ข้าวสารนำเข้าจากญี่ปุ่น 168 หยวน/ถุง (2 กิโลกรัม) — ข้าวสารจีน 5 – 10 หยวน/กิโลกรัม
พริกดองจากยุโรป 26 หยวน/กระป๋อง (600 กรัม) — พริกดองของจีนไม่เกิน 15 หยวน
......ถึงแม้อาหารที่นำเข้ามาจำหน่ายภายในงานจะมีราคาแพงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันของจีนแต่ผู้เข้าชมจำนวนมากก็ซื้อสินค้าเหล่านั้น!......
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2557 เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจ ณ กรุงปักกิ่งได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารนำเข้านานาชาติปักกิ่ง ครั้งที่ 3 (3rd Beijing International Import Food Expo 2014) ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเช้าของวันธรรมดาแต่ก็มีผู้เข้าชมงานค่อนข้างเยอะ เลยทีเดียว! และที่สำคัญ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่กรอกแบบฟอร์มก็สามารถรับบัตรเข้าชมได้แล้ว

หอนิทรรศการปักกิ่ง
งานแสดงสินค้าอาหารนำเข้านานาชาติปักกิ่งในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค. 2557 ณ หอนิทรรศการปักกิ่ง (Beijing Exhibition Center) มีพื้นที่จัดงานประมาณ 10,000 ตารางเมตร โดยมีหอการค้านานาชาติแห่งประเทศจีน และบริษัท Zhenwei Exhibitions เป็นผู้จัดงานหลัก ภายในงานแสดงสินค้า มีร้านค้าร่วมงานกว่า 300 ร้านค้าจาก 30 กว่าประเทศภายในงาน มีอาหารหลากหลายชนิดจากประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงอาหาร อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ฯลฯ โดยบูธฝรั่งเศสนำเสนอไวน์แดง foie gras และชีส เป็นต้น บูธเยอรมนีนำเสนอเบียร์ยี่ห้อต่างๆ เป็นหลัก อีกทั้ง ยังมีน้ำเชื่อมเมเปิลจากแคนาดา เหล้าคาชาซ่า (Cachaca) จากบราซิล และน้ำมันมะกอกจากสเปน
ที่ขาดไม่ได้ คือ อาหารนำเข้าจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในส่วนของสินค้าไทยที่นำมาจำหน่าย ได้แก่ น้ำผลไม้ กาแฟ ปลากระป๋อง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะพร้าว อาหารกึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยว โดยมีทั้งสิ้น 10 บูธ นอกจากบูธไทยก็มีบูธของมาเลเซียซึ่งขายรังนก กาแฟ คุ๊กกี้ และสมุนไพรด้วย
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจ ณ กรุงปักกิ่ง มีข้อสังเกตว่า เคล็ดลับ 5 ประการหลักที่ทำให้สินค้าไทยขายดีภายในงาน ได้แก่

ลูกค้าในงานต่อแถวรอชิมอาหารไทย
1. การตั้งราคาที่เหมาะสม
สินค้านำเข้ามักจะมีราคาสูงกว่าสินค้ายี่ห้อท้องถิ่นอยู่ แล้ว แต่ผู้ประกอบการก็ควรหลีกเลี่ยงการตั้งราคาที่แพงเกินกว่าที่ลูกค้าจะรับได้ โดยผู้ประกอบการที่มาออกบูธควรจะสำรวจราคาสินค้าในตลาดท้องถิ่นก่อน เช่น ตามร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาเก็ต เป็นต้น รวมถึงราคาสินค้านำเข้าที่ใกล้เคียง ก่อนตั้งราคาขาย
2.บรรจุภัณฑ์สวยงาม น่าเชื่อถือ
สินค้าควรมีบรรจุภัณฑ์ที่ดูสวยงาม น่าเชื่อถือ พร้อมข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน เช่น วันเดือนปีที่ผลิตวันหมดอายุ และส่วนประกอบสินค้า เป็นต้น หากเป็นอาหารจำพวกกึ่งสำเร็จรูป ควรมีวิธีการรับประทานเป็นภาษาจีนด้วย

3. สินค้าที่แปลกใหม่ มีจุดขาย
ผู้เข้าชมที่มาชมงานมีความคาดหวังที่จะได้เห็นและลองสินค้า ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนอาหารจีน ดังนั้น สินค้าที่ผู้ประกอบการไทยนำมาจำหน่ายควรมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะของตน

4.เปิดให้ลองชิม
เนื่องจากสินค้าบางรายการอาจจะเป็นสินค้าที่แปลกใหม่ ผู้ประกอบการควรจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองชิมสินค้านั้น ๆ

5. การสื่อสารภาษาจีน
ผู้ประกอบการควรจะมีผู้ช่วยที่สามารถสื่อสารภาษาจีนกับ ลูกค้าได้ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก! นอกจากนี้ เวลาตรวจรับเงินอย่าลืมเช็คว่าเป็นธนบัตรจริงหรือปลอมนะคะ!
โอกาสตลาดอาหารนำเข้า
ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวจีนมีความต้องการอาหารที่มีความหลากหลาย ลิ้มรสอาหารและขนมที่แปลกใหม่และมีคุณภาพ โดยสถิติชี้ว่า จำนวนผู้บริโภคที่ซื้ออาหารนำเข้าครองสัดส่วนร้อยละ 24 ของจำนวนผู้บริโภคจีนทั้งหมด และคาดว่าในปี 2561 จีนจะกลายเป็นประเทศผู้บริโภคอาหารนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะเมื่อจีนยังประสบกับปัญหาเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวจีน และทำให้ผู้บริโภคชาวจีนหันมาบริโภคอาหารนำเข้า อย่างไรก็ดี ขอให้ผู้ประกอบการคำนึงว่าถนนทุกสายมุ่งสู่จีน และบริษัทจากนานาประเทศต่างต้องการที่จะนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในจีน ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจ ณ กรุงปักกิ่ง ขอให้ทุกท่านคำนึงถึงเคล็ดลับ 5 ประการข้างต้น และศึกษาข้อมูลกฎระเบียบต่างๆ เพิ่มเติมที่ www.thaibizchina.com นะคะ
ท้ายสุดนี้ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง ขอเสนอ link ของเว็บไซต์ที่แสดงตารางเวลาการจัดงานแสดงสินค้าในจีน http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/trade-shows/ ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสามารถคลิกเข้าไปดูได้นะคะ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
