ฝูเจี้ยนเร่งร่วมมือกับอาเซียนขยาย “เส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21”


ฝูเจี้ยนกับเส้นทางสายไหมทางทะเล
เส้นทางสายไหมทางทะเลได้เชื่อมจีนกับประเทศอารยธรรมที่สำคัญและแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมของโลก ได้ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในเขตเหล่านี้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “เส้นทางแลกเปลี่ยนระหว่างตะวันออกกับตะวันตก”
สำหรับมณฑลฝูเจี้ยน ถือได้ว่าเป็นแหล่งเส้นทางสายไหมทางทะเลตั้งแต่ในอดีต จากหลักฐานพบว่า สมัยราชวงศ์ซ่งถือได้ว่าเป็นยุคที่การค้าเส้นทางสายไหมทางทะเลเจริญรุ่งเรืองที่สุด เมืองเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญและได้ชื่อว่าเป็นท่าเรืออันดับหนึ่งของโลกตะวันออก และในสมัยราชวงศ์ถัง ท่าเรือนครฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน กับท่าเรือเมืองหยางโจว และท่าเรือนครกว่างโจว ก็ถือเป็นเมืองท่า 3 แห่งที่สำคัญที่สุดของเส้นทางสายไหมทางทะเล อีกทั้ง ยังมีเอกสารด้านประวัติศาสตร์ระบุว่า สมัยนั้นมาร์โคโปโลก็ได้เดินทางมาถึงจีนโดยผ่าน “เส้นทางสายไหมทางทะเล” ตอนกลับประเทศ โดยเขาได้ลงเรือที่เมืองเฉวียนโจวของมณฑฝูเจี้ยนของจีนกลับถึงเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี
นอกจากนี้ คนฝูเจี้ยนยังได้ใช้เส้นทางเดินเรือทางทะเลเพื่ออพยพไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนอีกด้วย ส่งผลให้มณฑลฝูเจี้ยนเป็นแหล่งบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมาก โดยพบว่า ในจำนวนชาวจีนโพ้นทะเลที่อาศัยอยู่ในประเทศอาเซียนกว่า 20 ล้านคน มีบรรพบุรุษมาจากมณฑลฝูเจี้ยนกว่า 10 ล้านคน
ความร่วมมือในปัจจุบัน
ในปี 2556 ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจได้พัฒนาไปอย่างมาก กล่าวคือ ด้านการค้า มูลค่าการค้าระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนและอาเซียนคิดเป็น 24,290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านการลงทุน ฝูเจี้ยนมีการใช้เงินลงทุนจากประเทศอาเซียนรวม 347 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้อาเซียนกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 และเป็นที่มาของแหล่งเงินลงทุนต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 4
สำหรับบริษัทและผู้ประกอบการฝูเจี้ยนที่ได้ออกไปดำเนินธุรกิจและเปิดสาขาในประเทศในอาเซียน ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 156 บริษัท คิดเป็นเงินลงทุน 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อาเซียน คือ แหล่งการการค้าการลงทุนที่สำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการฝูเจี้ยน เห็นว่ามีศักยภาพและสอดคล้องกับนโยบาย “ก้าวออกไป” ของรัฐบาลกลาง
แนวทางความร่วมมือในอนาคต
นายเจิ้ง เสี่ยวซง รองผู้ว่าการมณฑลฝูเจี้ยนได้กล่าวในที่ประชุมว่า มณฑลฝูเจี้ยนกำลังเร่งผลักดันความร่วมมือ และพร้อมแล้วที่จะคว้าโอกาสส่งเสริมเส้นทางสายไหมทางทะเลกับอาเซียน ในศตวรรษที่ 21 โดยในเบื้องต้นจะให้ความสำคัญดังนี้
1. ส่งเสริมกลไกการแลกเปลี่ยนของหน่วยงาน เช่น หน่วยงานภาครัฐ ทั้งจากจีน - อาเซียน สมาคมชาวจีนฝูเจี้ยนโพ้นทะเล สมาคมธุรกิจต่าง ๆ เพื่อสร้างโครงการความร่วมมือทางทะเลระหว่างกัน
2. เสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจทางทะเล การท่องเที่ยว การขนส่งโลจิสติกส์ เร่งพัฒนาการสร้างเส้นทางเชื่อมโยง (connectivity) เพื่อผลักดันการค้าและการลงทุน
3. เพิ่มความสัมพันธ์และความเข้าใจในระดับประชาชน เช่น การแสดงวัฒนธรรม การจัดแสดงนิทรรศการด้านเส้นทางสายไหมทางทะเลในประเทศอาเซียน
เป็นที่น่าสังเกตว่า จีนพยายามใช้นโยบายเรื่อง New Maritime Silk Road มากระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนเพื่อประสานรอยร้าวที่จีนและประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศมีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ โดยนอกจากจะใช้วัฒนธรรมกลบการเมือง (ใช้ soft power diplomacy) แล้ว ยังเป็นการสานฝัน Chinese Dream ซึ่งจะนำจีนกลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีต
ในการนี้ สกญ. ณ เมืองเซี่ยเหมิน สำนักงานการต่างประเทศเมืองเซี่ยเหมิน สกญ. ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลวัฒนธรรมหนานหยาง ซึ่งภายในงานมีการจัดการประชุมวิชาการ (Nanyang Symposium) โดยมีหัวข้อหลักคือ “Forging China-ASEAN Community of Common Destiny, Building a Maritime Silk Road of the 21st Century” ในวันที่ 29 มีนาคม 2557 เวลา 09.00-12.30 น. ณ มหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน
ข้อมูลเพิ่มเติม: The Maritime Silk Road (MSR) หรือเส้นทางสายไหมทางทะเล นายสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้กล่าวไว้ขณะเยือนประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียว่า เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนทศวรรษแห่งยุคทอง (Golden Decade) ระหว่างจีนและภูมิภาคอาเซียนสู่การเป็นทศวรรษแห่งเพชร (Diamond Decade)
Original page:
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=469&ELEMENT_ID=13745
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=469&ELEMENT_ID=13745
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
