รัฐบาลอินเดียชุดใหม่พร้อม!! ผลักดัน 14 นโยบายหลักพัฒนาประเทศ
รัฐบาลอินเดียชุดใหม่พร้อม!! ผลักดัน 14 นโยบายหลักพัฒนาประเทศ
     ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี (ประเทศอินเดีย) เกี่ยวกับการแถลงนโยบายของรัฐบาลอินเดียชุดใหม่ต่อที่ประชุมร่วมของสภาผู้แทนราษฎร (โลกสภา) และวุฒิสภา (ราชยสภา) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อ ณ ที่นี้

     1. หมวดเศรษฐกิจ (Economy)
     - เร่งควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
     - พัฒนาระบบจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยนำระบบ Goods and Service Tax (GST) มาใช้
     - เร่งดำเนินโครงการที่สร้างงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
     - กำหนดเขตลงทุนระดับมาตรฐานโลกและเขตอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับอินเดียให้เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแข่งขันกับนานาประเทศ
     - มุ่งขจัดความยากจน

     2. หมวดโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
     - เร่งดำเนินการโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการการเดินทางและการขนส่ง เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างเมือง รถไฟขนส่งสินค้าการเกษตร ปรับปรุงระบบความปลอดภัยของรถไฟให้ทันสมัย เพิ่มการเชื่อมโยงทางอากาศระหว่างเมืองขนาดเล็ก สานต่อโครงการก่อสร้างถนนและรถไฟเพื่อเชื่อมโยงท่าเรือกับพื้นที่ที่ห่างไกลออกไป
     - สร้างเมืองใหม่ให้ทันสมัยเทียบเท่าระดับโลกทั้งหมด 100 แห่ง
     - ในปี 2565 ทุกครอบครัวจะมีบ้าน ไฟฟ้า และน้ำประปาใช้

     3. หมวดพลังงาน (Energy)
     - มีนโยบายพลังงานแห่งชาติ
     - ปฏิรูปโครงสร้างบริหารถ่านหิน
     - ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์
     - พัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อการใช้สอยโดยพลเรือน

     4. หมวดการเกษตรและชลประทาน (Agriculture and Irrigation)
     ด้านการเกษตร
     - สนับสนุนให้มีการลงทุนมากขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร
     ด้านชลประทาน
     - เพิ่มโครงการชลประทานเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

     5. หมวดประเด็นการเมือง (Political Issues)
     - พยายามผลักดันชาวแคชเมียร์ที่นับถือศาสนาฮินดูกลับไปตั้งถิ่นฐานในแคชเมียร์ดังเดิม หลังจากที่ถูกขบวนการมุสลิมแบ่งแยกดินแดนคุกคาม
     - เพิ่มกฎระเบียบเพื่อเสริมกฎหมายต่อต้านการคอรัปชั่น (Lokpal Rules)
     - เร่งปราบปรามการกระทำที่บ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐแถบชายแดนด้านตะวันออกฉียงเหนือ
     - เร่งสร้างความเจริญในรัฐต่างๆ
 
     6. หมวดกลาโหม (Defence)
     - ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านกลาโหมจากต่างประเทศ
     - จัดตั้งหน่วยงาน National Maritime Authority เพื่อดูแลความมั่นคงชายฝั่งทะเล
     - สร้าง National War Memorial เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่ทหารที่สละชีวิต รวมทั้งจะให้คณะกรรมาธิการทหารผ่านศึกดูแลสวัสดิการทหาร

     7. หมวดการต่างประเทศ (Foreign Policy)
     - ร่วมมือกับประเทศสมาชิกทั้ง 8 ประเทศ เพื่อฟื้นฟูกลุ่ม South Asian Association for Regional Cooperation (SAARC) พร้อมหยิบยกข้อห่วงกังวลขึ้นพูดในระดับทวิภาคี
     - พัฒนาหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และความร่วมมือกับประเทศจีนและสหรัฐฯ
     - ร่วมมือกับญี่ปุ่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เช่น รัสเซีย และกลุ่มประเทศใน EU ให้มากขึ้น

     8. หมวดสาธารณสุขและการสุขาภิบาล (Health and Sanitation)
    
- มีนโยบายสุขภาพใหม่ การประกันสุขภาพ และส่งเสริมการเล่นโยคะ

     9. หมวดการศึกษา เยาวชน และกีฬา (Education, Youth and Sports)
     - เพิ่มสถาบันเทคโนโลยีอินเดีย (IIT) และสถาบันบริหารอินเดีย (IIM) รวมทั้งสนับสนุนให้มี e-library ระดับประเทศ
     - สนับสนุนการศึกษาอาชีวะ และจะมีโครงการส่งเสริมทักษะผสมผสานทั่วประเทศ
     - ส่งเสริมการพัฒนาบทบาทเยาวชน
     - ส่งเสริมการเรียนการสอนทางอินเทอร์เน็ต
     - ให้มีระบบสรรหาผู้มีพรสวรรค์ทางกีฬาทั่วประเทศ

     10. หมวดชนกลุ่มน้อย สตรี และภาคส่วนที่อ่อนแอในสังคม (Minorities, Women and Weaker Sections)
     - มีนโยบายพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน อาทิ ให้ชนกลุ่มน้อยมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในการพัฒนาและพัฒนาการศึกษาสมัยใหม่และการศึกษาวิชาชีพ
     - ปรับปรุงโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามให้ทันสมัย
     - ปราบปรามความรุนแรงต่อสตรีอย่างเด็ดขาด
     - ปรับปรุงระบบยุติธรรม
     - ให้มีโครงการดูแลเด็กหญิงและสนับสนุนให้ได้รับการศึกษา
     - สร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันทางการศึกษา สาธารณสุข และการดำรงชีวิตในสังคม
     - ให้มีไฟฟ้าใช้ในชนบท

     11. หมวดสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ (Environment and Ecology)
     - เน้นโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ เช่น การจัดตั้งศูนย์การศึกษาหิมาลัย รวมทั้งทำงานร่วมกับชุมชนโลกด้วย

     12. หมวดวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว (Culture and Tourism)
     - ดำเนินโครงการ e-ภาษาท้องถิ่น พร้อมทั้งเผยแพร่วรรณคดีอมตะของอินเดีย
     - สร้างแหล่งท่องเที่ยวตามแนวคิดหลักใน 50 แห่งทั่วประเทศ
     - สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกตามศาสนสถานของศาสนาต่างๆ ทั่วประเทศ

     13. หมวดรูปแบบการบริหารจัดการ (Governance)
     - ยกเลิกกฏหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่ล้าสมัย
     - ปรับปรุงระบบการทำงานของราชการให้เป็นที่น่าพอใจต่อประชาชนมากขึ้น
     - พัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงประชาชนทุกคนในประเทศ

     14. หมวดการเอาชนะใจเพื่อสร้างความนิยมอินเดีย (Soft Power)
     - ฟื้นฟูภาพลักษณ์ของอินเดียในสายตาของต่างประเทศ โดยใช้วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ การเป็นศูนย์กลางทางการค้า และความเจริญด้านเทคโนโลยี

     จากนโยบายข้างต้น สถานเอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลีได้ให้ความเห็นที่มีประโยชน์ต่อไทยว่า “โอกาสทางธุรกิจสำหรับไทยน่าจะอยู่ที่การลงทุนด้านก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนด้านอุตสาหกรรมการเกษตร”


ขอบคุณรูปภาพจาก : tourtooktee.com
23 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ