สายการบิน Cathay Pacific Airways เห็นโอกาสเติบโตสูงในตลาดการบินอินเดีย
สายการบิน Cathay Pacific Airways เห็นโอกาสเติบโตสูงในตลาดการบินอินเดีย
        สายการบิน Cathay Pacific Airways ได้ให้ความสำคัญกับการทำการบินในเส้นทางอินเดียอย่างมาก โดยเห็นว่าเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และมีโอกาสในการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงต่อไป จากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.6 และจำนวนคนชั้นกลางจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีการเติบโตของอุตสาหกรรมต่างๆ ในเมืองขนาดใหญ่ของอินเดีย ซึ่งจะทำให้มรการเพิ่มการเดินทางระหว่างภูมิภาคต่างๆ ในอินเดีย อันจะเป็นโอกาสต่อการเติบโตของธุรกิจการบินอย่างมาก
        ปัจจุบันสายการบิน Cathay Pacific Airways ทำการบินจากฮ่องกงไป 6 เมืองหลักของอินเดียรวม 47 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และได้มีการประเมินถึงโอกาสที่จะเพิ่มเที่ยวบินและเปิดเส้นทางบินใหม่ๆหากได้สิทธิการบินเพิ่มขึ้น ตลาดอินเดียนับเป็นตลาดใหญ่ที่สุด 1 ใน 10 ของสายการบินฯ ซึ่งเมื่อปี 2013 สายการบินฯ ซึ่งเมื่อปี 2013 สายการบินฯ มีกำไรจากผลประกอบการบินทั่วโลกรวม 2,620 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 862 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ผลประกอบที่ดีขึ้นมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารและมาตรการป้องกันผลกระทบจากค่าน้ำมันที่สูง ทั้งนี้ ในปีดังกล่าว สายการบินฯ มีรายได้รวม 71,826 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4
        ขณะนี้ สายการบินฯ ได้ให้ความสำคัญยิ่งกับการให้บริการขนส่งสินค้าในเส้นทางระหว่างฮ่องกงกับอินเดีย โดยจะจัดตั้งบริการขนส่งสินค้าทางอากาศของสายการบินฯ ในเมืองอาเมดาบัดรัฐคุชราต ภายในปีนี้ รวมทั้งเตรียมที่จะเพิ่มเที่ยวบินขนส่งสินค้าในเส้นทางฮ่องกง – เดลี โดย ณ ขณะนี้สายการบินฯ เชื่อว่าการขนส่งผู้โดยสารพร้อมสินค้าเป็นรูปแบบที่ดีที่สุด ทั้งนี้ มนปี 2013 สายการบินฯ มีรายได้จากการขนส่งสินค้าทั่วโลกโดยรวม 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดอินเดียคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5 ของรายได้ดังกล่าว รายได้ดังกล่าว รายได้สูงสุดมาจากฮ่องกงร้อยละ 40 จีนร้อยละ 12 และสหรัฐฯ มาเป็นอันดับสาม ปัจจุบัน สายการบินฯ ทำการบินขนส่งผู้โดยสารพร้อมสินค้าในเส้นทางระหว่างฮ่องกงกับเมืองต่างๆ ของอินเดีย คือ เดลี มุมไบ เจนไน ไฮเดอราบัด และบังกาลอร์ สินค้าที่ขนส่งออกจากอินเดียส่วนใหญ่ เช่น เวชภัณฑ์ เครื่องหนัง ชิ้นส่วนเครื่องบนและอื่นๆ จุดหมายปลายทางอยู่ที่สหรัฐฯ ยุโรป เอเชียใต้ และแอฟริกา ส่วนสินค้าที่ขนส่งไปอินเดีย เช่น สินค้าไฮเทค โทรศัพท์มือถือ และแท็บแล็ต
สายการบินต้นทุนต่ำ Dragon Air ซึ่งเป็นสายการบินลูกของสายการบิน Cathay Pacific Airways ก็ได้เปิดเว้นทางการบินจากฮ่องกงไปอินเดียด้วยตั้งแต่ปี 2008 ขณะนี้ ทำการบินในเส้นทางฮ่องกง-บังกาลอร์
หนึ่งเที่ยวบินต่อวัน และเส้นทางฮ่องกง-กัลกัตตา 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ และเมื่อไม่นานมานี้ ได้เพิ่มเที่ยวบินเส้นทางฮ่องกง-เดลี เป็ฯ 2 เที่ยวต่อวัน รวมทั้งได้มีการปรับตารางบินระหว่างฮ่องกงกับเจนไนไฮเดอราบัด และบังกาลอร์ให้เร็วขึ้น เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกจากเครือข่ายการบินของสายการบินฯในการเชื่อมต่อไปยังจุดอื่นๆ ของโลกดวย
ข้อคิดเห็น
        ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการบินของอินเดียได้เติบโตขึ้นอย่างมาก ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเพิ่มของชนชั้นกลาง การเติบโตของอุตสาหกรรมตามเมืองต่างๆ และการขยายตัวของความเป็นเมือง ทั้งนี้ ตลาดการบินมีการเติบโตทั้งการเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จนขณะนี้ ได้มีการก่อสร้างบินใหม่ๆ เพิ่มขึ้นและปรับปรุงสนามบินเดิมทั้งในหัวเมืองหลักและเมืองรองเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดการบินอินเดีย การทำการบินของสายการบิน Cathay Pacific Airways ในเส้นทางอินเดียนับเป็นตัวอย่างหนึ่งของสายการบินต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับตลาดการอินเดีย

*** สามารถอ่านเพิ่มเติมที่นี่




แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://en.wikipedia.org/wiki/Cathay_Pacific
28 เมษายน 2557
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ