รัฐสภายุโรปมีมติเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการลดการใช้ถุงพลาสติก
รัฐสภายุโรปมีมติเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการลดการใช้ถุงพลาสติก
        สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎหมายกำหนดให้ประเทศสมาชิกลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบน้ำหนักเบา (lightweight plastic carrier bag) โดยประเทศสมาชิกสามารถเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมที่สุดซึ่งรวมถึงราคา เป้าหมายการลดของชาติ หรือการห้ามใช้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ เนื่องจากถุงพลาสติกแบบน้ำหนักเบามักจะถูกใช้เพียงครั้งเดียวแต่จะมีอายุคงอยู่อีกหลายร้อยปี ซึ่งเป็นปัญหาในระดับโลกที่คุกคามระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต ข้อเสนอดังกล่าวของคณะกรรมาธิการฯ เป็นการแก้ไขกฏระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (European Parliament and Council Directive 94/62/EC of 20 December 1994 on packaging and packaging waste) ซึ่งสำนักงานได้รายงานให้ทราบแล้วตามบันทึกที่ 05009/541 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556

         โดยสถานะล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557 แหล่งข่าว European Voice รายงานว่าคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐสภาฯ ได้มีการลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ ในการลดการใช้ถุงพลาสติกในสหภาพฯ โดยมติดังกล่าวกำหนดให้สหภาพฯ มีเป้าหมายลดการใช้ถุงพลาสติกลงร้อยละ 50 ในสามปี และร้อยละ 80 ในห้าปี นอกจากนี้ ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (biodegradable bag) ก็ถูกรวมในเป้าหมายของสหภาพฯ ด้วย

         กฏระเบียบดังกล่าวจะไม่บังคับประเทศสมาชิกในการออกกฏหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกแต่จะอนุญาตให้ประเทศสมาชิกออกกฏหมายห้ามโดยไม่ละเมิดกฏเกณฑ์การเป็นตลาดเดียว (single market rules) ประเทศสมาชิกจะต้องบรรลุวัตถุประสงค์การลดการใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 50 ไมครอน แต่รัฐบาลของประเทศสมาชิกสามารถใช้วิธีการของตนเองได้ ซึ่งประเทศสมาชิกบางประเทศ อาทิ ไอร์แลนด์ ได้เริ่มออกกฏหมายห้ามใช้แล้ว ในขั้นตอนต่อไป ที่ประชุมใหญ่ของรัฐสภาฯ (plenary) จะมีการลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในเดือนเมษายนนี้

         ทั้งนี้ ไทยมีการส่งออกสินค้าถุงพลาสติกมายังสหภาพยุโรปเป็นปริมาณมากจนกระทั่งสหภาพฯ เคยใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าดังกล่าวตั้งแต่ปี 2549 – 2554 จากสถิติการส่งออกระหว่างปี 2553 – 2555 นั้นไทยส่งออกสินค้าถุงพลาสติกพิกัด 392321 และ 392329 มายังสหภาพฯ รวมมูลค่า 61,863,978 56,413,882 และ 61,864,055 ยูโรตามลำดับ

         สหภาพฯ เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ทำให้สหภาพฯ ให้ความสำคัญกับกิจกรรมตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสนอเป็นกฏระเบียบควบคุมที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศที่สาม ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามนโยบายและกฏระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามกฏระเบียบของสหภาพฯ และยังคงรักษาตลาดนี้ได้ต่อไป
23 เมษายน 2557
แหล่งข้อมูล: สนับสนุนข้อมูลโดย สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์
โดย: ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในยุโรป

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ