รัฐบาลโปรตุเกสประกาศสิ้นสุดการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก Troika อย่างสมบูรณ์ (clean exit)
รัฐบาลโปรตุเกสประกาศสิ้นสุดการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก Troika อย่างสมบูรณ์ (clean exit)
         เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 57 นายกรัฐมนตรีโปรตุเกส Pedro Passos Coelho แถลงทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า รัฐบาลโปรตุเกสประกาศการสิ้นสุดการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก Troika (EU/ECB/IMF) อย่างสมบูรณ์ หรือ clean exit และไม่ขอรับมาตรการหรือวงเงินกู้เพื่อการเฝ้าระวัง (precautionary credit line) โดย นรม. Coelho ให้เหตุผลว่า ปัจจุบันโปรตุเกสมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอสำหรับหนึ่งปี ซึ่งจะช่วยป้องกันโปรตุเกสจากความผันผวนของปัจจัยด้านเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศ รวมทั้งโปรตุเกสได้ประโยชน์จากต้นทุนการระดมเงินผ่านตลาดพันธบัตรซึ่งลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจโปรตุเกส และการสนับสนุนจากชาติสมาชิก EU ทั้งนี้ โปรตุเกสจะสิ้นสุดการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พ.ค. 57

        การตัดสินใจ “clean exit” ของรัฐบาลโปรตุเกสได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุม รมว. คลังกลุ่มยูโรโซน (Eurogroup) เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 57 นอกจากนี้ สื่อมวลชนระหว่างประเทศรายงานด้วยว่า รัฐบาลหลายประเทศใน EU สนับสนุนแนวทาง “clean exit” เนื่องจากเผชิญแรงกดดันภายในประเทศ ที่ไม่ประสงค์ให้รัฐบาลของตนให้เงินสนับสนุนแก่ประเทศที่มีปัญหาเพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างจากท่าทีของ Troika ซึ่งสนับสนุนให้โปรตุเกสรับ precautionary credit line อย่างไรก็ตาม นาง Christine Largarde ผู้อำนวยการ IMF ระบุว่า โปรตุเกสมีศักยภาพที่จะบรรลุการปรับสมดุลภาคการคลัง (fiscal consolidation) และปฏิรูปเชิงโครงสร้างซึ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และการสร้างงานในประเทศ

        สื่อมวลชนท้องถิ่นและต่างประเทศระบุว่า รัฐบาลโปรตุเกสเลือกแนวทาง “clean exit” เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์หลายประการ ได้แก่ 1) ผลการประเมินการปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน ครั้งที่ 12 ของผู้แทน Troika ซึ่งออกมาเป็นบวก 2) การส่งออกของโปรตุเกสเติบโตได้ดี ทำให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวกได้ครั้งแรกภายในรอบหลายสิบปี 3) ต้นทุนการกู้ยืมเงินผ่านตลาดพันธบัตรระหว่างประเทศที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์ 4) ความสำเร็จในการประมูลขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี มูลค่า 750 ล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทน 3.575% เมื่อเดือน เม.ย. 57 ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศจำนวนมาก 5) ”clean exit” อาจเป็นปัจจัยบวกให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น Moody’s / Fitch / Standard and Poor’s พิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรโปรตุเกสในอนาคต นอกจากนี้ รัฐบาลโปรตุเกสยังเห็นข้อเสียของแนวทางการรับ precautionary credit line ซึ่งยังไม่เคยมีประเทศใดขอรับมาก่อน จึงมีความเสี่ยงที่โปรตุเกสอาจต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดเพิ่มเติมอีก

        แม้โปรตุเกสจะเลือกแนวทาง “clean exit” แต่ Troika จะติดตามตรวจสอบโปรตุเกสอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องชำระคืนเงินกู้ให้แก่ IMF ภายในปี 2024 และ EU/ECB ภายในปี 2042 และยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวอย่างช้า ปัญหาการว่างงานที่ยังสูง การบริโภคและการลงทุนภายใน ประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร และอาจได้รับผลกระทบจากการประกาศปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 23% เป็น 23.25% ในปี 2015 ตลอดจนการตัดและปรับลดการใช้จ่ายภาครัฐในหลายสาขา โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและการศึกษา ปัจจัยดังกล่าว ทำให้นาย Antonio Jose Seguro หัวหน้าพรรคสังคมนิยม ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า แม้การขอรับความช่วยเหลือฯ จะสิ้นสุดลง แต่ผลกระทบจากมาตรการเข้มงวดทางการคลังจะยังคงอยู่กับชาวโปรตุเกสต่อไปอีก




แหล่งข้อมูลรูปภาพ : Mario Proenca/Bloomberg
21 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ