เอกสารเรื่อง Carbon Offsetting
ด้วยเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2557 นสพ. Business Day แอฟริกาใต้ รายงานข่าวว่ากระทรวงการคลัง แอฟริกาใต้ ออกเอกสารเรื่อง Carbon Offsetting เพื่อทำประชาพิจารณ์ก่อนที่รัญบาล แอฟริกาใต้ จะประกาศใช้ภาษีคาร์บอนในปี 2559 โดยจะเปิดรับความคิดเห็นใรสันที่ 30 มิ.ย. ศกนี้ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
ในปี 2554 อฟต. ซึ่งเป็น 1 ใน 15 ประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในทวีปแอฟริกา ได้รับรองนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับชาติ ประกอบด้วย มาตรการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการลงทุนในโครงการพื้นฐานและการดำเนินการเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยภาษีคาร์บอนเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือกระจก
ภาษีคาร์บอนเสนอไว้อยู่ที่ 120 แรนด์ หรือประมาณ 360 บาทต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์หรือก๊าซเรือนกระจกอื่นที่เทียบท่า 1 ตัน โยมีค่าพื้นฐานของ tax-free threshold ที่ร้อยละ 60 ซึ่งในเบื้องต้น กำหนดจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2558 แต่รัฐบาลแอฟริกาใต้ ได้พิจารณาเลื่อนการดำเนินการออกไปก่อน
การชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอน หรือ Carbon offsetting เป็น 1 ใน 6 องค์ประกอบสำคัญของภาษีคาร์บอน โดยมุ่งหวังเป็นช่องทางให้บริษัทสามารถลดต้นทุนที่เกิดจากภาษีคาร์บอน
นาย Shaun Nel โฆษกของกลุ่มผู้ใช้พลังงานอย่างมาก ให้ความเห็นว่า (ก) กระทรวงการคลัง แอฟริกาใต้ ออกเอกสารดังกล่าวค่อนข้างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจโดยเมื่อคำนึงถึงว่ากระทรวงการคลัง แอฟริกาใต้ จะพิจารณาระบบภาษีคาร์บอนทั้งระบบ โดยเฉพาะในส่วนของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทไฟฟ้า Eskom ของแอฟริกาใต้ และแผนงาน Carbon Budgeting ซึ่งจะกำหนดปริมาณรวมของก๊าซเรือนกระจกที่อนุญาตให้อุตสาหกรรมหรือบริษัทปล่อยออกมาได้ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม แอฟริกาใต้ เสียก่อน (ข) บริษัทไฟฟ้า Eskom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจพึ่งพิงแหล่งพลังงานกว่าร้อยละ 90 จากถ่านหิน ซึ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก และ (ค) การเสนอเพิ่มการอนุญาตการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 10 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้า ปิโตเลียม เยื่อกระดาษและกระดาษ และการผลิตน้ำตาล ยังคงต่ำไป
ในที่ประชุม UNFCCC เมื่อปี 2552 ที่กรุงโดเปนเฮเกน แอฟริกาใต้ ได้ให้คำมั่นต่อประชาคมระหว่างประเทศว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมปกติลดร้อยละ 34 ในปี 2563 และร้อยละ 42 ในปี 2563
*** อ่านเพิ่มเติม
1 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
สอท. ณ กรุงพริทอเรีย
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
แอฟริกาใต้, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
