
เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : คณะผู้แทนเขตฯ กว่างซีจ้วงเข้าพบหารือกับผู้แทนรัฐบาลกลางปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศในโอกาสที่เดินทางเข้าร่วม “ประชุมใหญ่สองสภา” ณ กรุงปักกิ่ง
“กว่างซี” เป็นฐานการผลิตน้ำตาลขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ของปริมาณการผลิตทั้งประเทศ
แต่ละปีจะมีการเปิดหีบอ้อยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนในปีถัดไป
น้ำตาลเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของคนในชาติ และน้ำตาลเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร และเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของประชาชน อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมเสาหลักและเป็นแหล่งรายได้ภาครัฐของเขตฯ กว่างซีจ้วง มณฑลยูนนาน และเขตฯ ซินเจียง และยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับปากท้องของเกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 40 ล้านคนทั่วจีน
หลายปีมานี้ อุตสาหกรรมน้ำตาลของจีนกำลังตกอยู่ในภาวะตกต่ำ ขีดความสามารถโดยรวมในการผลิตอ้อยค่อนข้างต่ำ วิสาหกิจผู้ผลิตน้ำตาลต้องเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงแรงกดดันจากราคาน้ำตาลในต่างประเทศ(ที่ต่ำกว่าราคาน้ำตาลในประเทศ) ทำให้วิสาหกิจบางส่วนต้องประสบผลขาดทุน
สำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลในเขตฯ กว่างซีจ้วง แม้ว่าทุกฝ่ายจะมีการส่งเสริมผลักดันด้านเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนาอ้อยสายพันธุ์ใหม่ที่ให้ค่าความหวานสูง เพื่อยกระดับผลผลิตน้ำตาล
ทว่า กว่างซียังคงประสบปัญหาในแง่โครงสร้างการปลูกอ้อย กล่าวคือ เกษตรกรชาวไร่อ้อยขาดการรวมกลุ่ม (ส่วนใหญ่เป็นรายย่อยและกระจัดกระจาย) ขาดการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรผ่อนแรง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
“การผลิตน้ำตาลต่อตันมีต้นทุนสูงกว่า 5,000 หยวน ขณะที่ ราคา FOB ของน้ำตาลนำเข้าอยู่ที่เพียงตันละ 4,800 หยวน ทำให้น้ำตาลกว่างซี(ในประเทศ)ขาดศักยภาพแข่งขันโดยสิ้นเชิง” ผู้แทนกว่างซี ให้ข้อมูล
จากบริบทข้างต้น ในระหว่างการประชุมใหญ่ “2 สภาแห่งชาติจีน” (สภาที่ปรึกษาทางการเมือง และสภาประชาชนจีน) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2557 คณะผู้แทนกว่างซีได้นำประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับส่วนกลาง
นายจาง เต๋อ เจียง (Zhang De Jiang, 张德江) คณะกรรมการถาวรประจำกรมที่ปรึกษาการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Standing Committee of the Political Bureau of the CPC Central Committee, 中共中央政治局常委) และหัวหน้าคณะกรรมการถาวรประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (Standing Committee of the National People\'s Congress, 全国人大常委会委员) เป็นผู้แทนที่เข้าประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณะผู้แทนกว่างซี
ในการหารือ คณะผู้แทนกว่างซี ได้ยื่นขอเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลกลาง อาทิ
หนึ่ง การดำเนินนโยบายความเสมอภาคต่อน้ำตาลเช่นเดียวกับวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความเกี่ยวพันกับคนในชาติชนิดอื่น ๆ อาทิ ข้าวเปลือก ฝ้าย และน้ำมัน และออกนโยบายส่งเสริมกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำตาลอย่างยั่งยืน และการดำเนินนโยบายเพื่อควบคุมตลาดองค์รวม การปลูกอ้อย และการผลิตวัตถุดิบน้ำตาล
สอง การปฏิรูปกลไกควบคุมตลาดน้ำตาลภายในประเทศ สร้างเสถียรภาพให้กับราคาน้ำตาล และรักษาผลประโยชน์ของวิสาหกิจน้ำตาลและเกษตรกรชาวไร่อ้อยในประเทศ
สาม การขยายแหล่งวัตถุดิบและการสนับสนุนวิสาหกิจผู้ผลิตน้ำตาลในกว่างซี
สี่ การดำเนินนโยบายเงินอุดหนุนการปลูกอ้อย (ตามวิธีปฏิบัติว่าด้วยเงินอุดหนุนการปลูกธัญพืช)
ห้า การปฏิรูปกลไกควบคุมการสำรองน้ำตาล และการให้การสนับสนุนเป็นการเฉพาะแก่น้ำตาลสำรองในพื้นที่กว่างซีที่มีอยู่เดิม
หก การจัดตั้ง “กองทุนเพื่อการพัฒนาและป้องกันความเสี่ยงในอุตสาหกรรมน้ำตาล” และยกระดับการมีส่วนร่วมของประเทศในการควบคุมน้ำตาลในระดับมหภาค และคุ้มครองผลประโยชน์ของวิสาหกิจผู้ผลิตน้ำตาลและเกษตรกรชาวไร่อ้อย
ตามรายงาน ทางการกว่างซีได้วางแผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมน้ำตาลกว่างซี อาทิ (1) การเตรียมจัดตั้ง “ตลาดซื้อขายน้ำตาลออนไลน์” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศภายใน 5-9 ปี (2) การจัดตั้งกลไกสำรองน้ำตาล เพื่อสร้างหลักประกันว่าจะมีน้ำตาลเพียงพอต่อการบริโภคมากกว่าร้อยละ 60 ของประเทศ (3) ตั้งเป้ารายได้จากการจำหน่ายโดยรวมมากกว่า 2 แสนล้านหยวน และอัตราการใช้ประโยชน์เชิงบูรณาการสูงกว่าร้อยเปอร์เซนต์ (4) บ่มเพาะกลุ่มวิสาหกิจที่มีกำลังการผลิตมากกว่าปีละ 1 ล้านตัน จำนวน 3-5 ราย และ (5) สร้างอุตสาหกรรมน้ำตาลให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากล
ลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กุมขมับ!!! ผู้ผลิตน้ำตาลกว่างซีเจอวิกฤตต้นทุน รับผลขาดทุนถ้วนหน้า (28 ก.พ. 2557)
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=458&ELEMENT_ID=13810
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
