ธุรกิจท่องเที่ยวฮ่องกงเตรียมรับทรัพย์ในอีก 3 ปีข้างหน้าจากนักท่องเที่ยวที่จะพากันหลั่งไหลเข้ามาถึง 70 ล้านคนต่อปี
ธุรกิจท่องเที่ยวฮ่องกงเตรียมรับทรัพย์ในอีก 3 ปีข้างหน้าจากนักท่องเที่ยวที่จะพากันหลั่งไหลเข้ามาถึง 70 ล้านคนต่อปี

ฮ่องกงอาจได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นปีละถึง 70 ล้านคน หรือคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 ภายในอีกสามปีข้างหน้านี้ และภายในหนึ่งทศวรรษฮ่องกงอาจมีนักเที่ยวถึง 100 ล้านคนต่อปี จากการเปิดเผยข้อมูลโดยนาย Gregory So Kam-leung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจ ในขณะที่ประชาชนชาวฮ่องกงต่างก็กังวลกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาต่อระบบขนส่งมวลชนและแหล่งช็อปปิ้ง

ทั้งนี้ นายโซฯ ให้ความเห็นว่า ภาคการบริการของฮ่องกงสามารถรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น แต่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นตามมา เช่น ความแออัดของผู้โดยสารในรถไฟใต้ดิน MTR อย่างไรก็ดี การคาดการณ์ดังกล่าวได้รับปฏิกิริยาตอบสนองที่ไม่ดีนักจากนักวิเคราะห์ที่ได้วิจารณ์ถึงความล้มเหลวของรัฐบาลฮ่องกงในการบริหารจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่อประชาชนชาวฮ่องกง โดยรัฐบาลฮ่องกงควรที่จะมีการจัดการเรื่องการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนฮ่องกง นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดว่า น่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนชาวฮ่องกงกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่อาจจะรุนแรงกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ โดยจาก   "สมมุติฐานที่ค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยม" คาดว่า หากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี (ในปี 2556 มีจำนวนถึง 40.8 ล้านคน) รวมกับจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย รัฐบาลฮ่องกงรายงานผลการวิเคราะห์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนในปี 2560 (จากจำนวน 54.3 ล้านคนในปี 2556) และจะเพิ่มเป็น 100 ล้านคนในปี 256


อย่างไรก็ดี นาย Roy Tam Ho-pong นักเคลื่อนไหวอิสระวิจารณ์รายงานของรัฐบาลฮ่องกงถึงความล้มเหลวจากการที่รายงานดังกล่าวไม่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนฮ่องกง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ประชาชนฮ่องกงขัดเคืองต่อการที่เมืองฮ่องกงเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องสำอางค์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับ และร้านขายยา ซึ่งตอบสนองนักท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงมีจำนวนลดน้อยลง ในขณะที่ นาง Claudia Mo Man-ching นักกฏหมาย กล่าวว่า ควรจะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาฮ่องกง จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นยิ่งจะทำให้ความเป็นปรปักษ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับประชาชนฮ่องกงเพิ่มมากขึ้น แต่ทางรัฐบาลฮ่องกงได้โต้กลับว่า เนื่องจากฮ่องกงเป็นเมืองท่าเสรี ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่สามารถและไม่ควรที่จะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นยังคิดเป็นร้อยละ 4.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของเมืองฮ่องกง และได้สร้างงานให้กับประชาชนกว่า 230,000 ตำแหน่ง

ส่วนในเรื่องสถิติการท่องเที่ยว นาย Joseph Tung Yao-chung ผู้อำนวยการบริหารของสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฮ่องกง และ นาย Yiu Si-wing ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีความเห็นว่าตัวเลขดังกล่าวสมเหตุสมผล พวกเขากล่าวว่า ควรจะมีการสร้างโรงแรมเพิ่มขึ้นในบริเวณนอกเขตตัวเมือง ทั้งนี้ รัฐบาลฮ่องกงได้มีแผนการที่จะเบี่ยงเบนนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่น ๆ ของฮ่องกง และสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะลันเตาด้วย

ขณะที่รายงานดังกล่าวระบุว่า แม้ว่าฮ่องกงจะมีการบริการและอำนวยความสะดวกพร้อมรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในฮ่องกง ในปี 2560 แต่ก็ยังมีสัญญาณเตือนให้ต้องมีการเตรียมความพร้อมเพิ่มขึ้น โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองจำนวน 3 ใน 14 ด่าน ได้แก่ สนามบินนานาชาติฮ่องกง สถานีรถไฟ Hung Hom และ Shenzhen Bay ก็ได้ส่งสัญญาณเตือนให้ได้เห็นจากจำนวนผู้โดยสารสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 ที่มีจำนวนมากเกินความสามารถที่จะรับมือได้ โดยจำนวนโดยเฉลี่ยของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นต่อปีคิดเป็นร้อยละ 6.1 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรหลายเท่า หรือคิดเป็นอัตราส่วนการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารร้อยละ 0.3 ต่อการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ร้อยละ 0.1 อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวมิได้ให้ความเห็นในเรื่องของศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวของแหล่งช็อปปิ้งต่าง ๆ อาทิ Mong Kok, Tsim Sha Tsui และ Causeway Bay โดยโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้ให้ข้อมูลว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินศักยภาพที่แน่ชัด โดยอาจเป็นไปได้ว่า จำนวนที่พักจะมีน้อยกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี คาดว่า น่าจะมีห้องพักเพิ่มขึ้นจาก 70,000 ห้อง ในปี 2556 เป็น 84,000 ห้อง ในปี 2560 

ทั้งนี้ รัฐบาลฮ่องกงจะดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดินบริเวณทางตอนเหนือของเขต New Territories ซึ่งรวมถึงเขต Lok Ma Chau เพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอแนะในการสร้างห้างสรรพสินค้าบริเวณชายแดน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของในฮ่องกง อย่างไรก็ดี เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณชายแดนเป็นของเอกชน ดังนั้น หากภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการพัฒนาเอง อาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

 

4 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์ South China Morning Post
โดย: พิชญา วิลาด เจ้าหน้าที่บีไอซีประจำเมืองฮ่องกง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ