ชาวฉงชิ่ง “จ่ายหนัก” ต้อนรับตรุษจีนปีมะเมีย 2557
นอกจากนี้ ในช่วงวันหยุดยาวต้อนรับตรุษจีนนั้น ยังถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการ “จ่ายหนัก” ของ ชาวจีนทุกครัวเรือนที่ต้องออกไปจับจ่ายใช้สอยในสิ่งต่างๆ อาทิ การซื้อตั๋วโดยสารเดินทางกลับบ้าน การซื้อของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ การซื้อของขวัญมอบให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รวมไปถึงการเดินทางท่องเที่ยวและการใส่ซองอั่งเปา เป็นต้น เพื่อก้าวข้ามช่วงเวลาอันเป็นมงคลอย่างสุขสันต์ ถึงขนาดมีคำกล่าวที่ว่า “ทำงานเก็บเงินมาทั้งปี เพื่อจับจ่ายฉลองตรุษจีน ต้อนรับสิ่งดีๆ ให้แก่ชีวิต”
|
|
สำหรับ ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงการเฉลิมฉลองตรุษจีน 2557 ชาวจีนมีตัวเลขเฉลี่ยของการจับจ่ายในแต่ละครอบครัวอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ และแบ่งสรรการใช้จ่ายไปในด้านใดบ้าง
ล่าสุด สถาบันวิจัยดัชนีการเงินนครฉงชิ่ง ได้ทำการสำรวจกลุ่มเป้าหมายชาวฉงชิ่งจำนวน 2,056 คน เพื่อทราบถึงภาพรวมของพฤติกรรมการจับจ่ายในช่วงวันหยุดตรุษจีนของชาวฉงชิ่ง โดยอาศัยการเดินสำรวจตามบ้านที่พักอาศัยและผ่านทางอินเทอร์เน็ตภายใต้เว็บไซ ด์ www.cq.qq.com
ขัอมูลของกลุ่มเป้าหมายที่ทำการสำรวจ มีดังนี้
1. สำรวจในวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2557
2. มีอายุระหว่าง 18-64 ปี (อายุระหว่าง 25-44 ปี ครองสัดส่วน 79%)
3. เป็นเพศชาย 54% และเพศหญิง 46% (ซึ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีประมาณ 72.9%)
4. อาชีพ: พนักงานบริษัท 40.4% ผู้บริหารระดับกลาง 15.8% นายแพทย์ นักกฎหมายและ
ทนายความ 7.5% ผู้ประกอบการร้านค้า 7.3% ข้าราชการ 6.4% และผู้บริหารระดับสูงอีก 4.3%
5. รายได้ต่อเดือนต่อครอบครัว: รายได้ต่ำกว่า 2,000 หยวน 4.5% รายได้ 2,000-4,999 หยวน
25% รายได้ 5,000-9,999 หยวน 42.7% รายได้ 10,000-49,999 หยวน 26.3% และรายได้
มากกว่า 50,000 หยวนขึ้นไป 1.5%
ผลการสำรวจสรุปได้ว่า ช่วงฉลองตรุษจีนปี 57 (1 สัปดาห์) ชาวฉงชิ่งมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 6,105.8 หยวนต่อครอบครัว
เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานสำหรับการเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวจีน ที่ในช่วงเทศกาลสำคัญดังกล่าวทุกบ้านต้อง “จับจ่าย” สำหรับการฉลองต้อนรับศักราชใหม่ปีม้า 2557 ชาวฉงชิ่งมียอดการจับจ่ายเฉลี่ยในช่วงตรุษจีนที่ 6,105.8 หยวน/ครอบครัว จัดอยู่ในอันดับที่ 10 ของเมืองในจีนที่มีการใช้จ่ายสูงในช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน
โดยครอบครัวชาวฉงชิ่งที่ใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนต่ำกว่า 5,000 หยวน มีจำนวนประมาณ 56.8% และครอบครัวฯ ที่ใช้จ่ายเกินกว่า 5,000 หยวนอยู่ที่ 42.9% ซึ่งอัตราการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดยาวดังกล่าวนั้น กระตุ้นยอดการใช้จ่ายในท้องถิ่นให้สูงกว่าปกติถึง 5.9 เท่า/วัน เลยทีเดียว
สำหรับอันดับการใช้จ่ายของชาวนครฉงชิ่งเรียงลำดับจากมากไปน้อย มีดังนี้
1. การใช้จ่ายเพื่อสานสัมพันธภาพภายในสังคม
จากการสำรวจ พบว่า รายการใช้จ่ายที่มียอดตัวเลขสูงที่สุดในช่วงตรุษจีน คือการใช้จ่ายเพื่อสานสัมพันธภาพภายในสังคม ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นอีกหนึ่ง “สิ่งจำเป็น” ที่ขาดไม่ได้สำหรับการดำเนินชีวิตในสังคม โดยชาวฉงชิ่งได้หมดค่าใช้จ่ายในด้านดังกล่าวไปเป็นจำนวนสูงถึง 2,290.8 หยวน ซึ่ง ประกอบไปด้วย อาทิ การซื้อของขวัญของกำนัลมอบให้กับผู้อาวุโสที่เคารพนับถือ การใส่ซองอั่งเปาเป็นเงินขวัญถุงให้กับลูกหลาน รวมถึงการให้อั้งเปาพ่อแม่เพื่อแสดงความกตัญญูและขอบพระคุณท่านที่เลี้ยงดู เรามา เป็นต้น
2. การเดินทางท่องเที่ยว พักผ่อนชาร์จพลังให้กับชีวิต
ในช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน 57 ชาวฉงชิ่งเก็บกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากถึง 72.8% จัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของจีน และที่เหลืออีก 27.2% อาศัยพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัว สำหรับการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของชาวฉงชิ่งมียอดเฉลี่ยที่ 1,616.3 หยวน/ครอบครัว โดยแบ่งออกเป็นการท่องเที่ยวภายในนครฉงชิ่งประมาณ 35.2% การท่องเที่ยวภายในประเทศ (จีนตะวันตก) กว่า 25.9% และการเดินทางไปท่องเที่ยวยังภูมิภาคอื่นในจีนและท่องเที่ยวต่างประเทศอีก 11.7%
3. การรับประทานอย่างพร้อมหน้าทั้งครอบครัว
เรื่อง อาหารการกิน จัดเป็นอีกหนึ่งรายการสำคัญในการเฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่จีน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวชาวฉงชิ่งมียอดการใช้จ่ายเฉลี่ยในด้านการรับประทาน อาหารประมาณ 1,352.1 หยวน/ครอบครัว โดยเฉพาะในคืนวันฉูซี (วันส่งท้ายปี) ซึ่งตามธรรมเนียมปฎิบัติชาวจีนทุกครอบครัวจะอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเพื่อรับ ประทานอาหารร่วมกันอย่างอบอุ่น และจะจัดเตรียมอาหารชุดใหญ่เฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง สำหรับชาวฉงชิ่งในคืนดังกล่าวนั้นมีครอบครัวที่รับประทานอาหารร่วมกันมากถึง 73.9%
|
|
4. การใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ สำหรับปีใหม่
วันแรกของ การเริ่มต้นปีใหม่ ทุกคนต่างต้องการที่จะสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่มีสีสันสวยงามต้อนรับสิ่งดีๆ ใหม่ๆ ให้เข้ามาในชีวิต สำหรับชาวฉงชิ่งที่จัดว่าเป็นหนึ่งในเมืองแห่งแฟชั่นของจีน และผู้หญิงฉงชิ่งรักการแต่งตัวเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น การใช้จ่ายด้านเสื้อผ้าจึงมียอดเฉลี่ยที่สูงพอสมควรประมาณ 1,250.9 หยวน/ครอบครัว
5. การจ่ายเงินไปกับกิจกรรมนันทนาการ
อีกหนึ่ง ตัวเลือกพิเศษสำหรับวันหยุดยาวที่ทุกครอบครัวให้ความสำคัญ คือการร่วมกันทำกิจกรรมนันทนาการ ทั้งการเดินช็อปปิ้ง การร้องคาราโอเกะ การนั่งดื่มชา รวมถึงการเล่นไพ่นกกระจอก เป็นต้น โดยชาวฉงชิ่งต้องใช้จ่ายในส่วนของกิจกรรมดังกล่าวด้วยยอดตัวเลขเฉลี่ยที่ 834.9 หยวน/ครอบครัว
6. การเลือกซื้อเครื่องประดับ
การใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้นอีกด้านหนึ่งของช่วงเทศกาลตรุษจีน คือ การจับจ่ายเลือกซื้อเครื่องประดับเครื่องแต่งตัว โดยเฉพาะผู้หญิง อาทิ ต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และรวมถึงนาฬิกาข้อมือ ซึ่งทำให้ชาวฉงชิ่งหมดไปกับค่าใช้จ่ายในด้านดังกล่าวเฉลี่ย 747 หยวน/ครอบครัว
7. การจับจ่ายเพื่อสุขภาพ เพิ่มความสดชื่น เพื่อเตรียมพร้อมกับงานหลังจากช่วงหยุดยาว
หลัง จากภาระกิจท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง และประกอบกิจกรรมนันทนาการกับครอบครัวเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้ต้องหันมาสนใจและดูแลตัวเองก่อนที่จะกลับไปเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง ทำให้ชาวฉงชิ่งบางส่วนต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มเติมเฉลี่ยอีกกว่า 448.6 หยวน/ครอบครัว เพื่อเข้ารับการบริการสปา การนวดผ่อนคลาย การอบซาวน่า เป็นต้น
พลังการจับจ่ายในช่วงตรุษจีนแรง ยิ่งกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจโดยรวมตั้งแต่ต้นปี
เทศกาล ตรุษจีน ยังคงได้รับความนิยมเช่นเดิมในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีในการสืบทอดประเพณีอันสำคัญที่มีมาแต่โบราณกาล และเมื่อมองในอีกมุมหนึ่งจะพบว่า ในช่วงเวลาวันหยุดพักผ่อนดังกล่าว ถือว่าเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายคึกคักเป็นที่สุด สร้างประโยชน์โดยตรงกับผู้ประกอบการร้านค้า และรวมไปถึงห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ อีกทั้งเป็นการส่งผลดีต่อการกระตุ้นให้สภาพเศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตขึ้น ถึงแม้ว่า ช่วงคึกคักของการจับจ่ายจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แค่เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น
แน่ นอนว่า การย่างก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยเส้นกราฟเศรษฐกิจที่สูงขึ้นย่อมเป็นสิ่งที่ดี เป็นการสร้างแรงกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาสู่การต่อยอดทางเศรษฐกิจให้เฟื่องฟูไปตลอดทั้งปี ซึ่งล้วนเป็นอานิสงส์ที่ได้รับโดยตรงจากการจ่ายหนักในช่วงเทศกาลตรุษจีน
|
|
ภาพ การจับจ่ายอย่างคึกคักในช่วงต้อนรับเทศกาลตรุษจีน
หาก ย้อนดูพฤติกรรมการบริโภคของชาวฉงชิ่งในช่วง 2-3 ปีหลังพบว่า ชาวฉงชิ่งเริ่มที่จะอ้าแขนเปิดรับวัฒนธรรมการบริโภคจากภายนอกมากยิ่งขึ้น การใช้จ่ายของผู้บริโภคเริ่มหลากหลาย มีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้า และยึดคุณภาพของต้วสินค้าเป็นสำคัญ กอปรกับ สภาพเศรษฐกิจท้องถิ่นภาพรวมดีขึ้นตามลำดับ ประชาชนก็เริ่มที่จะมีกำลังการจับจ่ายที่สูงขึ้น ทำให้นครฉงชิ่งกลายเป็นดินแดนที่น่าจับตามองทางด้านการค้าการลงทุนที่สำคัญ แห่งหนึ่งในจีนตะวันตกเป็นที่เรียบร้อย
และเมื่อพิจารณาจากตัวเลขค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายของชาวฉงชิ่งในช่วงวันหยุดตรุษจีนปีนี้ที่จำนวน 6,105.8 หยวน/ครอบครัว ถือว่ามีอัตราสูงขึ้นจากหลายปีก่อนเป็นอย่างมาก พุ่งพรวดขึ้นมาอยู่ในอันดับ 10 ในจีนของเมืองที่ “จ่ายหนัก” ในช่วงตรุษจีน แถมพ่วงด้วยการติดอันดับที่ 6 ของ การออกเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศในช่วงเฉลิมฉลองวันหยุดปีใหม่ จีน 1 สัปดาห์ แม้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวจะปรับตัวสูง ขึ้นไปตามเทศกาลวันหยุดก็ตามที
“ไทย” แหล่งท่องเที่ยวต่างแดนยอดฮิตชาวฉงชิ่ง จุดเริ่มต้นโอกาสของผู้ประกอบการไทย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 ก.ย.54 กรุงเทพมหานครกับนครฉงชิ่งได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่าง กันขึ้น โดยมีข้อตกลงที่จะประสานความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม การศึกษา และการท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองระหว่างสองฝ่ายและให้ความสำคัญในการสนับ สนุนและแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนต่อประชาชน
3 ปีต่อมา ประเทศไทย ได้กลายเป็นสถานีปลายทางการท่องเที่ยวต่างประเทศยอดฮิตของชาวฉงชิ่งในช่วง วันหยุดตรุษจีนปีมะเมียไปแล้ว และสำหรับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมจากชาวฉงชิ่งนอกเหนือจากไทย ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม เกาหลีใต้ และมัลดีฟล์ เป็นต้น
การท่องเที่ยวของไทยเป็นที่เลื่องชื่อไปทั่วโลก ด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย เพิ่มมิติใหม่ในรูปแบบ UNSEEN การต้อนรับด้วยรอยยิ้ม และการบริการที่อบอุ่น อีกทั้งอาหารการกินที่แสนอร่ิอย สร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล
หลังจากที่ภาพยนตร์จีนเรื่อง “Lost in Thailand” ได้ ช่วยโหมกระแสการท่องเที่ยวในหมู่ชาวฉงชิ่งให้หันมาสนใจการท่องเที่ยวไทย เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันกระแสดังกล่าวก็ยังไม่ลดลง โดยเห็นได้จากสายการบินต่างๆ ได้ทยอยเปิดเส้นทางการบินเส้น กรุงเทพฯ-ฉงชิ่ง ตอบสนองความต้องการด้านท่องเที่ยวของชาวฉงชิ่งที่มากขึ้น ทำให้การเดินทางจากนครฉงชิ่งมาประเทศไทยสะดวกสบายเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบัน มีเส้นทางการบินตรงระหว่างประเทศของสายการบิน ไทยสไมล์ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 56 ที่ผ่านมา และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ขณะนี้มีไฟต์การบินไป-กลับ ฉงชิ่ง-กทม.วันละ 2 ไฟต์ ซึ่งกล่าวได้ว่า กระแสชาวจีนท่องเที่ยวไทยยังคง “แรงไม่ตก”
|
|
ในขณะเดียวกัน ผลไม้ไทย โดยเฉพาะลำใยก็เป็นที่นิยมลำดับต้นๆ ของชาวฉงชิ่งในช่วงตรุษจีน เช่นเดียวกับ มังคุด และกล้วยไข่ จากประเทศไทย ที่ติดตลาดเป็นผลไม้นำเข้าสำคัญครองใจผู้บริโภคชาวฉงชิ่ง
กอปรกับ ในช่วงกลางปี 57 นี้ นครฉงชิ่งจะเปิดให้บริการด่านตรวจสอบคุณภาพและกักกันโรคสินค้าจำพวก “ผลไม้” สำหรับการนำเข้า-ส่งออกโดยตรงของนครฉงชิ่งโดยเฉพาะ ขึ้นที่“ท่าอากาศยานนานาชาติเจียงเป่ย” และ “เขตสินค้าทัณฑ์บน เหลี่ยงลู่ชุ่นทาน” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ประกอบกิจการนำเข้า-ส่งออกผลไม้ไทยกับนครฉงชิ่ง
|
|
งานเทศกาลไทยประจำปี 2556 ณ นครฉงชิ่ง
นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2556 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้ยกขบวนกันไปจัดงาน เทศกาลไทยประจำปี 2556 ขึ้น ที่นครฉงชิ่ง (ครั้งที่ 2) โดยได้ประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ความเป็นไทยในด้านต่างๆ ทั้งด้านวัฒนธรรมไทย สินค้าไทย อาหารไทย รวมถึงอัญมณีไทย ซึ่งการจัดงานโปรโมตความเป็นไทยในลักษณะนี้ นับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชาวฉงชิ่งรู้จักและเข้าใจประเทศไทยมากขึ้น ตลอดจน เป็นตัวแปรสำคัญในการช่วยตัดสินใจให้ชาวฉงชิ่งเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวยัง ประเทศไทยในช่วงวันหยุดตรุษจีนที่ผ่านมาและในอนาคต
จากปัจจัย ที่กล่าวมาทั้งหมด จะเข้ามา้เป็นกลไลสำคัญทำให้ชาวฉงชิ่งเริ่มรู้จัก เข้าใจและผูกพันธ์กับประเทศไทยเป็นลำดับ ขึ้นอยู่กับว่า ประเทศไทยและผู้ประกอบการไทยจะสามารถคว้าโอกาสทองในการสร้างความรู้จักและ ขยายความสัมพันธ์กับนครฉงชิ่งและชาวฉงชิ่งไว้ได้หรือไม่...
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/articles/detail.php?IBLOCK_ID=70&SECTION_ID=13746&ELEMENT_ID=13746
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน





