เศรษฐีลอนดอนปิ๊งห้องใต้ดิน เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอัพราคาขาย
เศรษฐีลอนดอนปิ๊งห้องใต้ดิน เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอัพราคาขาย
     เมื่อขยายขึ้นด้านบนหรือด้านข้างไม่ได้ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ของบ้านในย่านเศรษฐีของลอนดอนคือมุดลงใต้ดิน

     การสร้างห้องใต้ดินกำลังบูมในวงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ในเมืองหลวงอังกฤษ โดยอาจสร้างไว้ใต้ตัวบ้านหรือสวน และแน่นอนห้องใต้ดินของเหล่าเศรษฐีย่อมไม่ใช่ห้องเล็กๆ อับชื้น มืดทึบสำหรับเก็บของไม่ใช้แล้ว แต่เป็นพื้นที่สำหรับบรรจุโรงภาพยนตร์ส่วนตัว ห้องออกกำลังกาย ห้องเก็บไวน์ พื้นที่ซ้อมพัตกอล์ฟ เลนโบว์ลิ่ง หรือแม้แต่สระว่ายน้ำ

     จากการรวบรวมของ ซีเอ็นเอ็น เฉพาะย่านเชลซีและเคนซิงตันในกรุงลอนดอน มีบ้านที่ขยายห้องใต้ดินถึง 450 หลังในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 46% จากปี 2555 และ 500% จากปี 2546

     การขาดแคลนพื้นที่ใช้สอยประกอบกับกฎหมายอนุรักษ์อาคารที่เข้มงวด ซึ่งกำหนดให้อาคารยุควิกตอเรียน เอ็ดวาร์เดียน และจอร์เจียน ต้องรักษาเอกลักษณ์และลักษณะดั้งเดิมเอาไว้ ทำให้การขยายความสูงหรือความกว้างของตัวบ้านทำไม่ได้ เจ้าของบ้านจึงเลือกเพิ่มพื้นที่ใต้ดินแทน

     ขณะนี้ตลาดอสังหาฯ ในลอนดอนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง การมีห้องใต้ดินอันหรูหรา ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้ากระเป๋าหนักได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือนักเก็งกำไรไว้ขายต่อทั้งยังเรียกราคาได้สูงด้วย

     มีรายงานว่า เลนนาร์ด คอดเวลล์ เจ้าพ่ออาณาจักรอสังหาฯ รวมถึงนักประพันธ์เพลงชื่อดัง แอนดรู ลอยด์ เว็บเบอร์ ต่างสร้างพื้นที่ใต้ดินขนาดใหญ่ไว้ใต้บ้านพักในลอนดอน ส่วนใหญ่ห้องใต้ดินจะมีเพียง 1-2 ชั้น แต่เศรษฐีบางคนทุ่มทุนสร้างถึง 5 ชั้น

     ร็อบ แอตกิน จากบริษัทนายหน้าอสังหาฯ โดมัส โนวา มองว่า "สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่า 2 ล้านปอนด์ขึ้นไป การสร้างหรือขยายห้องใต้ดินเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเพื่อรองรับสมาชิก ครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ถ้าคุณวางแผนจะอาศัยในบ้านหลังนั้น 15-20 ปี หรือไม่สามารถขายบ้านในราคาที่พอใจ อีกทั้งการย้ายและขายบ้านมีภาระภาษีต้องชำระในอัตราสูง การปรับปรุงบ้านที่มีอยู่แล้วมีต้นทุนต่ำกว่าในระยะยาว"


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
8 เมษายน 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ