กลุ่มเศรษฐกิจ “บริคส์” เตรียมตั้งธนาคารของตัวเองใน 5 ปี
กลุ่มเศรษฐกิจ “บริคส์” เตรียมตั้งธนาคารของตัวเองใน 5 ปี
     กลุ่มเศรษฐกิจ “บริคส์” เตรียมจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของตนเองภายในเวลา 5 ปีด้วยเงินทุนเริ่มต้น 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ชาติสมาชิกยังคงมีปัญหากันเรื่องการถือหุ้นและการจัดการองค์กร

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโกประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่25 ก.พ.ว่ากลุ่มเศรษฐกิจ “บริคส์”หรือกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วอันประกอบไปด้วย บราซิลรัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้เตรียมจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาเป็นของตนเองด้วยเงินทุนเริ่มต้น100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 3ล้านล้านบาท )

     อย่างไรก็ตามชาติสมาชิกภายในกลุ่มเองก็ยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องการออกเงินทุนจัดตั้งธนาคารโดยรัสเซียเสนอว่าให้ทุกประเทศร่วมกันออกเงินทุนจัดตั้งร้อยละ20 เท่าๆกันแต่มีบางประเทศที่ไม่เห็นด้วยและกล่าวว่าจำนวนการออกเงินทุนนั้นควรจะประเมิณจากขนาดเศรษฐกิจของประเทศต่างๆมากกว่าทั้งนี้ปัญหาเรื่องการจัดการโครงสร้างองค์กรก็เป็นปัญหาที่เหล่าสมาชิกยังมีความเห็นไม่ตรงกันรวมทั้งสถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ธนาคารด้วย

     การประกาศจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนานี้ถูกเสนอขึ้นมาตั้งแต่การประชุมสุดยอดของกลุ่มในปี2555และสมาชิกบริคส์ได้หารือตกลงกันอีกรอบว่าจะตั้งธนาคารภายในเวลา5 ปีในการประชุมที่จัดขึ้นนอกรอบการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่(จี20)ที่ประเทศออสเตรเลียในสัปดาห์ที่ผ่านมา

     เมื่อปีที่แล้วทางกลุ่มต้องเผชิญปัญหาการประสานงานระหว่างกันอย่างหนักและนายเซอร์เก สโตชัครองรมวกระทรวงการคลังของรัสเซียออกมาเปิดเผยว่าเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นเรื่อยๆใน5 ปี ถัดจากนี้ดังนั้น ประเทศสมาชิกจะมีเวลาพอที่จะสะสมทุนภายในประเทศจนในที่สุดจะเพียงพอให้จัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างกันได้

ขอบคุณรูปภาพจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
26 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล: เดลินิวส์ออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • Innoprom 2017 “Intelligent Production: Global Approach”
  • ประเทศไทยภูมิใจนำเสนอ www.ThailandPresents.com
  • บริษัท ปตท. และ บริษัท Rosneft Trading S.A. ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันในงาน SPIEF 2017 <br />
    <br />
    เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ในงาน St. Petersburg Economic Forum (SPIEF)  ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก บริษัท ปตท. และ บริษัท Rosneft Trading S.A. สวิตเซอร์แลนด์ บริษัทลูกของบริษัท Rostneft ของรัสเซียได้ลงนามสัญญาซื้อ – ขาย น้ำมัน โดยมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก และ สำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามด้วย สัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนถึงปี ค.ศ. 2037 และจะทำให้บริษัททั้งสองสามารถซื้อขายน้ำมันระหว่างกันได้ในจำนวนสูงสุดถึง 200 ล้านตัน และทำให้ ปตท. กลายเป็นผู้กระจายน้ำมันคุณภาพดีจากรัสเซียในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย การลงนามสัญญาดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติตาม MOU ครม. ระหว่าง ปตท. และบริษัท Rostneft ของรัสเซียที่ลงนามเมื่อเดือน ก.ย. 2559 ระหว่างงาน Eastern Economic Forum (EEF)<br />
  • เอกอัครราชทูตฯ และ ประธาน Board ของ Eurasian Economic Commission (EEC) หารือลู่ทางกระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจ ไทย – EAEU <br />
    <br />
    เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2560 เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ดร. เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ได้เข้าพบหารือกับนาย Tigran Sargsyan ประธาน Board ของ Eurasian Economic Commission (EEC) อดีตนายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยกับ Eurasian Economic Union (EAEU) โดยมีที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์  พรพรรณ ภิรมย์พานิช เข้าร่วมด้วย <br />
    <br />
    ไทยได้รับการสนับสนุน การจัดทำ Joint Feasibility Study (JFS) เพื่อจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่าง EAEU กับ ไทย จาก นาย Sargsyan อย่างไรก็ดี ขณะนี้ EAEU อยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงดังกล่าวกับอีก 7 ประเทศ  ดังนั้น ประธาน Board ของ EEC จึงเสนอให้ไทยอาศัยกลไกบันทึกความร่วมมือระหว่าง EEC กับไทย ในการเตรียมความพร้อมการจัดทำ FTA ในอนาคต <br />
    ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังจัดทำร่างสุดท้ายของบันทึกความร่วมมือที่มีสาระสำคัญเป็นการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนของทั้งไทย และ EAEU โดยคาดว่าจะสามารถลงนามได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2560  <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ