
เอาจริงเอาจังกันมากขึ้นกับการให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคจีน โดยรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศ "คุมเข้ม" คุณภาพอาหาร พร้อมจัดระเบียบร้านอาหารให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ หากยังพบเห็นร้านค้าอาหารไม่ทำตามระเบียบที่กำหนด ก็จะลงโทษทั้งจำทั้งปรับที่หนักขึ้นกว่าเดิม
เซี่ยงไฮ้คุมเข้ม.. "จัดเต็ม” โทษปรับ 500,000 หยวน!!
ที่ผ่านมา ปัญหาแม่ค้าหาบเร่ ร้านค้าอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือร้านค้าที่เปิดกิจการแบบไม่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง ดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลเซี่ยงไฮ้รู้อยู่เต็มอก และพยายามจัดการกับปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา แต่แล้วก็ยังไม่เกิดผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร
ข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ชี้ว่า เมื่อปี 2013 จำนวนหาบเร่และร้านค้าอาหารผิดกฎหมายในเซี่ยงไฮ้ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2012 ร้อยละ 1.5 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองและสภาประชาชนของนครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2557 จึงได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทุกเขตพื้นที่ในเซี่ยงไฮ้ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยจะใช้วิธีการเพิ่มโทษทั้งจำ ทั้งปรับที่รุนแรงกว่าเดิมกับกลุ่มผู้ค้าและผู้ให้เช่าสถานที่ประกอบธุรกิจร้านค้าอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีใบอนุญาตประกอบการ ซึ่งกำหนดโทษปรับสูงสุดสำหรับผู้ค้าที่กระทำผิด 20,000 หยวน และโทษสูงสุดสำหรับผู้ให้เช่าสถานที่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ 500,000 หยวน
ไม่ง่ายอีกต่อไป.. หากสนใจ “ลงเล่น” วงการอาหารในเซี่ยงไฮ้
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ความปลอดภัยของอาหารเป็นเรื่องที่ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของจีนได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเสมือนปราการด่านใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจอาหารจะต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อผนวกเรื่องดังกล่าวกับแนวทางการจัดระเบียบร้านจำหน่ายอาหารของเซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมแล้วนั้น นับว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจ “ลงเล่น” ในวงการร้านอาหารของเซี่ยงไฮ้ต้องเตรียมรับมือ
จากแนวทางการบริหารจัดระเบียบแบบจริงจังของเซี่ยงไฮ้ที่กล่าวไว้ในข้างต้นนั้น อาจส่งผลให้การทำธุรกิจร้านอาหาร (รวมถึงร้านจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร) กลายเป็น “เรื่องหิน” ที่ผู้ประกอบการไทยอาจต้องเผชิญทั้งความเข้มงวดในขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ และความยากลำบากในการคัดเลือกสถานที่ประกอบธุรกิจ
ทั้งนี้ คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ในอนาคตรัฐบาลเซี่ยงไฮ้จะออกกฎระเบียบใดมารองรับกับแนวทางการบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าวบ้าง โดยศูนย์ BIC เซี่ยงไฮ้จะเกาะติดความคืบหน้าของประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และจะรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป
ที่มา รูปภาพจาก www.news.cn
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
