
ปัจจุบัน สินค้า “Made In China” มีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อวิถีชีวิตของประชาชนทั่วโลก จากสถิติเบื้องต้นขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) พบว่า ในปี 2556 จีนได้แซงหน้าสหรัฐอเมริกา กลายเป็นประเทศที่มีมูลค่าการค้าสินค้าระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก เป็นครั้งแรกตามที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ โดยในปี 2556 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของจีนอยู่ที่ 4.16 ล้านล้านดอลลาร์ สรอ. ส่วนมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.21 ล้านล้านดอลลาร์ สรอ. และมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 1.95 ล้านล้านดอลลาร์ สรอ.
นายเหยา เจียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2557 ว่า ในฐานะที่จีนเป็นประเทศกำลังพัฒนา การที่จีนครองแชมป์ประเทศที่มูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงที่สุดครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศของจีน และเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่จากการดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความพยายามของจีนในการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก เช่น การเข้าร่วมเป็นสมาชิก WTO และความร่วมกับภูมิภาคต่าง ๆ เป็นต้น ย่อมเป็นแรงผลักดันให้การค้าระหว่างประเทศของจีนเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เมื่อเกิดวิกฤติการเงินโลก จีนได้ออกมาตรการต่าง ๆ และบุกตลาดใหม่ ทำให้คู่ค้าขายของจีนมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งจาก การวิเคราะห์สถิติปีที่แล้วพบว่า การเติบโตในการส่งออกของจีนสวนใหญ่มาจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่
อย่างไรก็ตาม การครองแชมป์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเจริญเติบโตด้านมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ แต่จีนยังคงขาดความแข็งแกร่งในด้านการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าโครงสร้างการค้าระหว่างประเทศของจีนปรับตัวดีขึ้น แต่สินค้าส่งออกของจีนยังเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ บริษัทของจีนส่วนใหญ่เป็นเพียงโรงงานรับจ้างผลิตให้กับบริษัทต่างชาติ ยังไม่มียี่ห้อสินค้าเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ ในด้านมูลค่าของการค้าบริการ จีนก็ขาดดุลอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นถึงระดับการพัฒนาด้านการค้าบริการของจีนที่ห่างไกลจากประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก
สิ่งที่น่าสังเกต คือ เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สภาพแวดล้อมภายนอกของจีนมีความซับซ้อนมากขึ้น นอกจากเศรษฐกิจโลกมีสภาพถดถอยแล้ว สภาพการค้าระหว่างประเทศก็เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ได้จัดทำความตกลงการค้าระหว่างประเทศกับภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งทางการจีนไม่ได้เข้าร่วม โดยมาตรการกีดกันการค้ารูปแบบใหม่เช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศของจีน นอกจากนี้ ภายใต้สถานการณ์ที่ค่าแรงเพิ่มขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวน เป็นต้น ทางการจีนจึงต้องการเร่งผลักดันการปฏิรูปรูปแบบการค้าระหว่างประเทศให้ดีขึ้น
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=461&ELEMENT_ID=13767
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
