สมาคมผู้ประกอบการฉงชิ่งชู “4 มาตรการใหม่” ดึงศักยภาพธุรกิจขนาดย่อมในพื้นที่
สมาคมผู้ประกอบการฉงชิ่งชู “4 มาตรการใหม่” ดึงศักยภาพธุรกิจขนาดย่อมในพื้นที่
ธุรกิจขนาดย่อม ถือเป็นอีกหนึ่งกลไลสำคัญที่ช่วยในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากทำให้เกิดการจ้างงานและประชาชนมีรายได้ เป็นจุดเริ่มต้นและพื้นฐานของธุรกิจขนาดใหญ่ อีกทั้ง เป็นแหล่งของการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อผลิตสินค้าใหม่ ๆ ช่วยยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมให้ดียิ่งขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลนครฉงชิ่ง มุ่งมั่นดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนภาคธุรกิจขนาดย่อมในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่า ผลที่ปรากฎออกมากลับไม่เป็นดังหว้ง ภาพรวมการประกอบการภาคธุรกิจขนาดย่อมยังคงซบเซา กลยุทธ์ทางการตลาดยังไม่สอดรับกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน และประสบกับปัญหาการขาดแคลนเงินลงทุนในระยะยาว   

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 

ล่าสุด สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม นครฉงชิ่ง ได้เผย 4 มาตรการใหม่ สำหรับปี 2557 เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและปรับกลยุทธ์ทางการตลาด พร้อมกับดึงศักยภาพของภาคธุุรกิจขนาดย่อมให้เติบโตก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมาตรการใหม่ทั้ง 4 ประการ ได้แก่

 

1. สร้างเวทีความร่วมมือระหว่างหอการค้ากับสมาคมผู้ประกอบฯ ซึ่งเป็นการขยายโครงข่ายความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจ นำมาซึ่งนโยบายการปรับปรุง ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวทางการค้าการลงทุน รวมไปถึงใบสั่งสินค้า ฯลฯ

 

2. สร้างเวทีทางการเงิน เพื่อการเริ่มต้นลงทุนในธุรกิจใหม่ และการลงทุนต่อเนื่องในระยะยาว โดยมีการจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งภาครัฐเป็นผู้มอบงบประมาณหลัก และภาคเอกชนข่วยเหลืองบประมาณรอง

3. สร้างเวทีการผลิตแบบบูรณาการ อาศัยธุรกิจขนาดย่อมที่ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบ และรวบรวมธุรกิจขนาดย่อมรายอื่นๆ เข้ามาร่วมลงทุนทางด้านความคิดนวัตกรรม เพื่อผลิตสินค้าที่ทันสมัยและบูรณาการ ตลอดจนเป็นการลดต้นทุนการผลิตทั้งระบบ

 

4. สร้างเวทีการอบรม เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการขั้นพื้นฐานของการประกอบธุรกิจ ทั้งในด้านกฎหมายและระบบการบริการ พร้อมกับยกระดับด้านความรู้ของบุคลากรเพื่อก้าวไปสู่ธุรกิจขนาดย่อมที่มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

 

จากมาตรการที่กล่าวมาทั้งหมด แสดงให้เห็นถึง ความตั้งใจของภาครัฐและสมาคมผู้ประกอบการ นครฉงชิ่ง ในการที่จะผลักดันและกระตุ้นธุรกิจขนาดย่อมในท้องถิ่นให้ตื่นตัว ดึงศักยภาพออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของการบริโภค และที่สำคัญเพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจของนครฉงชิ่งในอนาคต
21 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล: นสพ.ฉงชิ่งหว่านเป้า(10/03/2014)
โดย: นายธวัช มหิตพงษ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ