หาก พูดถึงสถานการณ์ E-commerce ในปัจจุบัน คงยากจะมีประเทศไหนก้าวทันประเทศจีน เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี อีกทั้งยังไม่มีทีท่าจะลดความร้อนแรงลงแม้แต่น้อย จนกระทั่งธุรกิจจากทั่วโลกไม่อาจละสายตา และพยายามมุ่งหน้าเข้าแสวงหาโอกาสจากตลาด E-commerce ในจีน
ด้วยเครือข่ายเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ก้าวไกลและ ทันสมัย พร้อมระบบบริการขนส่งที่รวดเร็วทันใจ จึงทำให้ชาวจีนรุ่นใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคจากการเดินไปช้อปปิ้งตาม ร้านค้ามาเป็นการใช้นิ้ว click ซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นผลทำให้ตลาด E-commerce ในจีนเติบโตอย่างน่าตื่นใจ ด้วยสถิติครั้งใหม่ที่มีมูลค่าการซื้อขายของธุรกิจ E-commerce ทะลุยอด 10 ล้านล้านหยวนในปี 2556
ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อยที่สนใจขยายธุรกิจผ่านช่องทาง E-commerce ในจีน ศูนย์ BIC เซี่ยงไฮ้จึงไม่พลาดที่จะติดตามศึกษาพฤติกรรมการบริโภคออนไลน์ของชาวจีนยุค ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยได้ประมวลข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับภาคธุรกิจไทย และขอนำเสนอผ่านบทความ เรื่อง เจาะลึก!! พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์.. เปิดโอกาสธุรกิจไทยบุกจีน
E-Commerce จีนนำหน้า.. สหรัฐอเมริกายังต้องถอย!!
เป็นที่ทราบกันดีว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานับเป็น“ยุคทอง” ของธุรกิจ E-commerce ในจีน ด้วยยอดซื้อขายผ่านระบบออนไลน์จำนวนมหาศาล จนทำให้จีนกลายเป็นตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ผลการวิจัยของ KPMG ระบุว่า ภายในปี 2558 ตลาด E-commerce ในจีนจะมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 540,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 7.5 ของมูลค่าค้าปลีกทั้งหมดในจีน และคาดว่าภายในปี 2563 มูลค่าการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ของจีนจะสูง กว่ามูลค่าซื้อขายออนไลน์ยอดรวมของ 5 ประเทศสำคัญ ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน และฝรั่งเศส
นอกจากนี้ จากข้อมูลคาดการณ์ของ EMarketer พบว่า การเติบโตของธุรกิจ E-Commerce รูปแบบ B2C (business-to-consumer) ในจีนจะมาแรงที่สุดในปี 2557 โดยจะมีอัตราการขยายกว่าปีที่ผ่านมาเกือบร้อยละ 64 ด้วยมูลค่าการซื้อขายของ B2C ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหากเปรียบเทียบมูลค่าการซื้อขาย B2C ของจีนกับประเทศชั้นนำในโลกจะพบว่า มีแนวโน้มเติบโตกว่าอินเดีย 2 เท่า และเติบโตกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่า
(ที่มา : Emarketer)
เจาะลึกพฤติกรรมชาวจีนยุคใหม่.. ช้อปปิ้งออนไลน์โตก้าวกระโดด!!
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ใน จีน ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนยุคใหม่มี “ความอินเตอร์” กว่าเดิม โดยนิยมใช้ระบบออนไลน์เป็นสื่อกลางสำคัญในการซื้อสินค้าแทนที่การเดินทางไปร้านค้าต่างๆ
ผล สำรวจผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนจากเว็บไซต์ Go-Globe.com ระบุว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาชาวจีนส่วนใหญ่เริ่มหันมาซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต มากขึ้น โดยมีการประเมินเบื้องต้นว่าอัตราการขยายตัวของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ในจีนจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23 ในปี 2553 มาเป็นร้อยละ 44 ในปี 2558
ทั้งนี้ ผู้บริโภคจีนส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ค้าปลีกชื่อดังสัญชาติจีน โดยเว็บไซต์ 10 อันดับแรกที่นิยมมากที่สุด ได้แก่
|
1) Tmall.com** |
2) 360Buy.com |
|
3) Suning.com |
4) Amazon.cn |
|
5) Dangdang.com |
6) Vancl.com |
|
7) 51Buy.cpm |
8) Coo8.com |
|
9) NewEgg.com.cn |
10) Yihaodian |
(หมายเหตุ : Tmall.com คือส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ Taobao.com ซึ่งร้านค้าใน Tmall.com มักจะถูกมองว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่าร้านค้าทั่วไปใน Taobao.com ซึ่งเจ้าของกิจการเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ขณะที่เจ้าของร้านค้าใน Tmall.com จะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนพาณิชย์อย่างถูกต้อง)
เว็บไซต์ค้าปลีกชื่อดังเหล่านี้สามารถครองส่วนแบ่งตลาด E-Commerce ในจีนมากกว่าร้อยละ 65 เหตุผลสำคัญ 3 อันดับแรกที่ชาวจีนยุคใหม่เริ่มหันมาช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น คือ ประหยัดเวลา สินค้ามีราคาถูก และมีความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลอื่นๆ ประกอบด้วย อาทิ สามารถเปรียบเทียบราคาได้ง่าย มีทางเลือกที่หลากหลาย มีการจัดส่งสินค้าให้ฟรี มีรายละเอียดสินค้าให้ศึกษาอย่างชัดเจน สามารถค้นหาสินค้าและประเภทของสินค้าที่ต้องการได้ง่าย รวมถึงจากการสัมมนานักธุรกิจไทย หัวข้อ “E-commerce : โอกาสทองที่ธุรกิจไทยน่าลอง” จัดขึ้นโดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2557 ยังได้รับข้อมูลว่า ผู้บริโภคชาวจีนยังนิยมสรรหาสินค้าแปลกใหม่จากต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ ด้วย เป็นต้น
สำหรับวิธีการชำระเงินนั้น ชาวจีนส่วนใหญ่นิยมจ่ายค่าสินค้าระบบของบริษัทด้านธุรกรรมการเงินของจีน โดยชำระผ่านระบบ Alipay (เป็นระบบการจ่ายเงินของจีนที่มีลักษณะคล้ายกับ Paypal) มากที่สุด รองลงมาเป็นการจ่ายผ่านระบบ Tenpay การโอนเงินตรงผ่านระบบ E-Banking รวมถึงระบบ 99Bill และระบบ China PNR เป็นต้น

เจาะลึกเทรนด์ใหม่.. ซื้อออนไลน์ผ่านมือถือ!!
สถิติล่าสุดเมื่อสิ้นเดือนมกราคม 2557 ของกระทรวงอุตสาหกรรมและข้อมูลสารสนเทศแห่งชาติจีนระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในจีนรวมสูงถึง 1,235 ล้านคน แซงหน้าประเทศคู่แข่งอย่างสหรัฐอเมริกาซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ เพียงแค่กว่า 300 ล้านคนเท่านั้น โดยโทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตแทนที่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในแบบเดิม ซึ่งล่าสุดจีนมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือรวมกันแล้วกว่า 388 ล้านคน ในขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะกลับมีจำนวนตามหลัง อยู่ที่ 380 ล้านคน โดยกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ชาวจีนนิยมมากที่สุด คือ การซื้อสินค้าผ่านมือถือ (Mobile Commerce)
ทั้งนี้ มีนักวิเคราะห์ได้ประเมินเบื้องต้นว่า ยอดซื้อขายสินค้าผ่านโทรศัทพ์มือถือของจีนในปี 2558 จะสูงถึง 41,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าสหรัฐอเมริกาซึ่งจะมีมูลค่าซื้อขายประมาณ 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีเดียวกัน
จากการสำรวจกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือช้อปปิ้งชาวจีนจะพบว่า แบ่งเป็นสัดส่วนผู้ใช้เพศชายที่ร้อยละ 58 และเป็นผู้ใช้เพศหญิงที่ร้อยละ 42 โดยการซื้อสินค้าได้ใช้เวลาเฉลี่ย 67 วินาทีหรือราวนาทีกว่าเท่านั้น และช่วงเวลาทองที่มีการซื้อสินค้าผ่านทางมือถือสูงที่สุดของวัน คือ เวลาประมาณ 20.00 น.
สำหรับเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและครองส่วนแบ่งตลาด มาเป็นอันดับ 1 ในการซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือของจีนขณะนี้ คือ Taobao.com ซึ่งครองสัดส่วนกว่าร้อยละ 75.2 รองลงมาเป็นเว็บไซต์อื่นๆ อาทิ 360buy.com, Tencent.com, Amazon.cn,Dangdang.com และ Suning.com เป็นต้น
เจาะลึกยอดซื้อขาย.. ช้อปปิ้งออนไลน์ 1 วัน 35,000 ล้านหยวน!!
กิจกรรมส่งเสริมการซื้อขายที่น่าสนใจซึ่งนักช้อปปิ้งชาวจีนรู้จักกันเป็นอย่างดีและจับตามองเป็นพิเศษ คือ “Single’s Day Shopping” หรือ“ช้อปปิ้งวันคนโสด” ซึ่งตรงกับวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนของทุกปี (11.11)
ในวันดังกล่าวเว็บไซต์ Taobao.com จะจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเป็นพิเศษ ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคชาวจีนได้เป็นอย่างดี โดยวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 เพียงวันเดียว Taobao.com มียอดซื้อขายสินค้าออนไลน์สูงถึง 35,019 ล้านหยวน นับเป็นตัวเลขสถิติโลกที่ไม่เคยมีประเทศไหนสามารถทำได้มาก่อน
จากการจัดกิจกรรม Single’s Day Shopping ปี 2556 ส่งผลให้ระบบการจ่ายเงินที่ใหญ่ที่สุดของจีนอย่าง Alipay มียอดชำระค่าสินค้าที่มาจากการซื้อสินค้าบนมือถือรวมสูงถึง 5,350 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 5.6 เท่าของยอดซื้อขายปี 2555 ที่ 960 ล้านหยวน หากคำนวณตลอดทั้งปี 2555 พบว่า Alipay มียอดการชำระค่าสินค้าผ่านมือถือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 546 และมีจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าถึงร้อยละ 223
นอกจากนี้ ยังมีสถิติที่น่าสนใจในกิจกรรมช้อปปิ้งวันคนโสดปี 2555 คือ ภายใน 1 วินาที Taobao.com มียอดขายสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือรวมกว่า 5,000 ชิ้น โดยแบ่งเป็นสินค้าหมวดเสื้อผ้าสูงที่สุดถึง 2,805 ชิ้น รองลงมาเป็นหมวดเครื่องสำอาง 792 ชิ้น สินค้าหมวดเครื่องประดับอีกกว่า 450 ชิ้น และสินค้าหมวดรองเท้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าค้าเกี่ยวกับเด็กอีกจำนวนมาก
จีนหนุนตลาดออนไลน์.. โอกาสธุรกิจไทยมาถึงแล้ว!!
สืบเนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาด E-Commerce จีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาครัฐจีนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่มธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเห็นได้การที่จีนมุ่งมั่นที่จะขยายบริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เข้า ถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายให้มีจำนวนผู้ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากถึง 800 ล้านคนภายในปี 2557 ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2557 ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง(李克强)รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลกลางประจำปี ได้กำหนดให้มีแผนการขยายเมืองทดลองการดำเนินธุรกิจ E-Commerce ขึ้นภายในปี 2557 นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2557 กระทรวงพาณิชย์จีนได้แถลงนโยบายในการปฏิรูปการดำเนินงานพัฒนาเศรษฐกิจใน 5 ด้านหลัก โดยหนึ่งในด้านดังกล่าว คือ การลดข้อจำกัดการเข้าลงทุนของบริษัทต่างชาติในธุรกิจ E-Commerce ซึ่งมีบทบาทช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาด E-Commerce ในจีนได้เป็นอย่างดี
หากประเมินสถานะและศักยภาพของตลาด E-Commerce ของจีนในปัจจุบัน เชื่อว่าผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง สำหรับขยายธุรกิจในจีน ซึ่งเห็นได้จากแนวทางการสนับสนุนของภาครัฐบาลจีนข้างต้น ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ที่หันมานิยมการซึ้อสินค้าออนไลน์ มากขึ้น ทั้งนี้หากธุรกิจไทยสนใจจะลงทุนเปิด ร้านค้าออนไลน์ในจีนแล้ว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาระเบียบและข้อกำหนดในการจัดตั้งธุรกิจ และการทำธุรกรรมออนไลน์ อาทิ Alipay ซึ่งเป็นระบบชำระเงินออนไลน์ที่นิยมใช้ในจีน เป็นต้น

แม้ว่าการพัฒนาทางธุรกิจ E-Commerce ในจีนจะอำนวยโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าลงทุน แต่ยังมีความท้าทายสำคัญจากการแข่งขันกันเองของกลุ่มผู้ประกอบการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาเจาะลึกพฤติกรรมซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภค จีนในบทความฉบับนี้ จะช่วยให้ท่านผู้อ่านมีความเข้าใจกระแสนิยมของผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่มากยิ่ง ขึ้น และสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาต่อยอดขยายธุรกิจในจีนในอนาคตต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง :
1. http://www.kpmg.com/CN/en/IssuesAndInsights/ArticlesPublications/Newsletters/China-360/Documents/China-360-Issue15-201401-E-commerce-in-China.pdf
2. http://www.emarketer.com/
3. http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?SECTION_ID=442&ID=13818
4. http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?SECTION_ID=441&ID=13785
5. http://www.go-globe.com/
6. http://thumbsup.in.th/2013/04/stat-china-mobile-commerce/
7. http://www.mofcom.gov.cn/article/difang/yunnan/201403/20140300512563.shtml 2013年我国电子商务交易额超10万亿
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
