ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล สำหรับเสื้อผ้าไทยในตลาดแดนภารตะ

อุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดียถูกจัดเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของโลก แม้ในช่วงที่ผ่านมาการเติบโตของอุตสาหกรรมสาขานี้ยังมีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นระบบเท่าที่ควร แต่หลังจากที่เศรษฐกิจของอินเดียได้รับการปฏิรูปขึ้นตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา ทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดียเติบโตอย่างเป็นระบบมากขึ้น
รายได้ของอุตสาหกรรมสาขานี้ มีสัดส่วนมูลค่าร้อยละ 27 ของสินค้าส่งออกของอินเดีย หรือคิดเป็นร้อยละ 14 ของสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศทั้งหมด และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3 ของ GDP ในประเทศ สามารถสร้างแรงงานจำนวน 35 ล้านคน เป็นลำดับ 2 รองจากแรงงานสาขาภาคเกษตรกรรมเท่านั้น
อุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดียในสาขาต่างๆ ได้แก่ Cotton Textiles, Silk Textiles, Woolen Textiles, Readymade Garments, Hand – crafted Textiles และ Jute and Coir
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดียมีศักยภาพที่จะขยายตัวเพิ่มสัดส่วนในตลาดการค้าสิ่งทอของโลกได้อีกมาก จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับร้อยละ 4.5 คาดว่าในปี 2020 จะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 8 โดยมีมูลค่าถึง 80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี การเติบโตของสาขาสิ่งทอที่ใช้เทคนิค (Technical Textile Segment) ของอินเดียเป็นตัวแปรสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดียให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอินเดียในสาขานี้ประเมินว่า สัดส่วนมูลค่าของสาขาสิ่งทอที่ใช้เทคนิค เพิ่มจากมูลค่า 5.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในระหว่างปี 2006 – 2007 เป็น 10.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในระหว่างปี 2011 – 2012 ทั้งนี้ สัดส่วนมูลค่าของสาขาสิ่งทอที่ใช้เทคนิคของโลกมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 127 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอินเดียมีส่วนแบ่งตลาดในสาขาดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียได้จัดสรรงบประมาณ 44.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับมาตรฐานของสาขาสิ่งทอที่ใช้เทคนิคด้วยการจัดตั้งศูนย์ค้นคว้าในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศเพื่อรองรับสาขาอุตสาหกรรมสิ่งทอต่างๆ ให้ครบวงจร
ปัจจุบัน มีบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตสิ่งทอในสาขาต่างๆ ของอินเดีย ได้แก่ Welspum India Ltd, Vardhman Group, Asok Industries Ltd, Reymond Ltd. และ Bombay Dyeing มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน ผ้าผืนต่างๆ ผ้าที่ใช้กับเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ ราคาและคุณภาพสินค้าแตกต่างกันไปตามต้นทุนค่าแรงขั้นต่ำ วัตถุดิบภายในประเทศเกี่ยวกับฝ้าย ไหม ปอ ป่าน ฯลฯ และมีบริษัทเสื้อผ้าสำเร็จรูปของต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินธุรกิจและประสบความสำเร็จในการทำตลาดกับอินเดีย เช่น Zara, Mango, Esprit, Disel, Benetton, Marks & Spencer เป็นต้น
สำหรับปัญหาที่ทำให้ต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทออินเดียสูงขึ้นมี 2 ประการ ประการแรก การขาดแคลนไฟฟ้า จึงต้องชดเชยการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงแทน แม้จะประสบกับปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าแต่อุตสาหกรรมสาขานี้ก็ยังทำรายได้ให้กับรัฐฯ มูลค่ากว่า 130,000 ล้านรูปี และมีการจ้างแรงงานกว่า 500,000 คนเลยทีเดียว และประการที่สอง การขาดแคลนน้ำ อุตสาหกรรมสิ่งทอต้องใช้น้ำจำนวนมากในการผลิต เช่น การฟอกสี
“อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยส่วนหนึ่งนำเข้าฝ้ายและเส้นด้ายจากอินเดียเพื่อไปผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ในทางกลับกันพบว่า พ่อค้ารายย่อยจากอินเดียก็นำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปราคาถูกจากไทย เช่น ตลาดโบ๊เบ๊ ประตูน้ำ เข้ามาวางจำหน่ายในอินเดีย ทั้งนี้ เสื้อผ้าของไทยมีสไตล์แฟชั่นที่หลากหลาย ทันสมัยแตกต่างจากอินเดีย และได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าระดับล่างและกลางของอินเดีย” สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองเจนไน ให้ข้อมูล
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์เห็นว่า ประเด็นต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนจะบุกตลาดอุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดีย หรือได้เข้าไปในตลาดอินเดียแล้ว ต้องศึกษาให้ดีเพื่อประกอบการวางแผนธุรกิจต่อไป
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.dealfish.co.th
15 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อินเดีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
