เศรษฐีหมดมู้ดช็อป "นาฬิกาหรูสวิส" พิษการเมืองรัสเซีย-เศรษฐกิจจีน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิสหลายรายแสดงความเป็นห่วงกับการเติบโตที่ชะลอตัวจาก ตลาดสำคัญอย่าง "จีน" และความตึงเครียดของสถานการณ์การเมืองในรัสเซีย ที่จะกระทบการจับจ่ายของลูกค้าระดับบน จนทำให้การเติบโตของตลาดในปีนี้ไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยค่ายนาฬิกายักษ์ใหญ่หลายรายคาดหวังการเติบโตเพียงแค่ "ซิงเกิลดิจิต" หรือเติบโตเพียงหลักเดียวเท่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ตลาดจีนซึ่งมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ถูกรัฐบาลออกกฎควบคุมเพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่น โดยห้ามไม่ให้มีการให้ของขวัญที่เข้าข่ายการติดสินบนเจ้าพนักงานด้วยสินค้า ราคาแพง โดยเฉพาะกับกลุ่มรถยนต์และนาฬิกาหรู
"นั่นทำให้พื้นที่ของตลาดส่วนหนึ่งหายไป และจะไม่ฟื้นกลับมาอีก แต่เราก็สามารถมุ่งไปยังกลุ่มคนจีนมั่งคั่ง ที่หานาฬิกาหรือเครื่องประดับเพื่อเอาไว้ใช้ส่วนตัวได้" ลุค เพอรามอนด์ หัวหน้าฝ่ายนาฬิกาแบรนด์แอร์เมสระบุ
"เพอรามอนด์" กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าการเติบโตในปีนี้จะอยู่ระดับกลางๆ ไม่หวือหวามากนัก ขณะที่ผู้บริหารจาก สวอท์ช กรุ๊ป "นิค ฮาเย็ค" ประเมินว่าการเติบโตปีนี้จะอยู่แค่ซิงเกิลดิจิต หรือกลุ่มที่ราคาไม่สูงมากก็น่าจะเติบโตไม่เกิน 10%
ขณะที่ค่ายผู้ผลิตนาฬิกาอิสระในกลุ่มไฮเอนด์อย่างปาเต๊ก ฟิลิปส์ "เธียร์รี่ สเทิร์น" ประธานบริษัทปาเต๊ก ฟิลิปส์ระบุ คาดว่ายอดขายในปีนี้จะเติบโตเพียง 2% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ "แพทริค ฮอฟแมน" ซีอีโอค่าย "อูลิซ นาดีน" ออกมาประเมินว่า ยอดขายปีนี้จะเติบโตเพียง 2-3% เช่นกัน
ภาพรวมการส่งออกนาฬิกาสวิสในปีที่ผ่านมาลดลงจากปี 2555 และ 2554 อยู่ประมาณ 1.9% หรือคิดเป็นมูลค่า 21.8 พันล้านฟรังก์สวิส จากดีมานด์ของตลาดหลักอย่างฮ่องกงที่หดตัวลง 5.6% ตามมาด้วยตลาดหลักอันดับ 3 อย่างจีน ที่ลดลง 12.5%
อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังฮ่องกงกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปีนี้ ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเติบโต 5.1% จากกลุ่มค้าปลีกที่เริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาอีกครั้ง แต่ตลาดในจีนยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.6%
"มาร์ค ฮาเย็ค" ประธานและซีอีโอของแบรนด์บริเกต์, บลองแปง, ฌาเกต์-โดรซ์ แบรนด์ระดับไฮเอนด์ในเครือสวอท์ช กรุ๊ป กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจีนว่า ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ยอดขายในปีนี้คงเติบโตได้ไม่มากนัก
ส่วนแบรนด์ในเครือสวอท์ชที่มีระดับราคากลางๆ อย่างทิสโซต์และลองจินส์ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายป้องกันการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลจีน และเติบโตในระดับ 10% ขึ้นไป "ฮาเย็ค" ระบุ
นอกจากนี้ ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกจะกระทบต่อมู้ดการจับจ่ายของผู้บริโภคแล้ว อาจส่ง ผลกระทบต่อยอดขายของค่ายนาฬิกาหรูต่างๆ ได้หากสถานการณ์ไม่ยุติ เพราะรัสเซียถือเป็นผู้ซื้อรายใหญ่สำหรับสินค้ากลุ่มนาฬิกาไฮเอนด์ของสวอท์ช
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีความไม่แน่นอนสูงมาก และเป็นที่น่ากังวล เพราะผู้คนจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากกว่าเดิม" ฌองก์ พอล จิอาร์ดิน ผู้บริหารแบรนด์ไบรท์ลิ่งระบุ
ทั้งนี้ สหรัฐและชาติพันธมิตรในสหภาพยุโรปตกลงที่จะเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้ มาตรการคว่ำบาตรเพื่อตอบโต้รัสเซียในกรณีการรวมไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
"หากว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียง 3 เดือน มันก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าล่วงเลยไปกว่านั้น พวกเราอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากก็เป็นได้" ฌอง-โคลด บีเวอร์ ประธานกลุ่มนาฬิกาของ LVMH ระบุ
"ฮอฟแมน" ซีอีโออูลิซ นาดีน ระบุว่า ค่าเงินรูเบิลที่อ่อนค่าลงของรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญคิดเป็นส่วนแบ่ง 25% ของยอดขาย ยังทำให้ราคานาฬิกาของอูลิซ นาดีน ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 29%
"ดีมานด์ในรัสเซียไม่ได้น้อยลงแต่อย่างไร ตรงกันข้ามคนกลับมีความต้องการมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะคนรัสเซียในเวลานี้กำลังรู้สึกว่าพวกเขามีอำนาจ แต่สาเหตุหลักมาจากเหตุการณ์ความวุ่นวายมากมายที่เกิดขึ้นในประเทศและบริเวณใกล้เคียง" ฮอฟแมนระบุ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มเห็นการฟื้นตัวของตลาดยุโรปบ้างแล้ว
เช่นเดียวกับ "เพอรามอนด์" แห่งแบรนด์แอร์เมสระบุว่า มีสัญญาณที่ดีขึ้นจากเยอรมนีและยุโรป ส่วน "ฟานซิส ไธบอด" ผู้บริหารแบรนด์ทิสโซต์ ก็คาดว่าจะมีการเติบโตของยอดขายในระดับดับเบิลดิจิตจากยุโรปเช่นกัน
ขณะที่ "ปาเต๊ก ฟิลิปส์" ซึ่งมียอดขายในยุโรปคิดเป็นสัดส่วน 45% เชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องหันมาหาลูกค้าท้องถิ่นและไม่พึ่งพิง กลุ่มนักท่องเที่ยวมากเกินไป
คอลัมน์ : Market Move
ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
21 เมษายน 2557
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
สวิตเซอร์แลนด์, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
