รัฐมนตรีด้านประมงของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะมีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากเบลิส กัมพูชา และกินี
รัฐมนตรีด้านประมงของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะมีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากเบลิส กัมพูชา และกินี
         เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศเตือน 8 ประเทศที่มีความเสี่ยงในการเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (illegal, unreported and unregulated fishing : IUU Fishing[1]) ซึ่งประกอบด้วยประเทศเบลิส กัมพูชา ฟิจิ กินี ปานามา ศรีลังกา โตโก และวานูอาตู เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่มีการดำเนินการต่อต้านการประมงที่ผิดกฏหมายเพียงพอ อาทิ ขาดการดำเนินการในการจัดการกับความบกพร่องด้านการติดตามและควบคุมการทำประมง ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเพียงการประกาศเตือนและยังไม่ได้ส่งผลต่อมาตรการทางการค้า โดยทั้ง 8 ประเทศที่ถูกเตือนจะได้รับระยะเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้เสนอแผนดำเนินการ (action plan) ให้แต่ละประเทศด้วย ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น สหภาพฯ ก็อาจดำเนินการในระดับต่อไป (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://europa.eu/rapid/press-release_IP-12-1215_en.htm)

         เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 คณะกรรมาธิการฯ ได้เพิ่มความรุนแรงในการต่อต้านการประมงที่ผิดกฏหมายโดยระบุประเทศเบลิส กัมพูชา และกินี ว่าเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ (non-cooperating third countries) ทั้งๆ ที่คณะกรรมาธิการฯ ได้ดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบของประเทศเหล่านี้เพื่อกำหนดมาตรการจัดการด้านประมงและการควบคุมที่มีประสิทธิภาพแล้ว แต่ทั้ง 3 ประเทศดังกล่าวก็ยังคงไม่สามารถจัดการกับปัญหาตามขั้นตอน รวมทั้งไม่สามารถดำเนินการตามข้อตกลงในการจัดการกับปัญหาด้านการประมงที่ผิดกฏหมาย คณะกรรมาธิการฯ จึงได้เสนอคณะมนตรียุโรประดับรัฐมนตรี (Council of Ministers) ในการใช้มาตรการทางการค้าต่อทั้ง 3 ประเทศเพื่อจัดการกับการค้าที่มาจากกิจกรรมที่ผิดกฏหมาย โดยการห้าม (ban) การนำเข้าสินค้าประมงที่จับโดยเรือประมงของทั้ง 3 ประเทศเข้ามาในสหภาพฯ ทั้งนี้ประเทศฟิจิ ศรีลังกา ปานามา โตโก และวานูอาตู ที่ได้รับการเตือน เช่นเดียวกับเบลีซ กินี และกัมพูชา ในปี 2555 แต่สามารถปรับปรุงการตรวจสอบควบคุมการทำประมงและมีความก้าวหน้าในความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมาธิการฯ จะถูกประเมินอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิปี 2557 นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังแจ้งเตือนไปยังเกาหลีใต้ กานา และคูราเคา ที่ขาดการดำเนินการในการจัดการกับความบกพร่องด้านการติดตามและควบคุมการทำประมง ให้ดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น มิฉะนั้นอาจประกาศห้ามการนำเข้าสินค้าประมงเช่นกัน (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://europa.eu/rapid/press-release_IP-13-1162_en.htm)

         ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557 แหล่งข่าวรายงานว่ารัฐมนตรีด้านการประมงของประเทศสมาชิกสหภาพฯ เตรียมจะใช้มาตรการทางการค้าต่อประเทศเบลิส กัมพูชา และกินีในสัปดาห์หน้า โดยห้ามการนำเข้าสินค้าประมงที่ถูกจับในประเทศทั้ง 3 นี้เข้ามาในสหภาพฯ

         นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ ยังจะมีการประชุมเกี่ยวกับสถานะของการหารือกับประเทศที่ติดชายฝั่งเกี่ยวกับการจับปลาแมคเคอเรล ภายหลังการเจรจาเป็นเวลา 4 ปี เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาสหภาพฯ ได้ประกาศความตกลงกับหมู่เกาะแฟโรเพื่อเปิดโอกาสในการจับปลาแมคเคอเรลและปลา blue whiting ในน่านน้ำของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งยังอนุญาตให้ชาวประมงสหภาพฯ จับปลา cod, haddock, Pollock และ redfish ในน่านน้ำของหมู่เกาะแฟโร และชาวประมงของหมู่เกาะแฟโรสามารถจับปลา Norway pout และสายพันธุ์อื่นๆ ในน่านน้ำของสหภาพฯ

         การที่สหภาพฯ เตรียมจะใช้มาตรการ ห้ามการนำเข้าสินค้าประมงที่ถูกจับในประเทศเบลิส กัมพูชา และกินี จะส่งกระทบต่อประเทศอื่นที่นำเข้าปลาจากทั้ง 3 ประเทศเพื่อการส่งออก โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น มีการนำเข้าสินค้าปลาและอาหารทะเล (หมวด 03) จากกัมพูชาคิดเป็นมูลค่า 159,838 เหรียญสหรัฐในปี 2556 และ 106,792 เหรียญสหรัฐในปี 2555 ดังนั้น หากสหภาพฯ ประกาศห้ามนำเข้าสินค้าประมงจาก 3 ประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ไทยนำเข้าจากกัมพูชาเพื่อการแปรรูปและส่งออกมายังตลาดสหภาพฯ ก็จะถูกห้ามนำเข้าไปด้วย ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าอาหารทะเลของไทยที่นำเข้าสินค้าประมงจากกัมพูชา จะต้องรับทราบประเด็นนี้เพื่อพิจารณาหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ต่อไป




[1] Council Regulation (EC) No 1005/2008 of 29 September 2008 establishing a Community system to prevent, deter and eliminate illegal, unreported and unregulated fishing : IUU Fishing คือ การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ซึ่งหมายความว่าสหภาพยุโรปจะไม่นำเข้าสินค้าประมงที่มาจากการทำประมงผิดกฏหมาย การทำประมงที่ขาดการรายงานแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ และเป็นการทำประมงที่ไม่มีการควบคุม
17 เมษายน 2557
แหล่งข้อมูล: สนับสนุนข้อมูลโดย สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ