ทิศทางนโยบายการเงินจีนและสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลก
ทิศทางนโยบายการเงินจีนและสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 57 เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ Neue Zürcher Zeitung รายงานข่าวเรื่อง “เงินทุนสำรองที่ขยายตัวมากเกินเกินไป" ซึ่งได้วิเคราะห์ถึงทิศทางนโยบายการเงินของจีนและสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก โดยสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

(1) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผ่อนคลายนโยบายการเงินการคลังมาหลายปี เฟดได้ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงิน โดยลดปริมาณการซื้อพันธบัตร รวมทั้งลดปริมาณเงินทุนไหลเวียนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจโลก และเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบันค่อนข้างเข้มแข็ง ถึงแม้จะลดเงินทุนไหลเวียนแล้วก็ยังสามารถเติบโตอย่างมีเสถียรภาพได้ ซึ่งแท้จริงแล้วจะเป็นไปตามที่เฟดคาดการณ์หรือไม่ยังต้องรอการพิสูจน์ต่อไป แต่แน่นอนว่า ผลกระทบที่เห็นชัดเจนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการเงินของสหรัฐฯ คือไม่ส่งผลในเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม แต่กลับส่งผลกระทบเชิงลบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการก่อให้เกิดปัญหาราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

(2) ความคาดหวังต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีนค่อย ๆ ลดลง โดยหลายปีที่ผ่านมา การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีนเป็นที่จับตามองของทั่วโลก และส่งผลต่อการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยในช่วงวิกฤตการเงินครั้งล่าสุด จีนก็ถูกมองว่าเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจโลกและจีนก็สามารถฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่นๆ แต่ปัจจุบันนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า จีนประสบปัญหาทางด้านโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยวิสาหกิจบางแห่งไม่มีความโปร่งใสและแทบไม่มีความสามารถมีผลกำไรจากการประกอบการได้เลย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเงินของจีน

รายงานข่าวดังกล่าวยังระบุว่า การพึ่งพาการส่งออกมากเกินไปของเศรษฐกิจจีน ได้ก่อให้เกิดดุลการค้ามหาศาล บวกกับเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาเก็งกำไรในจีน ก่อให้เกิดแรกกดดันให้เงินหยวนต้องปรับค่าสูงขึ้น รวมทั้งกดดันให้ธนาคารกลางจีนแทรกแซงตลาด ขณะเดียวกัน มาตรการแทรกแซงเงินสำรองระหว่างประเทศของจีนทำให้ปริมาณเงินสำรองเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 2556 เงินสำรองระหว่างประเทศของจีนได้เพิ่มขึ้นถึง 3.82 ล้านล้านดอลลาร์ สรอ. แม้ว่าทางการจีนเน้นย้ำว่าปริมาณเงินสำรองของจีนได้เกินระดับที่เหมาะสมมานานแล้ว และจะต้องควบคุมไม่ได้สูงเกินกว่านี้แล้วก็ตาม แต่ตามสภาพที่แท้จริงก็ไม่สามารถควบคุมได้ตามที่กล่าวไว้

อย่างไรก็ตาม หลายเดือนก่อนหน้านี้ จีนได้ประกาศว่าจำเป็นต้องปฏรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ รวมทั้งลดการพึ่งพาการส่งออกเป็นการพึ่งพาตลาดภายในประเทศแทน ซึ่งคาดว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนให้ลดลงเหลือร้อยละ 3 ถึงร้อยละ 4 ซึ่งนักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ เห็นว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและเงินทุนไหลเวียนที่ลดลง อาจทำให้ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบอย่างหนักต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

28 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์ Cankaoxiaoxi (参考消息)(28/01/2014)
โดย: นายคุณากร เหวิน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ