อุตสาหกรรมอัญมณีอินเดีย : โอกาสที่ไทยไม่ควรพลาด
อุตสาหกรรมอัญมณีอินเดีย : โอกาสที่ไทยไม่ควรพลาด
      ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองเจนไน (ประเทศอินเดีย) เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพชรพลอย รวมทั้งโอกาสของไทยในการเข้าไปบุกตลาดอินเดีย เลยขอหยิบมาฝากกัน ณ ที่นี้

     อินเดียมีอุตสาหกรรมด้านอัญมณีและเครื่องประดับเพชรพลอยอยู่ในลำดับแถวหน้าของโลก โดยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่วัฒนธรรมอินเดียดั้งเดิมมาตั้งแต่โบราณกาลสนใจในศิลปะ ความงดงามของเครื่องประดับอัญมณี เครื่องประดับทองคำ และเพชรพลอยมาช้านาน โดยช่างฝีมือการเจียระไนอัญมณีและออกแบบเครื่องประดับเพชร พลอย ทองคำได้สั่งสมทักษะฝีมืออย่างปราณีตสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนจวบจนถึงปัจจุบันควบคู่กับการที่รัฐบาลได้ออกมาส่งเสริมอุตสาหกรรมสาขาดังกล่าวอย่างจริงจังด้วย

     India Jewelry Review 2013 ของ AT Kearney เปิดเผยว่า ภายในอีก 5 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพชรพลอยของอินเดียจะเติบโตอีกเท่าตัว คาดว่ามีมูลค่าระหว่าง 81.63 – 86.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2018

     เมื่อปี 2013 อุตสาหกรรมสาขานี้มีรายได้เท่ากับ 40.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีในช่วงระหว่างปี 2012 – 2013 มีการส่งออกสินค้าในสาขาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพชรพลอยมูลค่าทั้งสิ้น 37.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  
     สาขาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพชรพลอยมีสัดส่วนที่ทำให้เกิดพลวัตทางเศรษฐกิจของอินเดียเป็นอย่างสูง รวมทั้งยังสร้างแรงงานจำนวนมากตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

     อินเดียมีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมอัญมณีด้วยความเชี่ยวชาญในการเจียระไนเพชรพลอยที่มีคุณภาพของแรงงานฝีมือมากกว่าหนึ่งล้านคนบวกกับมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้อินเดียสามารถดึงดูดเอกชนต่างชาติรายใหญ่ของโลกเข้ามาดำเนินธุรกิจด้านอัญมณีในอินเดีย เช่น บริษัท Swarovski เชี่ยวชาญด้านคริสตัล บริษัท Grisogono ของสวิสเซอร์แลนด์ เชี่ยวชาญด้านการทำนาฬิกาประดับด้วยอัญมณีก็ได้เข้ามาทำธุรกิจในอินเดียตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

     อินเดียเป็นชาติที่บริโภคทองคำมากที่สุดในโลกคิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 20% ของการบริโภคทองคำขาวของตลาดโลกทั้งหมด ทองคำจึงเป็นส่วนประกอบหลักของเครื่องประดับอัญมณีของอินเดียถึงร้อยละ 80 ในส่วนของเพชรนั้น อินเดียมีสัดส่วนของเพชรที่เจียระไนแล้ว (Polished Diamond คิดเป็น 60, 85 และ 92% ของตลาดโลก คิดตามมูลค่า จำนวน และปริมาณชิ้น ตามลำดับ)

     นอกจากอินเดียจะเป็นฐานผลิตรายใหญ่ของโลกด้านเพชรและมีผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ของโลกแล้ว อินเดียยังสามารถผลิตเครื่องประดับทำจากแทนซาไนต์ (Tanzanite) มีลักษณะคล้ายไพลิน (Blue sapphire) และเครื่องประดับจากมรกต (Emerald) อีกด้วย

     อินเดียจัดเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอัญมณีเห็นได้จากงานต่างๆ เช่น ระหว่างวันที่ 13 – 15 ธันวาคม 2013 เมืองสูรัต (Surat) รัฐคุชราต ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gems and Jewelry Machinery Expo ซึ่งเป็นการแสดงนวัตกรรมล่าสุดของเครื่องมือทันสมัยในการตัดและเจียระไนเพชรที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย

     สำหรับนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมสาขานี้ของอินเดียนั้น รัฐบาลได้ทบทวนการอนุญาตให้สัมปทานการทำเหมืองแร่ทองคำของอินเดียใหม่ มีบริษัทของอังกฤษและออสเตรเลียให้ความสนใจเข้ามาประมูลทำเหมืองทองคำในอินเดีย ทั้งนี้มีการประเมินว่า อินเดียมีสินแร่ทองคำกระจัดกระจายตามแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศประมาณ 14,000 ตัน และเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสาขานี้ รัฐบาลอินเดียยังได้ดำเนินการจัดตั้ง Special Economic Zones เพื่อช่วยอุตสาหกรรมสาขานี้ในหลายเมือง ได้แก่ Mumbai, Jaipur, Manikanchan, West Bengal, Hyderabad และในอีก 13 เมือง ที่กำลังอยู่ในกระบวนการอนุมัติของรัฐบาล

     อนึ่ง รัฐบาลอินเดียได้สนับสนุนให้เอกชนอินเดียแสวงหาลู่ทางเป็นพันธมิตรการค้าด้านอัญมณี เครื่องประดับเพชร พลอย และทองคำกับธุรกิจเอกชนของรัสเซียในสาขาเดียวกันนี้ซึ่งรัสเซียถือเป็นประเทศที่ถือครองทองคำรายใหญ่ของโลก

     มองย้อนกลับมาที่ไทยนั้น “อุตสาหกรรมสาขานี้มีส่วนเกื้อหนุนระหว่างพ่อค้าไทยและอินเดียมาช้านาน ดังจะเห็นได้ว่ามีชาวอินเดียดำเนินธุรกิจสาขานี้เป็นจำนวนมากในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านสุริวงศ์ บางรัก สีลม สำเพ็ง และจังหวัดจันทบุรี” สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไนให้ข้อมูล

ขอบคุณรูปภาพจาก : www.boardpromote.com
21 เมษายน 2557
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ