
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2557 ในรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีนชุดที่ 12 ครั้งที่ 2 นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ E-Commerce ระหว่างประเทศเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศของจีน
ในปี 2556 รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมธุรกิจ E-Commerce ระหว่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้งเมืองนำร่อง 5 เมือง ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครฉงฉิ้ง นครหางโจว เมืองหนิงโป และนครเจิ้งโจว ให้เป็นเมืองทดลองในการดำเนินธุรกิจ E-Commerce ข้ามชาติ และต่อมา นครกว่างโจว เมืองเซินเจิ้น และเมืองชิงต่าวก็ได้รับอนุมัติให้เป็นเมืองนำร่องเช่นกัน คาดว่าในปีนี้ รัฐบาลจีนจะจัดตั้งเมืองนำร่องอีกประมาณ 30 เมือง รวมทั้งยกร่างกฎระเบียบเพื่อควบคุมธุรกิจ E-Commerce ระหว่างประเทศ
ปัจจุบัน ธุรกิจและโรงงานต่างๆ ในจีนเล็งเห็นถึงประสิทธิภาพและความสะดวกของ E-Commerce และเริ่มทดลองการค้าขายผ่านทาง E-Commerce แล้ว ทั้งนี้ บริษัทที่ทำธุรกิจ E-commerce อยู่แล้วก็ไม่ยอมพลาดโอกาสเช่นกัน ล่าสุด เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา บ. Alibaba ได้ประกาศเปิดเว็บไซต์ Tmall International (http://www.tmall.hk/) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้โดยตรงจากร้านค้าต่างชาติซึ่งมีมากกว่า140 ร้านค้า 1,000 ยี่ห้อ และจาก 10 กว่าประเทศ และมีการขนส่งสิ้นค้าโดยตรงถึงผู้บริโภค โดยสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำหรับเด็ก สินค้าเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง เสื้อผ้าและรองเท้า เป็นต้น โดย บ. Alibaba รับประกันว่าสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นของแท้ และมาจากร้านค้าต่างประเทศ 100%
นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ Tmall International ได้ร่วมมือกับศุลกากรหางโจวเพื่อทดลองให้บริการ Green Channel เพื่อลดขั้นตอนทางศุลกากรสำหรับสินค้าที่จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวอีกด้วย
E-Commerce ระหว่างประเทศ หมายถึงบริษัทหรือบุคคลที่ได้ตกลงทำการค้าขายระหว่างกันแต่ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศเดียวกัน ปัจจุบัน E-Commerce ระหว่างประเทศในจีนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ B2B (Business to Business หรือ ระหว่างบริษัทกับบริษัท) และ B2C (Business to Customer หรือ ระหว่างบริษัทกับผู้บริโภค)
สถิติจากกระทรวงพาณิชย์จีนชี้ว่า ปัจจุบัน จีนมีบริษัทที่ประกอบธุรกิจ E-Commerce ข้ามชาติกว่า 2 แสนราย และในปี 2554 มียอดการค้าประมาณ 2 ล้านล้านหยวน ถือเป็นการเติบโตที่ ร้อยละ 25 จากปี 2553 ซึ่งรัฐบาลจีนเล็งเห็นถึงศักยภาพของธุรกิจ E-Commerce ระหว่างประเทศ ในการส่งเสิรมการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญในอนาคต และน่าจะเป็นโอกาสสำหรับสินค้าไทยที่สนใจบุกตลาดจีนผ่านช่องทาง E-Commerce เหมือนกัน
Link ข่าวที่เกี่ยวข้อง
NDRC ออก 4 มาตรการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ E-Commerce
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=486&ELEMENT_ID=13777
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
