จัดการปัญหาเร่งด่วน! รัฐบาลโมดีต้องรีบแก้
จัดการปัญหาเร่งด่วน! รัฐบาลโมดีต้องรีบแก้
      ปัญหาการว่างงาน และสภาวะเงินเฟ้อ สองปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโมดี ควรเร่งแก้ไข เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ข้อคิดเห็นจากบทความของนาย R N Bhaskar ในหนังสือพิมพ์ชั้นนำของอินเดีย DNA ฉบับประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2557

     ในเรื่องการว่างงาน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการจ้างงานในอินเดียลดลงอย่างหนัก จนทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากไม่มีงานทำ โดยในปีนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประเมินว่าจำนวนประชากรที่ว่างงานในอินเดียคิดเป็นร้อยละ 3.8 ของประชากรทั้งประเทศ ดังนั้น การเข้ามาบริหารประเทศโดยนายโมดี จำเป็นจะต้องสร้างงานและส่งเสริมให้มีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องผลักดันให้หนุ่มสาวมีงานทำอย่างน้อย 10 ล้านคนต่อปี

     ในเรื่องเงินเฟ้อ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของสินค้าเกษตรอยู่ที่ร้อยละ 9.5 ดังนั้น รัฐบาลจะต้องลดบทบาทของพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลิตผลได้มากขึ้นและสินค้าเกษตรมีราคาถูกลง

     อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการ Agricultural Produce Market Committees (APMCs) ในรัฐต่าง ๆ โดยจะให้สิทธิเฉพาะนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก APMCs ในการรับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกร ส่งผลให้เกิดการผูกขาดใบอนุญาตในหลายพื้นที่ และทำให้เกษตรกรไม่มีทางเลือกในการขายผลผลิตให้แก่พ่อค้ารายอื่นได้ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชอบธรรมแก่เกษตรกร รัฐบาลอาจพิจารณายุบ คณะกรรมการ APMCs

     นอกจากมาตรการเร่งด่วนข้างต้นแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลของนายโมดีได้ให้ความสำคัญโครงการสร้างเมืองใหม่ (smart cities) จำนวน 100 เมือง ซึ่งมีมูลค่า 7 หมื่นล้านรูปี (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท) โดยจะสร้างเมืองใหม่รอบ ๆ เมืองใหญ่ พัฒนาเมืองขนาดกลางที่อยู่ใกล้กับเมืองใหญ่ และสร้าง ที่พักอาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เขตอุตสาหกรรม โดยเมืองเหล่านี้จะอยู่ในเส้นทางหรือแผนการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของอินเดีย ได้แก่ Amritsar-Kolkata Industrial Master Plan, Delhi - Mumbai Industrial Corridor และ Chennai-Bengaluru Industrial Corridor

     นาย R N Bhaskar ชี้ว่า นโยบายนี้จะส่งผลดีต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย โดยขณะนี้หลายประเทศต่างแสดงความสนใจที่จะเข้ามามีบทบาทในโครงการฯ อาทิ ญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรป สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งหากมีการสานต่อนโยบายดังกล่าวจนถึงปี 2558 เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน

     “นโยบายการก่อสร้าง 100 เมืองใหม่ของอินเดียอาจเป็นประเด็นสนทนาที่อาจมีการหยิบยกมาหารือกับฝ่ายอินเดีย ซึ่งภาคเอกชนไทย ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ลงทุนอยู่แล้วในอินเดีย จะได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ด้วย” สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ กล่าวทิ้งท้าย


ขอบคุณรูปภาพจาก : icyjuicybackpacker.blogspot.com
29 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ