"อีซีบี" เล็งใช้ "คิวอี" ต้านเงินฝืด
"อีซีบี" เล็งใช้ "คิวอี" ต้านเงินฝืด
     ไม่เพียงธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตัดสินใจกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงควบคุมปัญหาเงินฝืดในยูโรโซน ด้วยมาตรการเชิงรุกชนิดเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ แต่ยังส่งสัญญาณให้ตลาดได้ลุ้นว่า อาจใช้เครื่องมือสำคัญอย่างการกว้านซื้อพันธบัตรรัฐบาลลอตใหญ่ แบบเดียวกับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

     จากการรายงานของเอพี การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของเฟด ธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางญี่ปุ่นผ่านการซื้อหุ้นกู้ของรัฐประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ เพราะสามารถดึงอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลง ลดต้นทุนกู้ยืมของผู้บริโภคและภาคธุรกิจซึ่งนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 3 ประเทศดังกล่าว แต่ถ้าอีซีบีจะเลียนแบบ อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

     อีซีบี มีปัญหาทั้งทางเทคนิคและทางปฏิบัติหลายอย่างที่ธนาคารกลางอื่น ๆ ไม่ต้องเจอ เช่น ยูโรโซนประกอบด้วยสมาชิก 18 ประเทศ หมายความว่าอีซีบีต้องพิจารณาสถานการณ์ในตลาดพันธบัตร 18 แห่ง และเกิดคำถามว่าจะซื้อพันธบัตรจากตลาดไหน เป็นมูลค่าเท่าไหร่ รวมถึงจะใช้เกณฑ์อะไรมาพิจารณา

     ยิ่งไปกว่านั้น การขยายฐานเงินด้วยการซื้อตราสารหนี้ภาครัฐก็ถูกคัดค้านเสียงแข็งจากเยอรมนีมาโดยตลอด ทำให้นายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบียังคงสงวนท่าทีในประเด็นนี้

     จนกระทั่งการประชุมบอร์ดอีซีบีในสัปดาห์ที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่นายดรากิแสดงท่าทีชัดเจนว่าพร้อมใช้มาตรการคิวอีถ้าอัตราเงินเฟ้อยังลดลงต่อเนื่อง โดยตอบข้อสงสัยของผู้สื่อข่าวหลังเสร็จสิ้น

     การประชุมว่า "ความพยายามของเรามีเท่านี้ใช่หรือไม่ คำตอบคือ ไม่"

     ก่อนหน้านั้นนายดรากิได้เปิดเผยว่า อีซีบีตัดสินใจหั่นอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.15% จากเดิม 0.25% พร้อมกับคิดอัตราดอกเบี้ยติดลบ 0.1% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จากเงินฝากส่วนเกินที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับอีซีบี ซึ่งเท่ากับว่าหากสถาบันการเงินพักเงินไว้ที่อีซีบีมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้ธนาคารกลางด้วย เพื่อกดดันให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินสดที่มีในมือไปปล่อยกู้ให้ภาคครัวเรือนหรือภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

     ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนที่แล้วอยู่ที่ 0.5% ต่ำกว่าเป้าหมายของอีซีบีซึ่งกำหนดไว้ที่ระดับใกล้ 2% กดดันให้เกิดความกังวลว่ายูโรโซนอาจเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นเคยประสบมาแล้ว ซึ่งวิธีที่จะป้องกันปัญหาดังกล่าว ต้องกระตุ้นให้เกิดการกู้ยืมและปล่อยสินเชื่อ เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

     นายเจิร์ก เครเมอร์ และนายคริสโตเฟอร์ เวล นักวิเคราะห์จากคอมเมิร์ซแบงก์มองว่า มีโอกาส 40% ที่อีซีบีจะตัดสินใจใช้มาตรการคิวอี แต่ก็คาดว่ามาตรการที่อีซีบีเพิ่งคลอดออกมาจะมีประสิทธิภาพเพียงพอในการรับมือปัญหา ช่วยให้อีซีบีไม่จำเป็นต้องหันมาพึ่งคิวอี แต่ถ้าอัตราเงินเฟ้อยังเป็นขาลงต่อเนื่อง นายดรากิก็อาจไม่มีทางเลือกอื่น เพราะอีซีบีระบุว่าได้ปรับอัตราดอกเบี้ยลงต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว สะท้อนว่าเครื่องมือทั่วไปในการดูแลเศรษฐกิจแทบไม่มีเหลือ

     แม้อีซีบีจะตัดสินใจเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลในที่สุด ซึ่งจะมีผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง แต่ประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจไม่มากเท่ากับกรณีสหรัฐ เพราะภาคธุรกิจในยุโรปพึ่งพาการกู้ยืมจากสถาบันการเงินมากกว่านักลงทุนในตลาดหุ้นกู้ ถ้าธนาคารพาณิชย์ยังปฏิเสธที่จะปล่อยสินเชื่อเพราะกลัวว่าจะเป็นหนี้เสีย อีซีบีจะใช้มาตรการเชิงรุกแค่ไหนก็คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ดังหวัง


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
18 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ