อังกฤษผุด "เหรียญปอนด์" ใหม่ ปลอดภัยเทียบเท่าธนบัตร

เดลี่ เทเลกราฟ ระบุว่า นายจอร์จ ออสบอร์น ขุนคลังอังกฤษประกาศใช้เหรียญราคา 1 ปอนด์แบบใหม่ในปี 2560 แทนแบบเดิมซึ่งใช้มากว่า 3 ทศวรรษ โดยเหรียญดีไซน์ใหม่จะเป็นรูปทรง 12 เหลี่ยม ด้านหัวของเหรียญแน่นอนว่าเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 แต่ด้านก้อยจะมีการจัดประกวดออกแบบในเร็ว ๆ นี้
นายออสบอร์นระบุว่า เนื่องจากเหรียญหนึ่งปอนด์มีมูลค่าสูง (ราว 50 บาท) ประกอบกับแบบเก่าใช้งานมานานจึงเสี่ยงที่จะถูกปลอมแปลง
สำนักกษาปณ์อังกฤษประเมินว่า ในบรรดาเหรียญ 1 ปอนด์ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้มีเหรียญปลอมปนอยู่ราว 3% หรือ 45 ล้านปอนด์ และในบางพื้นที่อาจสูงถึง 6% แต่ทางการอังกฤษสามารถขจัดเหรียญปลอมออกจากระบบได้เพียง 2 ล้านปอนด์ต่อปีเท่านั้น
เหรียญแบบใหม่จะมีความปลอดภัยไม่แพ้ธนบัตร ผลิตจากโลหะ 2 ชนิดประกบกัน และยังได้รับการออกแบบให้เป็นหนึ่งในเหรียญกษาปณ์ที่ปลอมแปลงยากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยี ระบบบูรณาการการระบุตัวตนเพื่อความปลอดภัย (ISIS) ซึ่งช่วยให้เครื่องสแกนเนอร์สามารถค้นหาเหรียญปลอมได้รวดเร็วขึ้น
รูปทรง 12 เหลี่ยมของเหรียญใหม่คล้ายกับ "เหรียญสามเพนซ์" ที่เคยใช้ในอังกฤษช่วง 2480-2514 และได้รับความนิยมมากช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะรูปทรงอันโดดเด่นของมัน ช่วยให้จดจำได้ง่ายในช่วงขาดแคลนกระแสไฟฟ้าระหว่างสงคราม
แม้การออกเหรียญใหม่จะช่วยลดการปลอมแปลงเหรียญเป็นมูลค่าหลายล้านปอนด์ แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้นในระยะสั้น
เพราะคาดว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนเครื่องหยอดเหรียญทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเก็บค่าจอดรถอัตโนมัติ เครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ โทรศัพท์หยอดเหรียญ หรือเครื่องขายตั๋วให้สอดคล้องกับเหรียญแบบใหม่
นายแอนดรู มิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายปริมาณเงินหมุนเวียนของสำนักกษาปณ์ ชี้ว่า ต้นทุนในการปรับเปลี่ยนเครื่องหยอดเหรียญอยู่ที่เพียง 10-12 ปอนด์ต่อเครื่อง แต่ถ้ามองทั้งระบบเศรษฐกิจต้นทุนอยู่ที่ราว 15-20 ล้านปอนด์ในระยะเวลา 3 ปี
ที่มา : คอลัมน์ รอบโลกน่ารู้
ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
31 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
สหราชอาณาจักร, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
