รัฐสภา ยุโรปเสนอให้เพิ่มความเข้มงวดฉลากสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและสุกร
รัฐสภา ยุโรปเสนอให้เพิ่มความเข้มงวดฉลากสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและสุกร

จากวิกฤต โรควัวบ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy : BSE) ที่ผ่านมา ทำให้สหภาพฯ ได้ออกกฏเรื่องการแสดงฉลากถิ่นกำเนิดของเนื้อวัวโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 เมื่อเดือนธันวาคม 2556 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอกฏระเบียบใหม่เกี่ยวกับการติดฉลาก โดยเสนอว่าฉลากของเนื้อสัตว์ต้องระบุประเทศที่เลี้ยงและเชือด โดยเนื้อสุกรสามารถติดฉลากว่าเลี้ยงที่ประเทศสมาชิกฯ หากสุกรนั้นอาศัยอยู่ในสหภาพฯ อย่างน้อย 4 เดือน และอย่างน้อย 1 เดือนในกรณีของเนื้อสัตว์ปีก โดยคณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้เสนอให้มีข้อมูลประเทศที่เกิด ซึ่งเปรียบเสมือนการผ่อนปรน โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่มีการเคลื่อนย้ายผ่านพรมแดนกันเป็นประจำ

สถานะล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 เว็บไซต์สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ว่า รัฐสภายุโรปไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ และขอให้คณะกรรมาธิการฯ ถอนเรื่องดังกล่าวออกโดยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงใหม่เพิ่มความเข้มงวดใน ฉลากแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและสุกร โดยต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับที่เกิด ที่เลี้ยงสัตว์นั้น และที่เชือด เช่นเดียวกับที่ได้มีกฏระเบียบในเนื้อวัวแล้ว นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯ ยกเลิกข้อยกเว้นในการใช้กฏระเบียบดังกล่าวกับเนื้อสัตว์สับและเนื้อสัตว์ฝอย โดยมติดังกล่าวได้รับคะแนนเสียง 368 เสียงต่อ 207 และ 20 งดออกเสียง

นาง Glenis Willmott สมาชิกรัฐสภาผู้ร่างมติกล่าวว่าผู้บริโภคต้องการภาพรวมห่วงโซ่อุปทานของ เนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐสภาฯ เรียกร้องให้มีฉลากแสดงข้อมูลถิ่นกำเนิด ที่เพาะเลี้ยง และโรงเชือด อีกทั้งคนจำนวนมากต้องการรู้ว่าสัตว์นั้นมาจากที่ๆ มีมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี และระยะทางการขนส่ง ด้วยเหตุผลด้านศีลธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันสหภาพฯ มีกฏระเบียบด้านนี้สำหรับเนื้อวัวแล้ว แต่ยังไม่มีสำหรับเนื้อสุกร แกะ สัตว์ปีก และเนื้อสัตว์ประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม นาง Willmott กล่าวยอมรับว่าประเด็นดังกล่าวถึงแม้จะมีผู้เห็นด้วย แต่ก็ยังไม่มีกฏหมายรองรับ

ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าสัตว์ปีกมายังตลาดสหภาพฯ ในปริมาณมากโดยที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกมามากกว่าโควตาที่ไทยได้รับในอัตรา ภาษีต่ำ หากสหภาพฯ มีการผ่านกฏหมายดังกล่าว ก็จะทำให้เนื้อสัตว์ปีกทั้งหมดของไทยถูกติดฉลากแสดงประเทศแหล่งกำเนิดด้วย ดังนั้น ไทยจึงควรส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านคุณภาพ สุขอนามัย โดยเฉพาะประเด็นด้านสวัสดิภาพสัตว์และแรงงานในสินค้าดังกล่าวเพื่อยังคง รักษาตลาดนี้และขยายตลาดได้ต่อไป เนื่องจากปัจจุบันสหภาพฯ ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก

สำหรับสินค้าเนื้อหมู ภายใต้ระเบียบ 2007/777 สหภาพฯ อนุญาตให้มีการนำเข้าจากประเทศที่สามได้ แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้ยื่นขอเข้าร่วมแผนการตรวจสอบสารตกค้าง (residue monitoring plan) รวมทั้งไม่มีโรงงานที่ได้รับการรับรองที่ได้รับอนุญาตในการส่งออกเนื้อหมู ทำให้สินค้าดังกล่าวไม่สามารถส่งออกมายังสหภาพฯ ได้

26 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล: ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในยุโรป
โดย: สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ