สนใจลงทุน “ร้านอาหาร” ต้องรู้!! นครหนานหนิงออกกฎคุมเข้ม “ขยะ” ห้องครัว
สนใจลงทุน “ร้านอาหาร” ต้องรู้!! นครหนานหนิงออกกฎคุมเข้ม “ขยะ” ห้องครัว

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ทางการนครหนานหนิงประกาศใช้มาตรการปฏิรูปและสร้างมาตรฐานให้กับการบริหารจัดการขยะจากครัวร้านอาหารในพื้นที่เขตเมืองของนครหนานหนิง ตั้งแต่แหล่งกำเนิดต้นทาง การจัดเก็บ การลำเลียง และการกำจัดขยะปลายทาง      

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.57 ที่ผ่านมา เทศบาลนครหนานหนิงเริ่มบังคับใช้ มาตรการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจากครัวร้านอาหาร (Measures of Nanning Municipality on the Administration of the Disposal of Restaurant-Kitchen Garbage, 南宁市餐厨垃圾管理办法)   

ปัจจุบัน ตัวเมืองนครหนานหนิงมีร้านอาหารมากกว่า 13,000 ร้าน ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า มีปริมาณขยะ (เศษอาหาร เศษเหลือทิ้งจากการปรุงอาหาร และน้ำมันที่ใช้แล้ว) ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันราว 500 ตัน

วิธีการกำจัดขยะของครัวร้านอาหาร คือ การฝังกลบไปพร้อมขยะในชีวิตประจำวัน การรับซื้อเพื่อนำไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ การรับซื้อของโรงงานแปรรูปขยะรายย่อย และการทิ้งสู่ระบบระบายน้ำของเมืองโดยตรง  

ทั้งนี้ ขยะส่วนใหญ่จะถูกรับซื้อไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ขณะที่ น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว (คนจีนเรียกว่า ตี้ โกว โหยว) ซึ่งเป็นน้ำมันเสื่อมสภาพ จะถูกซื้อเพื่อนำกลับเข้ากระบวนการทางเคมีและกลับไปสู่วงจรอาหาร (ซึ่งล้วนแต่เป็นภัยคุกคามสุขภาพผู้บริโภค)

ทางการนครหนานหนิงได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตกำจัดขยะในชีวิตประจำวัน มีหน้าที่รวบรวม ลำเลียง และกำจัดขยะ ขณะที่ร้านอาหารซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดขยะต้นทางมีหน้าที่ต้องส่งมอบขยะให้กับโรงงานข้างต้น เพื่อดำเนินการกำจัดในขั้นตอนต่อไป

ใบอนุญาติการกำจัดขยะ ท่านได้แต่ใดมา? สำนักงานเทศกิจนครหนานหนิง (Nanning City Urban Administrative and Law Enforcement Bureau, 南宁市城市管理综合行政执法局) ใช้วิธีการเปิดประมูลให้ผู้รับเหมา และรับใบอนุญาตจากสำนักงานฯ

ปัจจุบัน ในนครหนานหนิงมีโรงกำจัดขยะจากครัวร้านอาหารที่ได้รับใบอนุญาตเพียงรายเดียวเท่านั้น คือ Nanning Resource Recycling and Harmless Treatment of Catering Waste Factory (南宁市餐厨废弃物资源化利用和无害化处理厂)

มาตรการดังกล่าวมีการกำหนดกลไกบริหารจัดการแบบครบวงจร อาทิ

ระบบสัญญาการรวบรวมและลำเลียงขยะ กล่าวคือ ร้านอาหารและโรงงานขยะที่ได้รับใบอนุญาติจะต้องทำสัญญาข้อตกลงการรวบรวมและลำเลียงขยะครัวของร้านอาหาร และปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด รวมทั้งนำสัญญาข้อตกลงดังกล่าวไปลงบันทึกกับสำนักงานเทศกิจของเมือง

ระบบการจัดทำแฟ้มประวัติบันทึกข้อมูลกล่าวคือ ทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องลงแฟ้ม (ประเภทขยะ ปริมาณ และการนำไปใช้) และเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 2 ปี

ระบบการจัดทำสำเนาเอกสาร(บิลเคมี) กล่าวคือ ทั้งสองฝ่ายจะต้องกรอกข้อมูลตามความเป็นจริง โรงขยะจะต้องตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารก่อนการรับขยะทุกครั้ง

ระบบการหยุด/พักกิจการ กล่าวคือ การหยุดหรือพักกิจการ โรงขยะจะต้องแจ้งกับสำนักงานเทศกิจล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน และต้องได้รับอนุมัติก่อนจึงจะสามารถหยุดพักกิจการได้ (ห้ามกระทำการโดยพละการ)

ระบบการตรวจสอบน้ำมันปรุงอาหารและการสืบค้นเอกสารหลักฐานกล่าวคือ ร้านอาหารจะต้องเก็บบิลเอกสารหรือบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร (โดยเฉพาะน้ำมัน) เพื่อใช้เป็นหลักฐานและเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้นในกรณีที่เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยหรือการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ระบบแบล็คลิสต์ และบทลงโทษกล่าวคือ หากร้านอาหารและโรงงานขยะละเลยการจัดทำแฟ้มประวัติบันทึกข้อมูล ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 3,000 หยวน แต่ไม่เกิน 10,000 หยวน และติดแบล็คลิสต์ในระบบบริหารความน่าเชื่อถือในสังคม (Social Credit Management)

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางการเมืองของกว่างซีเคยเสนอข้อคิดเห็นฯ เพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้รับซื้อรายย่อยที่ไม่ได้รับใบอนุญาต โดยระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 หยวน แต่ไม่เกิน 30,000 หยวน

ขณะที่ร้านอาหารต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 หยวน แต่ไม่เกิน 10,000 หยวน ในกรณีที่นำขยะส่งมอบให้กับโรงขยะหรือผู้รับซื้อที่ไม่ได้รับใบอนุญาต

ระบบฐานแลกเปลี่ยนข้อมูล(ของหน่วยงานภาครัฐ)กล่าวคือ การกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแบ่งปันข้อมูลด้านการบริหารจัดการขยะจากครัวร้านอาหาร ระหว่างสำนักงานเทศกิจ สำนักงานกำกับอาหารและยา สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สำนักงานสาธารณสุข สำนักงานตำรวจ สำนักงานอุตสาหกรรมและการค้า เป็นต้น

สภาพปัญหาในปัจจุบัน และประเด็นที่น่าสนใจ

ผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนใหญ่นิยมนำขยะในครัวให้กับโรงงานรายย่อยผิดกฎหมายซึ่งมาเคาะประตูรัรบซื้อถึงหน้าบ้าน  มากกว่าการนำขยะให้กับโรงกำจัดขยะถูกกฎหมาย เพราะเกี่ยวพันกับ ผลประโยชน์สีเทา

เจ้าของภัตตาคารขนาดกลางรายหนึ่งในนครหนานหนิง ให้ข้อมูลว่า ครัวของภัตตาคารสร้างขยะและน้ำมันที่ใช้แล้วตกเดือนละกว่า 1 ตัน ถ้าขายให้กับผู้รับซื้อรายย่อยจะได้เงินพันกว่าหยวน ซึ่งเอาไปใช้จ่ายค่าไฟฟ้าได้ครึ่งเดือนกว่า แต่หากนำขยะให้กับโรงกำจัดขยะไม่ได้ผลประโยชน์แม้สักสตางค์แดงเดียว

สถานการณ์ข้างต้นส่งผลให้โรงกำจัดขยะที่ได้รับอนุญาตข้างต้นต้องประสบปัญหาขยะไม่เพียงพอป้อนโรงงาน

นายหลี่ ฉาง เจียง (Li Chang Jiang, 李长江) วิศวกรโรงขยะ ให้ข้อมูลว่า ร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เพื่อไม่ให้เครื่องกำจัดขยะหยุดเดิน โรงขยะจำต้องควักกระเป๋าเพื่อไปซื้อขยะจากร้านอาหาร

จากกระแสการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม (Green Economy) ตามแนวทางของรัฐบาลกลาง BIC คาดหมายว่า ในเร็ว ๆ นี้ ทางการนครหนานหนิง (กว่างซี) น่าจะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว

เนื่องจากโรงขยะสามารถรีไซเคิลขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากถึงร้อยละ 95 ทางการนครหนานหนิงอาจจะใช้มาตรฐานที่มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีการละเว้น

รีไซเคิล ทางออกของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม

เมื่อขยะเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ขยะจำพวกถุงพลาสติกจะถูกย่อยและอัดเป็นเม็ดพลาสติก เพื่อใช้ผลิตกล่องพลาสติก ส่วนกระดาษและวัสดุโลหะต่าง ๆ ก็สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เช่นกัน จะเหลือก็เพียงกากตะกอนและของแข็งที่เป็นสารอนินทรีย์เล็กน้อยที่ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้จะถูกนำไปฝังกลบ

ขณะที่น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องแยกน้ำกับน้ำมัน โดยน้ำมันที่ถูกแยกออกมาจะเข้าสู่กระบวนการ ปฏิวัติน้ำมัน(เสื่อมสภาพ)เป็นดีเซลสำหรับเครื่องยนต์รถบรรทุก

ส่วนกากตะกอนและของแข็งอินทรีย์จะถูกส่งเข้าสู่บ่อหมักด้วยอุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ เพื่อใช้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า

ตามรายงาน ขยะน้ำหนักหนึ่งตันสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ 160 ลูกบาศก์เมตร หลังผ่านกระบวนการปรับปรุงก๊าซให้มีความบริสุทธิ์จะได้ปริมาณก๊าซ 80 ลูกบาสก์เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับครอบครัวที่มีการใช้ก๊าซธรรมชาติไม่เกินเดือนละ 20 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 4 ครัวเรือนเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน

กากตะกอนจากการผลิตก๊าซชีวภาพจะถูกนำไปใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เพื่อซัพพลายให้กับเลือกสวนไร่นาในนครหนานหนิง

ส่วนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ อาทิ กลิ่นเหม็นรบกวนและน้ำเสียในกระบวนการกำจัดขยะนั้น โรงขยะมีกระบวนผลิตที่ทันสมัย โดยใช้กรรมวิธีทางเคมี (สารเคมี) ในการบำบัดก่อนปล่อยออกนอกโรงงาน

5 มีนาคม 2557
โดย: นางสาวขวัญเรือน กล่อกระโทก / เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ