คตง.ฝรั่งเศสชี้การลดขาดดุลอาจพลาดเป้า
คตง.ฝรั่งเศสชี้การลดขาดดุลอาจพลาดเป้า
     คตง.ฝรั่งเศสเตือนประเทศสุ่มเสี่ยงที่จะพลาดเป้าการลดขาดดุลของรัฐบาล ระหว่างประธานาธิบดีเตรียมที่จะหาช่องทางลดภาษีเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจ

     คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ คตง.ของฝรั่งเศสเตือนว่า ประเทศสุ่มเสี่ยงที่จะพลาดเป้าการลดขาดดุลของรัฐบาล ระหว่างประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ เตรียมที่จะหาช่องทางลดภาษีเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจ

     คตง.ฝรั่งเศสระบุว่า รัฐบาลมองโลกในแง่ดีเกินไปเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการลดรายจ่ายบางประเภท อีกทั้งผลคาดการณ์รายได้จากภาษีของรัฐบาลก็สูงกว่าความน่าจะเป็น นอกจากนี้ การคาดการณ์เกี่ยวกับการลดขาดดุลของรัฐบาลก็ยังไม่มีความแน่นอน

     การพลาดเป้าลดขาดดุลอาจจะทำให้นายออลลองด์ต้องพบกับความยากลำบากมากขึ้นในการออกมาตรการใหม่เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่เสนอให้ภาคธุรกิจ นายออลลองด์กล่าวว่าเตรียมจะลดรายจ่ายสาธารณะเพื่อนำไปชดเชยการลดภาษีให้กับบริษัทต่าง ๆ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นผลกำไรของเอกชนและเพิ่มการลงทุนและจ้างงาน

     อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสได้ให้คำมั่นต่อสหภาพยุโรปหรืออียูว่า จะลดรายจ่ายเพื่อทำให้การขาดดุลงบประมาณลดลง และหากแผนลดการขาดดุลในปัจจุบันหยุดชะงัก นายออลลองด์ก็จะต้องยกเลิกคำสัญญาดังกล่าวที่ให้กับอียู หรืออาจจะต้องเจียดเงินสำรองพิเศษเพื่อให้บรรลุตามเป้า ซึ่งจะทำให้โอกาสในการลดภาษีน้อยลง

     คตง.ฝรั่งเศสระบุว่า แผนปัจจุบันในการลดรายจ่าย 5 หมื่นล้านยูโรระหว่างปี 2558-2560 เป็นแผนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในฝรั่งเศส และระบุด้วยว่า ฝรั่งเศสพลาดเป้าขาดดุลในปี 2556 ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง และรัฐบาลก็มองโลกในแง่ดีเกินไปเกี่ยวกับรายได้จากการขึ้นภาษี

     ทั้งนี้ รัฐบาลของนายออลลองด์มีสถิติอันย่ำแย่เกี่ยวกับการลดขาดดุล โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2555 ฝรั่งเศสคาดการณ์ว่าจะสามารถบรรลุเป้าขาดดุลต่ำกว่า 3% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจในปี 2556 ตามที่อียูกำหนดไว้ได้ แต่หลังจากนั้นเป้าดังกล่าวได้เลื่อนไปเป็นปี 2558

ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

12 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ