งใน 4 ด้าน ต่อไปนี้ คือ ด้านเวชชีวศาสตร์ ด้านการศึกษาและการรักษาเนื้องอก ด้านการวินิจฉัยโรค และด้านประสาทวิทยา

     ด้านการท่องเที่ยว เป็นดั่งที่หลายฝ่ายทราบดีอยู่แล้วว่า อิตาลีมีเอกลักษณ์ในด้านวัฒนธรรมที่มีความหรูหรา และการบริการด้วยมาตรฐานสากล ผนวกกับศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคสมัยโรมัน ทั้งยัง เป็นประเทศที่ได้รับการประกาศให้มีพื้นที่ทางมรดกโลกมากที่สุดในโลกอีกด้วย

     ด้านการขนส่ง อิตาลีมีมอเตอร์เวย์ระยะทาง 6,500 กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับที่ 2 ของยุโรป และมีเครือข่ายทางรถไฟ 16,703 กิโลเมตร อยู่ในอันดับที่ 2 สำหรับประเทศที่มีความสำคัญในด้านการขนส่งทางทะเล ด้วยท่าเรือพาณิชย์นานาชาติ 3 แห่ง

     ด้านพลังงานหมุนเวียน อิตาลีเป็น 1 ใน 5 ประเทศทั่วโลกที่มีศักยภาพด้านตลาดพลังงานหมุนเวียน ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งนอกจากพลังงานลมแล้ว อิตาลียังมีศักยภาพที่จะผลิตพลังงานจากความร้อนใต้ผืนพิภพ พลังงานคลื่น ไบโอแมส ไบโอก๊าซ ก๊าซชีวภาพหลุมขยะ และพลังงานจากก๊าซของเสีย


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
29 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ